หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนอพอลโล สหรัฐฯ เคยวางแผนส่งทหารไปตั้งฐานบนดวงจันทร์จริงหรือ?

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คำถามนี้ฟังเหมือนพล็อตหนังไซไฟหรือทฤษฎีสมคบคิด แต่มีเอกสารของกองทัพสหรัฐฯ ที่ทำให้เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากของจริง เอกสารนั้นชื่อ Project Horizon เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในปี 1959 ว่าสหรัฐฯ จะสร้างฐานบนดวงจันทร์ได้อย่างไร และฐานดังกล่าวอาจทำหน้าที่ทางวิทยาศาสตร์กับความมั่นคงอย่างไร

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ยึดดวงจันทร์” เป็นคำสรุปที่แรงกว่าหลักฐาน สิ่งที่มีอยู่คือแผนการศึกษา ไม่ใช่คำสั่งบุก ไม่ใช่ฐานลับที่สร้างเสร็จ และไม่เคยมีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่บนดวงจันทร์จริง

เมื่อดวงจันทร์กลายเป็นสนามแข่งขันของสงครามเย็น

ช่วงปลายทศวรรษ 1950 อวกาศไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์อย่างเดียว การส่งดาวเทียมขึ้นไปได้หมายถึงความสามารถด้านจรวด ระบบสื่อสาร การลาดตระเวน และเทคโนโลยีที่อาจเชื่อมโยงกับการทหาร หลังสหภาพโซเวียตส่งสปุตนิกขึ้นสู่วงโคจร ความกังวลของสหรัฐฯ จึงไม่ได้อยู่แค่การแพ้การแข่งขันด้านภาพลักษณ์ แต่รวมถึงการปล่อยให้คู่แข่งเป็นฝ่ายสร้าง “จุดได้เปรียบ” ในอวกาศก่อน

ในบรรยากาศแบบนั้น หน่วยงานด้านจรวดของกองทัพบกสหรัฐฯ หรือ Army Ballistic Missile Agency จัดทำ Project Horizon เพื่อดูว่าการตั้งฐานบนดวงจันทร์ทำได้จริงแค่ไหน รายงานที่ส่งให้กองทัพในเดือนมิถุนายน 1959 พูดถึงทั้งการออกแบบฐาน การเดินทางไปกลับ การก่อสร้าง การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และประโยชน์ด้านความมั่นคง

แกนความคิดคือ หากสหรัฐฯ ไปถึงก่อน ฐานนี้จะช่วย ปกป้องผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น บนดวงจันทร์ รวมถึงใช้เป็นจุดสังเกตโลกและอวกาศ เป็นสถานีทวนสัญญาณ และเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจต่อไป คำอธิบายเหล่านี้สะท้อนภาษายุทธศาสตร์ของยุคสงครามเย็นมากกว่าภาษาของการตั้งอาณานิคมในแบบที่คนยุคนี้จินตนาการ

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การไปให้ถึง

ความทะเยอทะยานของ Project Horizon อยู่ตรงที่มันไม่ได้เสนอเพียงการส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์แล้วบินกลับ แต่คิดถึงการขนส่งอุปกรณ์ วัสดุก่อสร้าง เสบียง ระบบพลังงาน และชิ้นส่วนที่ต้องนำไปประกอบเป็นฐาน การเดินทางจึงต้องพึ่งจรวดขนาดใหญ่หลายเที่ยว และต้องจัดการลำดับการขนส่งให้ทุกอย่างไปถึงตำแหน่งที่ถูกต้อง

ในมุมของคนทำแผน งานส่วนนี้อาจดูเหมือนการวางตารางเที่ยวบิน แต่ในความจริง ทุกเที่ยวคือความเสี่ยงใหม่ ถ้าจรวดล้มเหลว ระบบยังชีพหรือชิ้นส่วนสำคัญหายไป ภารกิจที่เหลือก็อาจติดอยู่บนพื้นดวงจันทร์โดยไม่มีทางส่งของทดแทนได้ง่าย ๆ นั่นทำให้ฐานบนกระดาษมีรายละเอียดมากกว่าภาพโดมสวย ๆ ที่เรามักเห็นในงานไซไฟ

• ต้องนำที่พักและอุปกรณ์ดำรงชีวิตไปให้พอสำหรับคนประจำการ

• ต้องมีระบบสื่อสารกับโลกและระบบไฟฟ้าที่ทำงานต่อเนื่อง

• ต้องมียานพาหนะสำหรับขนของ สำรวจ และช่วยเหลือคนในพื้นที่

• ต้องวางแผนการเติมเสบียงและการรับมือเมื่ออุปกรณ์เสีย

แผนจึงเป็นการทดลองคิดในระดับชาติว่า สหรัฐฯ มีจรวด เงิน บุคลากร และเวลามากพอหรือไม่ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความกล้าของนักบินอวกาศเพียงไม่กี่คน แต่อยู่ที่การทำให้ระบบทั้งหมดทำงานพร้อมกันนับครั้งไม่ถ้วน

แล้วฐานทหารจะทำอะไรบนดวงจันทร์

หากอ่านจากหน้าที่ที่ระบุไว้ ฐานนี้มีหลายบทบาทปะปนกัน ด้านหนึ่งคือการสำรวจและวิทยาศาสตร์ อีกด้านคือการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ รายงานพิจารณาการใช้ฐานเพื่อ

• สังเกตโลกและอวกาศจากพื้นผิวดวงจันทร์

• ทำหน้าที่เป็นจุดทวนสัญญาณสื่อสาร

• สนับสนุนการทดลองและงานวิจัยบนดวงจันทร์

• เป็นฐานสำหรับการสำรวจอวกาศต่อไป และรองรับภารกิจทางทหารหากจำเป็น

ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องถูกเล่าต่อในภาษาว่า “กองทัพสหรัฐฯ จะไปยึดดวงจันทร์” แต่ความจริงควรแยกสองเรื่องออกจากกัน การมีฐานหรือกำลังคนอยู่บนวัตถุท้องฟ้าอาจสร้างอิทธิพลและความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าประเทศนั้นกลายเป็นเจ้าของดวงจันทร์โดยอัตโนมัติ และในเอกสารก็ไม่ได้มีหลักฐานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติภารกิจยึดครองตามความหมายตรงตัว

สิ่งที่ Project Horizon เผยให้เห็นจึงไม่ใช่ความลับเหนือธรรมชาติ แต่เป็นวิธีคิดของยุคที่ทุกความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ถูกถามต่อทันทีว่า “ถ้าอีกฝ่ายทำได้ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น” ดวงจันทร์ถูกมองเป็นทั้งห้องทดลอง จุดสังเกต และพื้นที่สูงเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ไกลจากโลกมากพอจะเปลี่ยนสมการการสื่อสารกับการเฝ้าระวัง

แต่การวางฐานบนดวงจันทร์มีอุปสรรคที่หลบไม่พ้น ทั้งสุญญากาศ รังสี อุณหภูมิที่รุนแรง ฝุ่นละเอียดที่รบกวนเครื่องมือ และการต้องพึ่งพาการขนส่งจากโลกแทบทุกอย่าง ในช่วงเวลานั้น เทคโนโลยีจำนวนมากยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แม้แต่การส่งมนุษย์ไปถึงดวงจันทร์แล้วพากลับอย่างปลอดภัยก็ยังไม่ใช่เรื่องที่พิสูจน์สำเร็จ

ดังนั้น จุดอ่อนของแผนไม่ได้มีแค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นความเสี่ยงแบบลูกโซ่ หากระบบใดระบบหนึ่งช้าหรือเสีย ฐานทั้งแห่งอาจกลายเป็นภาระที่ต้องส่งภารกิจใหม่ไปแก้ไข การทำให้แผนดูเป็นไปได้บนกระดาษจึงง่ายกว่าการสร้างเงื่อนไขให้มันอยู่รอดจริงบนพื้นผิวที่ไม่มีอากาศ

เอกสารมีอยู่จริง แต่ฐานไม่เคยเกิดขึ้น

บทสรุปที่ตรงที่สุดคือ Project Horizon เป็น แผนศึกษาความเป็นไปได้ ของกองทัพบกสหรัฐฯ ไม่ใช่โครงการที่สร้างเสร็จแล้ว เมื่อความรับผิดชอบหลักด้านโครงการอวกาศของสหรัฐฯ ถูกวางไว้กับ NASA แนวคิดฐานทัพดวงจันทร์ของกองทัพก็ไม่ได้เดินหน้าต่อ และเอกสารถูกยุติอยู่ในขั้นการศึกษา

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเวลาต่อมาคือสหรัฐฯ เดินหน้าโครงการอวกาศภายใต้หน่วยงานพลเรือนและมุ่งไปที่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ การมีแผนทหารในปี 1959 จึงไม่ใช่หลักฐานว่ามีฐานลับซ่อนอยู่ หรือมีภารกิจที่ถูกปกปิดจนไปยึดครองดวงจันทร์สำเร็จ

เรื่องนี้น่าสนใจตรงเส้นแบ่งระหว่าง “เอกสารจริง” กับ “เรื่องเล่าที่ขยายความ” เอกสารจริงบอกว่านักวางแผนสหรัฐฯ เคยคิดถึงฐานบนดวงจันทร์อย่างจริงจัง และมองเห็นทั้งประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์กับการทหาร ส่วนคำว่า “ยึดดวงจันทร์” เป็นการตีความที่ช่วยให้เรื่องฟังตื่นเต้นขึ้น แต่ไม่ควรถูกใช้แทนข้อเท็จจริงทั้งหมด

ในประวัติศาสตร์อวกาศ แผนที่ไม่เคยได้สร้างก็มีความหมาย เพราะมันเผยให้เห็นว่าแต่ละยุคกลัวอะไร คาดหวังอะไร และพร้อมทุ่มทรัพยากรแค่ไหนเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายตามหลัง แม้ฐานของ Project Horizon จะไม่เคยตั้งอยู่บนดวงจันทร์ แต่แนวคิดเรื่องการมีมนุษย์อยู่ที่นั่นก็ยังกลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่เสมอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”แม่ม่ายดำรัสเซีย ล่าเงินชดเชยศพสามีหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงโรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุดเปิดจังหวัด “คนดวงเฮง” ถูกหวยรางวัลใหญ่บ่อยนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสงอานาปานสติไม่ใช่แค่การนับลม: จากลมหายใจสู่การเห็นธรรมตามพุทธวจนเปิดแฟ้ม 6 “ศึกมรดก” ตระกูลดังไทย จากกงสีพันล้านสู่สงครามสายเลือด5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 ซาวด์การ์ดมืออาชีพรุ่นตำนาน ที่คนทำงานเสียงยังยกให้เป็นที่สุด7 ตัวละครในวรรณคดีไทย ที่มีพลังมหาศาลหากเปรียบเทียบกับซูเปอร์ฮีโร่ยุคนี้เขื่อนคอนกรีตบดอัดขนาดมหึมาของไทย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก9 อันดับภาพยนตร์ทุนต่ำ ที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่