หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ช็อก! หนุ่มขายผลไม้ไม่ดื่มเหล้า กลับเป็นมะเร็งตับ

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับชายชาวจีนวัย 36 ปี ซึ่งถูกระบุว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3 ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ

เรื่องนี้ฟังแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า

“ถ้าไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และยังคิดว่าตัวเองกินอาหารเพื่อสุขภาพ แล้วมะเร็งตับมาได้อย่างไร?”

ประเด็นที่น่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ “ผลไม้ทำให้เกิดมะเร็ง” เพราะข้อเท็จจริงทางการแพทย์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเรื่องของ อาหารที่อาจขึ้นรา เน่าเสีย หรือปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

โดยเฉพาะคนที่ทำมาค้าขายอาหารหรือผลไม้ หากมีของเหลือขายไม่หมดแล้วเกิดความเสียดาย ตัดส่วนที่เน่าออกแล้วนำส่วนที่เหลือมากินต่อ อาจไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยเสมอไป

จากอาการเหนื่อยง่าย สุดท้ายพบมะเร็งตับระยะ 3

ข้อมูลเรื่องชายรายนี้ที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ระบุว่า เขาเป็นพ่อค้าขายผลไม้และมีพฤติกรรมประหยัด ไม่ต้องการทิ้งผลไม้ที่ขายไม่หมด หากพบส่วนที่ช้ำหรือเน่า เขามักใช้มีดตัดบริเวณที่เสียออกแล้วรับประทานส่วนที่เหลือ

ต่อมามีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และไม่สบายบริเวณท้อง ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นจนมีผิวหนังและตาขาวออกเหลือง เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดลง จึงไปพบแพทย์และได้รับการตรวจพบมะเร็งตับระยะที่ 3 ตามข้อมูลของข่าวที่ถูกนำมาเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีข้อควรระวังอย่างมาก

เราไม่ควรสรุปว่าเขาเป็นมะเร็งตับเพราะกินผลไม้เน่าโดยตรง

เพราะมะเร็งตับมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ และในผู้ป่วยแต่ละรายจำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี โรคตับแข็ง การดื่มแอลกอฮอล์ โรคอ้วน เบาหวาน ภาวะไขมันพอกตับ ตลอดจนการได้รับสารอะฟลาทอกซินจากอาหารที่ปนเปื้อน

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า มะเร็งตับชนิด hepatocellular carcinoma มักเกี่ยวข้องกับโรคตับเรื้อรัง โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีและโรคตับแข็ง ขณะเดียวกันการได้รับอะฟลาทอกซิน B1 จากอาหารที่ปนเปื้อนก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีหลักฐานรองรับเช่นกัน

จุดที่น่ากลัวไม่ใช่ “ผลไม้” แต่คือเชื้อราและสารพิษที่อาจมองไม่เห็น

หลายคนเข้าใจว่า หากผลไม้เน่าเพียงจุดเดียว เพียงใช้มีดตัดทิ้งก็น่าจะรับประทานส่วนที่เหลือได้

แต่เรื่องนี้ต้องแยกตามชนิดของอาหาร

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า ผลไม้และผักที่มีเนื้อนิ่มและมีความชื้นสูง เช่น ลูกพีช มะเขือเทศ และอาหารลักษณะใกล้เคียงกัน หากพบเชื้อราควรทิ้ง เพราะเชื้อราอาจแทรกเข้าไปใต้พื้นผิวจนมองไม่เห็น

ส่วนผักและผลไม้ที่มีเนื้อแน่นและความชื้นต่ำบางชนิด เช่น แครอต กะหล่ำปลี หรือพริก อาจสามารถตัดบริเวณที่ขึ้นราออกได้อย่างน้อย 1 นิ้ว หรือประมาณ 2.5 เซนติเมตร รอบและใต้จุดที่พบเชื้อรา โดยต้องระวังไม่ให้มีดสัมผัสเชื้อราแล้วนำไปปนเปื้อนส่วนอื่น

ดังนั้น ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดที่ขึ้นราจะตัดเฉพาะส่วนเสียแล้วกินต่อได้

โดยเฉพาะผลไม้เนื้อนิ่ม ขนมปัง อาหารปรุงสุก ข้าว พาสต้า และอาหารที่มีความชื้นสูง หากพบเชื้อรา ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือทิ้ง

ที่สำคัญ USDA ยังแนะนำว่าไม่ควรนำจมูกไปดมอาหารที่ขึ้นราโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจได้

“อะฟลาทอกซิน” คืออะไร ทำไมจึงเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ?

คำว่า อะฟลาทอกซิน อาจฟังดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นสารพิษจากเชื้อราที่สามารถปนเปื้อนในอาหารได้

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษจากเชื้อราบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus และสามารถพบการปนเปื้อนได้ในอาหารหลายประเภท โดยเฉพาะธัญพืช ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช และอาหารที่เก็บรักษาในสภาพร้อนหรือชื้น

สารพิษกลุ่มนี้มีความสำคัญเพราะมีหลักฐานว่าการได้รับอะฟลาทอกซิน โดยเฉพาะ aflatoxin B1 สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน B1 เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ ขณะที่ WHO ระบุว่าอะฟลาทอกซินมีความเป็นพิษต่อพันธุกรรมและมีหลักฐานเชื่อมโยงกับมะเร็งตับในมนุษย์

ที่สำคัญ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดร่วมกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

แต่ต้องย้ำให้ชัดเจนว่า

ไม่ได้หมายความว่าผลไม้ที่เน่าทุกลูกจะมีอะฟลาทอกซิน หรือคนที่กินผลไม้เน่าจะต้องเป็นมะเร็งตับ

ชนิดของเชื้อรา อาหาร สภาพการเก็บรักษา และระดับการปนเปื้อน ล้วนมีความสำคัญ

อาหารแบบไหนเห็นราแล้ว “อย่าเสียดาย”

เรื่องนี้ผู้เขียนอยากฝากไว้สำหรับคนรุ่นเราโดยเฉพาะ เพราะหลายบ้านยังมีนิสัย “เสียดายของ”

เห็นขนมปังขึ้นรา ตัดตรงที่เป็นราออกแล้วกินต่อ

เห็นผลไม้เน่า ตัดส่วนเน่าออกแล้วกินส่วนที่เหลือ

เห็นอาหารเหลือขึ้นรา ก็ตักเฉพาะส่วนบนออก

แต่บางกรณีวิธีคิดเช่นนี้อาจไม่ปลอดภัย

อาหารเนื้อนิ่มและมีความชื้นสูง หากขึ้นรา ควรทิ้ง

ขนมปังและเบเกอรี หากขึ้นรา ควรทิ้งทั้งชิ้น

ข้าว อาหารปรุงสุก และพาสต้า หากพบเชื้อรา ควรทิ้ง

ถั่ว ธัญพืช และเมล็ดพืชที่ขึ้นราหรือมีกลิ่นผิดปกติ ไม่ควรนำมารับประทาน

ส่วนผักและผลไม้เนื้อแข็งบางชนิดอาจตัดส่วนที่ขึ้นราออกได้ตามหลักความปลอดภัยอาหาร แต่ต้องตัดให้ลึกและกว้างพอ ไม่ใช่ปาดออกเพียงบาง ๆ แล้วนำมากินต่อ

มะเร็งตับไม่ได้เกิดจากเหล้าอย่างเดียว

นี่เป็นอีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด

การไม่ดื่มเหล้าถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งตับ

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ และสมาคมโรคมะเร็งอเมริกันระบุปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับหลายประการ เช่น

1. ไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง

การติดเชื้อเรื้อรังสามารถทำให้เกิดการอักเสบและความเสียหายของตับเป็นเวลานาน และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในหลายพื้นที่ของเอเชีย

2. โรคตับแข็ง

ไม่ว่าจะเกิดจากไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ หรือสาเหตุอื่น โรคตับแข็งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งตับ

3. การดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นเวลานาน

การดื่มหนักสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อตับ ตับอักเสบ และตับแข็ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ

4. อะฟลาทอกซิน

อาหารบางชนิดที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในสภาพร้อนและชื้น อาจเกิดการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา ซึ่งอะฟลาทอกซิน B1 เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับมะเร็งตับ

5. น้ำหนักเกิน เบาหวาน และโรคไขมันพอกตับ

ปัจจัยทางเมตาบอลิซึม เช่น น้ำหนักเกิน เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะไขมันพอกตับ สามารถเกี่ยวข้องกับความเสียหายของตับและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับในบางคน

ดังนั้น ต่อให้ไม่แตะเหล้าเลย ก็ยังไม่ควรคิดว่า “ตับของเราปลอดภัยแน่นอน”

เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ตัวเหลือง อย่ารอจนสาย

มะเร็งตับในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว

เมื่อโรคดำเนินมากขึ้น อาจพบอาการ เช่น

แต่ต้องเข้าใจว่า มีอาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งตับแน่นอน เพราะโรคอื่นก็สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องผิดปกติ หรือมีประวัติโรคตับ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ไม่ควรรอจนกว่าอาการจะหนักแล้วจึงไปตรวจ

 

ในมุมมองของผู้เขียน เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้เรากลัวการกินผลไม้ และไม่ได้หมายความว่าคนขายผลไม้จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไปเพียงเพราะทำอาชีพนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่น่าคิดคือ นิสัยเสียดายอาหาร

คนรุ่นก่อนจำนวนมากผ่านความยากลำบากมา จึงไม่ชอบทิ้งอาหาร เมื่อเห็นผลไม้ช้ำหรือมีส่วนเน่า ก็มักตัดทิ้งเฉพาะจุดแล้วกินต่อ เพราะคิดว่า “ยังเหลืออีกตั้งเยอะ จะทิ้งทำไม”

ความประหยัดเป็นเรื่องดี แต่ต้องประหยัดอย่างมีความรู้

ถ้าอาหารเนื้อนิ่มขึ้นราแล้ว การทิ้งทั้งชิ้นอาจดูเหมือนเสียเงิน แต่หากต้องนำสุขภาพมาเสี่ยง ผู้เขียนเห็นว่า ไม่คุ้มกันเลย

เงินค่าผลไม้หนึ่งถุงอาจหาใหม่ได้

แต่สุขภาพของตับ หากเสียหายขึ้นมาแล้ว อาจไม่สามารถซื้อกลับคืนมาได้ง่าย ๆ

และสิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเข้าใจผิดว่าผลไม้เป็นตัวการของมะเร็งตับ

ผลไม้สด สะอาด และเก็บรักษาอย่างถูกต้องยังเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีประโยชน์ สิ่งที่เราควรระวังคืออาหารที่เน่าเสีย ขึ้นรา หรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคตับที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ

สุดท้าย หากมีอาการผิดปกติ อย่าพยายามวินิจฉัยตัวเองจากสูตรที่แชร์กันในโลกออนไลน์ เช่น “2 กลิ่น 2 แดง 3 เหลือง” เพราะไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยมาตรฐานของมะเร็งตับ

เรื่องสุขภาพ เมื่อสงสัยควรตรวจ ไม่ใช่เดา

เพราะมะเร็งตับบางชนิดอาจเงียบอยู่เป็นเวลานาน และเมื่อมีอาการชัดเจน โรคอาจอยู่ในระยะที่รุนแรงแล้ว

การไม่ดื่มเหล้าเป็นเรื่องดี

การกินผักผลไม้เป็นเรื่องดี

แต่สิ่งที่ดีกว่า คือ รู้จักเลือกอาหาร รู้จักทิ้งของที่ไม่ปลอดภัย และรู้จักตรวจสุขภาพของตัวเองเมื่อมีความเสี่ยง

แหล่งที่มาของข้อมูล :

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดรวมคำชมกรรมการหลัง “เนเน่ รอยัล” โชว์รอบชิง AGT 2026 เปิดใจ Mel B หลังเคยกด Golden Buzzerฮุน เซน” บ่นเจอข้อความเกือบ 20 ครั้ง ขอเงินซื้อบ้าน-รถ ส่งลูกเรียนต่างประเทศด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 23-27 ก.ย. 2569 เช็กจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า กทม.ฝน 80%ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม“สองขั้ว” ไม่ได้แปลว่า “สองขา” ทำไมมาตรฐานปลั๊กไทยถึงมีทั้ง 2 และ 3 ขาAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยหนุ่มอังกฤษมีเพศสัมพันธ์บนชิงช้าสวรรค์ในเทศกาลดนตรี ศาลสั่งปรับ 80 ปอนด์อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“สองขั้ว” ไม่ได้แปลว่า “สองขา” ทำไมมาตรฐานปลั๊กไทยถึงมีทั้ง 2 และ 3 ขาฮุน เซน” บ่นเจอข้อความเกือบ 20 ครั้ง ขอเงินซื้อบ้าน-รถ ส่งลูกเรียนต่างประเทศด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 23-27 ก.ย. 2569 เช็กจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า กทม.ฝน 80%
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
10 คณะ-สาขามหาวิทยาลัยไทย คุณภาพระดับโลก มีชื่ออยู่บนเวทีนานาชาติหาดทรายทองทำไมยางรถ EV สึกเร็วกว่าที่คิด? เปิด 4 ตัวการ พร้อมวิธียืดอายุยางเช็กเลย 4 ช่วงเวลาเกิด ตามความเชื่อ เหนื่อยก่อน สบายทีหลัง ยิ่งอายุมาก ชีวิตยิ่งลงตัว
ตั้งกระทู้ใหม่