หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โพสต์รูปติดหน้าคนอื่นลงโซเชียล ผิด PDPA ไหม แยกให้ชัดก่อนแชร์

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

แค่ยกโทรศัพท์ถ่ายรูปในตลาดแล้วมีคนเดินผ่านติดเข้ามา ไม่ได้แปลว่าคนถ่ายจะผิด PDPA ทันที คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ผิดอัตโนมัติทุกกรณี เพราะกฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือกิจกรรมในครอบครัว

แต่คำตอบจะเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเราเล็งกล้องไปที่ใบหน้าคนอื่นโดยเฉพาะ นำภาพไปใช้โปรโมตร้าน ทำโฆษณา สร้างรายได้ หรือเขียนข้อความจนเจ้าของภาพเสียชื่อเสียง ภาพที่ดูเหมือนเรื่องเล็กจึงอาจกลายเป็นข้อพิพาทได้ทั้งตาม PDPA และกฎหมายอื่น

ถ่ายติดคนอื่นในที่สาธารณะ ผิดไหม

รูปถ่ายที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าจะเห็นใบหน้าชัดหรือเชื่อมโยงกับชื่อ สถานที่ อาชีพ หรือข้อมูลอื่น ก็อาจเข้าข่ายข้อมูลส่วนบุคคลได้ อย่างไรก็ตาม รูปใบหน้าทั่วไปไม่ได้กลายเป็นข้อมูลชีวภาพที่มีความละเอียดอ่อนโดยอัตโนมัติ เว้นแต่ถูกนำไปประมวลผลเพื่อยืนยันตัวตนหรือระบุตัวบุคคลด้วยระบบเฉพาะ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเคยชี้แจงว่า การถ่ายภาพหรือคลิปที่มีคนอื่นติดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้ทำให้ผู้ถูกถ่ายเสียหาย หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ย่อมมีโอกาสอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น ภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวที่มีคนเดินผ่านอยู่ไกล ๆ

คำว่าอยู่ในที่สาธารณะจึงไม่ได้หมายความว่าใครก็มีสิทธิ์นำใบหน้าคนอื่นไปใช้ได้ทุกแบบ ก่อนโพสต์ควรดูอย่างน้อยสามเรื่อง คือ ใครเป็นตัวแบบหลัก ภาพระบุตัวเขาได้ชัดแค่ไหน และเรากำลังใช้ภาพเพื่ออะไร

• ถ้าคนอื่นติดมาเล็ก ๆ ในภาพกว้างและไม่ได้ถูกเน้นเป็นตัวแบบ ความเสี่ยงมักต่ำกว่า

• ถ้าซูมหน้า เจาะจงตัวบุคคล แท็กชื่อ หรือระบุสถานที่ทำงาน ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

• ถ้าใส่ข้อความกล่าวหา ล้อเลียน หรือทำให้คนเข้าใจผิด อาจมีประเด็นหมิ่นประมาทหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น

ข้อยกเว้นส่วนตัวไม่ใช่บัตรผ่านให้ใช้ภาพได้ไม่จำกัด

มาตรา 4(1) ของ PDPA ระบุว่า กฎหมายไม่ใช้บังคับกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น คำว่า “เท่านั้น” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะต้องดูวัตถุประสงค์จริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าโพสต์จากบัญชีส่วนตัวหรือไม่

การลงรูปทริปครอบครัวในบัญชีส่วนตัว ส่งให้คนใกล้ชิด หรือเก็บไว้ดูเอง จึงแตกต่างจากการนำภาพลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่เดินผ่านไปใช้ในเพจร้านค้า รีวิวสินค้า คลิปที่มีรายได้ หรือโฆษณาแบบสปอนเซอร์ แม้บัญชีนั้นจะใช้ชื่อบุคคลธรรมดา ก็ไม่ได้แปลว่าการใช้งานทุกอย่างเป็นกิจกรรมส่วนตัว

ข้อยกเว้นไม่ได้กว้างไม่จำกัด และไม่ได้คุ้มครองการใช้ภาพที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายโดยอัตโนมัติ หากภาพเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือใช้ประจาน แม้ผู้โพสต์จะอ้างว่าเป็นบัญชีส่วนตัว ก็ยังอาจมีปัญหาตามกฎหมายอื่นได้

เมื่อรูปกลายเป็นงานขาย ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

กรณีร้านอาหารถ่ายภาพลูกค้าเพื่อนำไปทำโพสต์โปรโมต โรงเรียนใช้ภาพเด็กในโบรชัวร์ บริษัทนำภาพพนักงานไปทำโฆษณา หรืออินฟลูเอนเซอร์ใช้ภาพคนอื่นเพื่อสร้างรายได้ ล้วนควรแยกออกจากการโพสต์เล่น ๆ ในครอบครัว

แนวทางที่ปลอดภัยคือแจ้งให้ทราบตั้งแต่ก่อนถ่ายว่าจะนำภาพไปใช้ที่ไหน ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เผยแพร่ผ่านช่องทางใด และเก็บไว้นานแค่ไหน จากนั้นขอความยินยอมให้ชัดเจน โดยเฉพาะหากภาพนั้นเน้นใบหน้าและใช้เพื่อการตลาด

การที่ลูกค้ายืนอยู่ในร้าน ซื้อสินค้า หรือเข้าร่วมงาน ไม่ได้เท่ากับยอมให้ร้านนำใบหน้าไปทำโฆษณาเสมอไป หากไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า อาจจัดมุมถ่ายจากด้านหลัง ถ่ายเฉพาะมือ สินค้า หรือเบลอใบหน้าก่อนเผยแพร่ แม้กฎหมายจะมีฐานอื่นที่อาจใช้ได้ในบางกรณี แต่การขออนุญาตอย่างโปร่งใสยังเป็นวิธีที่ลดข้อพิพาทได้ดีที่สุด

รูปเด็กและสถานที่สาธารณะ ต้องคิดไกลกว่ายอดไลก์

มาตรา 20 กำหนดหลักการขอความยินยอมเมื่อเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ โดยเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจแทน ส่วนเด็กโตขึ้นต้องพิจารณาความสามารถในการให้ความยินยอมและอำนาจของผู้ปกครองตามข้อเท็จจริง

ในทางปฏิบัติ ผู้ปกครองควรถามตัวเองมากกว่าว่า “ลงได้ไหม” แต่ควรถามว่า “เด็กจะรู้สึกอย่างไรเมื่อโตขึ้น” ภาพชุดนักเรียน ป้ายชื่อ โรงเรียน บ้าน เส้นทางกลับบ้าน ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ หรือกิจวัตรประจำวันที่เดาได้ อาจเปิดเผยข้อมูลเกินกว่าที่ตั้งใจ

การอยู่ในสวนสาธารณะก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าเด็กคนอื่นกลายเป็นภาพที่นำไปใช้ได้อย่างเสรี หากมีเด็กคนอื่นติดมา ควรครอปภาพหรือเบลอใบหน้า โดยเฉพาะภาพที่เด็กกำลังร้องไห้ เปื้อน หรืออยู่ในสถานการณ์ที่อาจทำให้อับอาย

เช็กลิสต์ก่อนกดโพสต์

• คนที่ติดในภาพเป็นตัวแบบหลักหรือเป็นเพียงคนเดินผ่าน

• ใบหน้า ชื่อ ป้ายชื่อ ทะเบียนรถ หรือสถานที่ทำให้ระบุตัวได้หรือไม่

• โพสต์เพื่อเก็บความทรงจำส่วนตัว หรือมีธุรกิจ โฆษณา รายได้ และการโปรโมตเข้ามาเกี่ยวข้อง

• มีเด็ก ผู้ป่วย ผู้เสียหาย หรือบุคคลในสถานการณ์อ่อนไหวอยู่ในภาพหรือไม่

• ข้อความประกอบภาพทำให้เจ้าของภาพเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเข้าใจผิดหรือไม่

• ถ้าไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า ควรครอปหรือเบลอก่อนแชร์

หลักปฏิบัติที่ง่ายที่สุดคือ ถ้าไม่ได้ขออนุญาตและไม่ได้จำเป็นต้องเห็นใบหน้า ให้เบลอไว้ก่อน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปิดเผยพิกัดแบบเรียลไทม์และข้อมูลที่ทำให้คนแปลกหน้าติดตามตัวเด็กหรือเจ้าของภาพได้

อัปเดตข้อพิพาทในไทย และถ้าเจ้าของภาพไม่ยินยอมต้องทำอย่างไร

การบังคับใช้ PDPA ในไทยเริ่มเห็นคำสั่งปรับชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 สคส.เปิดเผยการลงโทษทางปกครอง 5 กรณี 8 คำสั่ง ครอบคลุมทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เช่น ระบบออนไลน์ของรัฐถูกโจมตีจนข้อมูลประชาชนกว่า 200,000 รายรั่วไหล โรงพยาบาลเอกชนปล่อยเวชระเบียนกว่า 1,000 ฉบับหลุด และบริษัทเอกชนบางแห่งถูกปรับตั้งแต่หลักแสนไปจนถึง 7 ล้านบาท

กรณีโรงพยาบาลถูกปรับ 1,210,000 บาท และผู้รับจ้างทำลายเอกสารถูกปรับอีก 16,940 บาท เป็นคำสั่งปรับทางปกครองจากการควบคุมเอกสารผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่คำพิพากษาว่าการโพสต์รูปติดหน้าคนอื่นทุกกรณีต้องเสียค่าปรับระดับเดียวกัน ส่วนกรณีสถานบันเทิงที่ถ่ายภาพลูกค้าพร้อมบัตรประชาชนในปี 2568 ก็เป็นข้อพิพาทและข้อร้องเรียนที่สะท้อนความกังวลเรื่องการเก็บข้อมูลเกินจำเป็น ไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นคำตัดสินกับการถ่ายรูปทั่วไป

หากพบว่ามีคนใช้รูปเราโดยไม่ยินยอม ขั้นแรกควรติดต่อขอให้ลบหรือหยุดเผยแพร่ เก็บภาพหน้าจอ วันเวลา บัญชีผู้โพสต์ และหลักฐานการแชร์ไว้ อย่านำรูปนั้นไปโพสต์ประจานต่อ หากไม่แก้ไข สามารถใช้สิทธิขอให้ลบหรือระงับการใช้ข้อมูล และยื่นเรื่องต่อ สคส.ได้ หากมีความเสียหายต่อชื่อเสียง ความปลอดภัย หรือมีข้อความกล่าวหา อาจต้องพิจารณากฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม

ดังนั้น คำตอบของคำถามว่าโพสต์รูปติดหน้าคนอื่นเสี่ยงโดนฟ้องไหมคือ “เสี่ยงได้ แต่ไม่ใช่ทุกภาพจะผิด” สถานที่สาธารณะหมายความว่าเราอาจปรากฏอยู่ในภาพของคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเรายกสิทธิ์ในการถูกนำใบหน้าไปใช้ทำโฆษณาหรือทำให้เสียหายไปแล้ว ถ้าไม่แน่ใจ เบลอก่อนโพสต์ เป็นมารยาทดิจิทัลเล็ก ๆ ที่ช่วยลดปัญหาได้มากกว่าการมานั่งแก้ทีหลัง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”หมอธวัชชัยเชื่อ “บังแจ็ค” ถูกหลอกไปอเมริกา! อ้างมีใบสั่งจากไทย ก่อน ICE รวบที่ LA ตั้งข้อสังเกตอาจเอี่ยวคดีแตงโม หวั่นมี “มือมืด” อยู่เบื้องหลังหม้อทอดไร้น้ำมันก่อมะเร็งจริงไหม? รู้ทันอะคริลาไมด์ก่อนอาหารไหม้เกรียมหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างจระเข้ไม่เคยหยุดวิวัฒนาการ! แล้วทำไมหน้าตาเหมือนเดิมกว่า 200 ล้านปี?หมดเงินกับสกินแคร์แต่หน้ายังพัง? 4 จุดพลาดเรื่องแดดและแสงสีฟ้าคนขับรถตู้นักเรียนเล่านาทีระทึก! หนุ่มบิ๊กไบก์ไลฟ์สดขี่สวนเลนพุ่งชน หักหลบสุดชีวิตแต่ไม่พ้น ดับคาที่ นักเรียนเจ็บ 4 รายข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดทำงานแทบตายแต่ไม่มีเงินเก็บ? เช็ก 5 รูรั่วทางการเงินที่คนยุคดิจิทัลมองข้ามนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จระเข้ไม่เคยหยุดวิวัฒนาการ! แล้วทำไมหน้าตาเหมือนเดิมกว่า 200 ล้านปี?หมอธวัชชัยเชื่อ “บังแจ็ค” ถูกหลอกไปอเมริกา! อ้างมีใบสั่งจากไทย ก่อน ICE รวบที่ LA ตั้งข้อสังเกตอาจเอี่ยวคดีแตงโม หวั่นมี “มือมืด” อยู่เบื้องหลังหมดเงินกับสกินแคร์แต่หน้ายังพัง? 4 จุดพลาดเรื่องแดดและแสงสีฟ้าหม้อทอดไร้น้ำมันก่อมะเร็งจริงไหม? รู้ทันอะคริลาไมด์ก่อนอาหารไหม้เกรียมทำงานแทบตายแต่ไม่มีเงินเก็บ? เช็ก 5 รูรั่วทางการเงินที่คนยุคดิจิทัลมองข้ามเตือนภัยกลโกง 2026 แค่รับสายแล้วเงินหายจริงไหม รู้ทันมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หมดเงินกับสกินแคร์แต่หน้ายังพัง? 4 จุดพลาดเรื่องแดดและแสงสีฟ้าหม้อทอดไร้น้ำมันก่อมะเร็งจริงไหม? รู้ทันอะคริลาไมด์ก่อนอาหารไหม้เกรียมทำงานแทบตายแต่ไม่มีเงินเก็บ? เช็ก 5 รูรั่วทางการเงินที่คนยุคดิจิทัลมองข้ามQuiet Quitting ไม่ทุ่มเกินหน้าที่ แล้วเส้นไหนคือ Work-Life Balance ที่พอดี
ตั้งกระทู้ใหม่