หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนสมัยก่อนรู้ข่าวสารจากเมืองอื่นได้อย่างไร

เขียนโดย thoughtloop

 

ลองนึกภาพโลกที่ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรทัศน์ และไม่มีแม้แต่หนังสือพิมพ์ให้เปิดอ่านตอนเช้า

ถ้าเกิดสงครามขึ้นที่เมืองข้าง ๆ คนที่อยู่อีกเมืองหนึ่งจะรู้ได้อย่างไร? ถ้ากษัตริย์มีคำสั่งสำคัญ จะส่งข่าวไปถึงคนอีกหลายร้อยกิโลเมตรได้อย่างไร?

คำตอบคือ ข่าวสารในโลกโบราณเดินทางไปพร้อมกับคน

วิธีที่ธรรมดาที่สุดคือการส่ง “ผู้ส่งสาร” เดินทางระหว่างเมือง ผู้ส่งสารอาจเดินเท้า ขี่ม้า หรือนั่งเรือ ขึ้นอยู่กับระยะทางและภูมิประเทศ ข่าวสำคัญจากผู้ปกครองจึงต้องอาศัยคนถือสารนำไปส่งยังปลายทาง และบางอาณาจักรก็มีระบบเส้นทางสำหรับการส่งสารโดยเฉพาะ

ในจักรวรรดิเปอร์เซียสมัยราชวงศ์อะคีเมนิด มีระบบถนนหลวงและสถานีพักสำหรับผู้ส่งสาร ทำให้ข่าวจากพื้นที่ห่างไกลสามารถเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางได้รวดเร็วกว่าอาศัยคนคนเดียวเดินทางตลอดเส้นทาง ผู้ส่งสารสามารถเปลี่ยนพาหนะหรือม้าเมื่อถึงสถานี ทำให้การเดินทางต่อเนื่องมากขึ้น

ส่วนในจักรวรรดิโรมันก็มีระบบส่งข่าวของรัฐที่เรียกว่า cursus publicus ซึ่งใช้ถนนและสถานีพักตามเส้นทางเพื่อส่งสารและเจ้าหน้าที่ของรัฐไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

แต่ถ้าไม่มีระบบของรัฐล่ะ?

ข่าวก็เดินทางผ่าน พ่อค้า นักเดินทาง พระสงฆ์ ทหาร และคนทั่วไป เช่นกัน

ลองนึกถึงพ่อค้าที่เดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง ระหว่างทางอาจได้ยินข่าวเรื่องสงคราม ราคาสินค้า การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือโรคระบาด เมื่อเดินทางถึงเมืองปลายทาง ข่าวที่ได้มาก็ถูกเล่าต่อ และอาจถูกนำติดตัวไปยังเมืองถัดไปอีกทอดหนึ่ง

พูดง่าย ๆ คือ โลกโบราณมี “เครือข่ายข่าวสาร” อยู่แล้ว เพียงแต่เครือข่ายนั้นไม่ได้ใช้สายโทรศัพท์หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต

ใช้คนเป็นตัวเชื่อม

นอกจากคนแล้ว เรือ ก็เป็นพาหนะสำคัญในการนำข่าวข้ามทะเล เมืองท่าที่มีพ่อค้าเดินทางเข้าออกจำนวนมากจึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการค้า แต่ยังเป็นจุดที่ข่าวจากดินแดนต่าง ๆ ไหลเข้ามาด้วย

ข่าวบางอย่างเดินทางเร็วมาก โดยเฉพาะข่าวที่มีคนสนใจ เช่น ชัยชนะในสงคราม การเสียชีวิตของผู้ปกครอง หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะเมื่อมีคนรู้ ข่าวก็ถูกเล่าต่ออย่างรวดเร็ว

แต่ปัญหาคือ ข่าวไม่ได้มีความแม่นยำเหมือนข้อมูลจากฐานข้อมูลสมัยใหม่

ระหว่างทาง ข่าวอาจถูกจำผิด เล่าผิด หรือเติมรายละเอียดเข้าไป เมื่อผ่านคนหลายทอด เรื่องเดียวกันอาจมีหลายเวอร์ชัน และบางครั้งข่าวลือก็สามารถเดินทางเร็วกว่าข้อเท็จจริงเสียอีก

ถึงอย่างนั้น คนในอดีตก็ไม่ได้ไร้ระบบเสียทีเดียว รัฐและอาณาจักรขนาดใหญ่พยายามสร้างช่องทางสื่อสารของตัวเอง ทั้งถนน สถานีพัก ม้าเร็ว เรือ และเจ้าหน้าที่ส่งสาร เพื่อให้คำสั่งจากศูนย์กลางไปถึงเมืองต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนประชาชนทั่วไปก็มีพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนข่าว เช่น ตลาด ท่าเรือ โรงเตี๊ยม ศาสนสถาน และสถานที่ชุมนุม ที่ผู้คนจากหลายพื้นที่มาพบกัน

ลองคิดดูว่าในตลาดแห่งหนึ่ง พ่อค้าคนหนึ่งเพิ่งเดินทางมาจากเมืองไกล อีกคนกำลังจะเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง เมื่อทั้งสองพูดคุยกัน ข่าวก็เริ่มเดินทางต่อทันที

ไม่มีหน้าจอ ไม่มีเสียงแจ้งเตือน

แต่ข่าวสารก็ยังหาทางเดินของมันจนได้

และนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของโลกในอดีต เพราะแม้มนุษย์จะไม่มีเทคโนโลยีสื่อสารแบบทุกวันนี้ แต่ความต้องการที่จะรู้ว่า “ที่อื่นกำลังเกิดอะไรขึ้น” ไม่เคยหายไปไหน

เพียงแต่ในอดีต ข่าวหนึ่งข่าวอาจต้องใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือบางครั้งเป็นเดือนกว่าจะเดินทางไปถึงอีกเมือง

ขณะที่วันนี้ แค่เกิดเหตุการณ์ขึ้นที่อีกซีกโลก เราอาจรู้เรื่องนั้นได้ภายในไม่กี่วินาที

จาก คนถือสารบนหลังม้า มาถึง ข้อความที่ส่งข้ามโลกในเสี้ยววินาที

เทคโนโลยีเปลี่ยนไปมาก แต่ความอยากรู้ข่าวของมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนเลย

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมคนจีนโบราณถึงเชื่อว่าจักรพรรดิได้รับอำนาจจากสวรรค์?ช็อก เด็กรัสเซียวัย 12 ปี ถูกสาววัยรุ่นล่อลวงไปอาคารร้าง ก่อนถูกกล่าวหาฆาตกรรม! อ้างอยากรู้ว่า “เลือดเป็นอย่างไร” และอยากลองเป็นเพชฌฆาตพัทยาคึกคัก! ทหารสหรัฐฯ เตรียมขึ้นฝั่ง ธุรกิจท่องเที่ยวรับเต็มที่ เงินสะพัดตั้งแต่โรงแรมยันร้านนวด คาเฟ่-ห้างฯ ได้อานิสงส์เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”อิสตันบูล : เมืองที่ตั้งอยู่บนสองทวีปข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี"ขวัญ อุษามณี"มาเกี่ยวอะไรกับคดีแตงโม? เปิดปมเรืออีกลำที่เพิ่งถูกพูดถึงให้เช่าที่ดิน 99 ปี เป็นภัยต่อชาติและประชาชนเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อิสตันบูล : เมืองที่ตั้งอยู่บนสองทวีปโรงเรียนนายร้อยตำรวจสั่ง “ไล่ออก” ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ สามี “เจ๊หนิง” คู่กรณีเมียบิ๊กโจ๊ก ปมวินัยร้ายแรง-คดีอาญา สะเทือนวงการตำรวจ!ให้เช่าที่ดิน 99 ปี เป็นภัยต่อชาติและประชาชนิธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ภัยพิบัติในเนปาลอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น"ขวัญ อุษามณี"มาเกี่ยวอะไรกับคดีแตงโม? เปิดปมเรืออีกลำที่เพิ่งถูกพูดถึง10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 69..คอหวยอย่าพลาด!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่ ? ผิวหนังของมนุษย์เป็นบ้านของจุลินทรีย์นับพันชนิดทึ่งทั่วโลก : Tenaya Lake ทะเลสาบสีฟ้ากลางหุบเขาแห่งโยเซมิตี งดงามราวกับภาพวาดบนยอดเขาอิสตันบูล : เมืองที่ตั้งอยู่บนสองทวีปทำไมคนจีนโบราณถึงเชื่อว่าจักรพรรดิได้รับอำนาจจากสวรรค์?
ตั้งกระทู้ใหม่