10 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลก
ความตายเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกสังคมต้องพบเจอ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ผู้คนเลือกบอกลาและจัดการกับผู้เสียชีวิตอย่างไร
บางแห่งฝังร่างลงดิน บางแห่งเผา บางแห่งเก็บร่างไว้กับครอบครัว และบางวัฒนธรรมมีพิธีที่เมื่อมองจากสายตาคนนอกอาจรู้สึกแปลกมาก แต่สำหรับคนในชุมชน สิ่งเหล่านี้กลับเป็นประเพณีที่มีความหมายลึกซึ้ง
1. ทิเบตกับ “การฝังศพบนท้องฟ้า”
ในพื้นที่สูงของทิเบตและบางชุมชนที่นับถือพุทธศาสนาแบบทิเบต มีประเพณีที่เรียกว่า Sky Burial หรือการจัดการศพโดยนำร่างไปยังพื้นที่เฉพาะ แล้วปล่อยให้แร้งและนกกินซากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ
แนวคิดสำคัญเกี่ยวข้องกับการมองร่างกายว่าเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เมื่อชีวิตสิ้นสุดลง ร่างกายจึงสามารถมอบกลับคืนให้ธรรมชาติ ขณะที่จิตตามความเชื่อทางพุทธศาสนาไม่ได้ถูกมองว่าผูกติดอยู่กับร่างเดิม
พิธีนี้ไม่ได้ทำกันทั่วไปในทุกพื้นที่ของทิเบต และมีขั้นตอนตามธรรมเนียมและข้อกำหนดของท้องถิ่น
2. มาดากัสการ์กับการ “นำศพกลับมาพบครอบครัว”
ในบางชุมชนของมาดากัสการ์ โดยเฉพาะกลุ่มชาวมาลากาซีบางกลุ่ม มีพิธีที่เรียกว่า Famadihana หรือ “การพลิกกระดูก”
เมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนดตามธรรมเนียม ครอบครัวจะเปิดสุสาน นำร่างหรือกระดูกของบรรพบุรุษออกมา ห่อด้วยผ้าผืนใหม่ และร่วมกันเฉลิมฉลอง ก่อนนำกลับไปเก็บไว้ตามเดิม
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยอาจรู้สึกประหลาด เพราะการเปิดสุสานและนำผู้เสียชีวิตออกมาพบญาติไม่ได้เป็นเรื่องที่พบทั่วไปในหลายประเทศ
แต่สำหรับผู้ประกอบพิธี นี่คือช่วงเวลาที่ครอบครัวได้แสดงความรักและความผูกพันกับบรรพบุรุษ
3. อินโดนีเซียกับงานศพที่อาจใช้เวลานานหลายเดือน
ในชุมชน โทราจา (Toraja) บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย ความตายไม่ได้หมายความว่าพิธีศพจะเกิดขึ้นทันที
ตามธรรมเนียมของชาวโทราจา ผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ได้ประกอบพิธีศพอาจถูกเก็บรักษาไว้ภายในบ้าน และครอบครัวอาจเรียกผู้เสียชีวิตว่าเป็น “ผู้ป่วย” หรือผู้ที่ยังอยู่ในครอบครัว จนกว่าจะพร้อมจัดพิธี
งานศพของครอบครัวที่มีฐานะหรือมีญาติร่วมจำนวนมากอาจใช้เวลาวางแผนและเตรียมงานนาน และพิธีสามารถมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
หลังพิธี บางชุมชนมีธรรมเนียมนำร่างไปฝังในช่องหินหรือสุสานที่เจาะเข้าไปในหน้าผา รวมถึงการทำหุ่นไม้ Tau Tau เพื่อเป็นตัวแทนของผู้เสียชีวิตในบางพื้นที่
4. กานากับโลงศพรูปสิ่งของที่มีความหมาย
ในกานา โดยเฉพาะในกลุ่มชาวกาบูหรือกา (Ga) มีธรรมเนียมการสร้าง โลงศพแฟนซี หรือโลงศพที่มีรูปร่างเป็นสิ่งต่าง ๆ
โลงศพอาจทำเป็นปลา รถยนต์ เครื่องบิน รองเท้า โทรศัพท์ หรือสิ่งที่สะท้อนอาชีพ บุคลิก ความฝัน หรือสิ่งที่ผู้เสียชีวิตชื่นชอบ
จุดประสงค์จึงไม่ได้มีแค่ความแปลกหรือความสวยงาม แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของคนคนหนึ่งผ่านสิ่งที่เขาเคยรักหรือมีความเกี่ยวข้องด้วย
คนที่ทำโลงศพเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงช่างไม้ แต่ต้องเข้าใจเรื่องราวของผู้เสียชีวิตด้วย
5. ฟิลิปปินส์กับโลงศพที่แขวนอยู่บนหน้าผา
ในบางพื้นที่ของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะบริเวณ ซากาดา (Sagada) มีธรรมเนียมการจัดการศพของชุมชนอีโกโรตบางกลุ่มด้วยการนำโลงศพไปไว้ตามหน้าผาหรือบริเวณสูง
โลงศพที่อยู่บนหน้าผากลายเป็นภาพที่สร้างความสงสัยให้กับผู้คนจากภายนอก
แต่ในบริบทของชุมชน ประเพณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเชื่อและแนวคิดเกี่ยวกับผู้ตาย รวมถึงการเลือกสถานที่ฝังศพที่แตกต่างจากสุสานทั่วไป
ปัจจุบันธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้เป็นพิธีที่ชาวซากาดาทุกคนปฏิบัติเหมือนกัน และการจัดการศพในพื้นที่ก็มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น
6. เม็กซิโกกับวันที่คนเป็นกลับไปพบคนตาย
Día de Muertos หรือวันแห่งผู้ล่วงลับ ของเม็กซิโกอาจไม่ใช่ “พิธีศพ” ในความหมายตรง ๆ เพราะจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว แต่เป็นประเพณีเกี่ยวกับความตายที่โดดเด่นมาก
ครอบครัวอาจจัดแท่นบูชา หรือ ofrenda พร้อมรูปถ่าย ดอกดาวเรือง อาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของที่ผู้ล่วงลับชื่นชอบ
สุสานบางแห่งจึงไม่ได้เต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบงัน แต่กลับมีสมาชิกครอบครัวมารวมตัว พูดคุย ทำความสะอาดหลุมศพ และระลึกถึงคนที่จากไป
ความตายในวัฒนธรรมนี้จึงไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตอย่างเด็ดขาด แต่ยังคงมีพื้นที่อยู่ในความทรงจำของครอบครัว
7. อินเดียกับการเผาศพริมแม่น้ำคงคา
สำหรับชาวฮินดูจำนวนมาก การเผาศพเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมหลังความตาย โดยหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงคือเมืองพาราณสี ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำคงคา
ที่นี่มี ghat หรือขั้นบันไดริมแม่น้ำหลายแห่ง และบางแห่งใช้สำหรับพิธีฌาปนกิจ
ตามความเชื่อของชาวฮินดู การเผาศพเกี่ยวข้องกับการปลดปล่อยจากร่างกายและวัฏจักรแห่งการเกิดและตาย ส่วนแม่น้ำคงคามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากในศาสนาฮินดู
สิ่งที่คนจากวัฒนธรรมอื่นอาจมองว่าเป็นภาพที่แปลกตา สำหรับผู้คนที่นี่กลับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความเชื่อทางศาสนาที่สืบทอดกันมายาวนาน
8. ชาวออสเตรเลียพื้นเมืองกับพิธีที่แตกต่างกันตามกลุ่ม
กลุ่มชนพื้นเมืองของออสเตรเลียไม่ได้มีพิธีศพแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะมีชุมชนและวัฒนธรรมจำนวนมาก
ในบางกลุ่มมีธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการแยกร่างออกจากชุมชนในช่วงหนึ่ง การไว้ทุกข์ การทาสีร่างกาย หรือการปฏิบัติตามข้อห้ามบางอย่างหลังการเสียชีวิต
รายละเอียดแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกลุ่มและแต่ละภูมิภาค จึงไม่ควรเหมารวมว่าเป็น “พิธีศพของชาวอะบอริจิน” เพียงรูปแบบเดียว
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ภายในประเทศเดียวกัน ความเข้าใจเรื่องความตายก็สามารถแตกต่างกันได้มาก
9. อียิปต์โบราณกับการทำมัมมี่
เมื่อพูดถึงพิธีศพที่แปลก คนจำนวนมากคงนึกถึง มัมมี่ของอียิปต์โบราณ
ชาวอียิปต์บางยุคเชื่อว่าการรักษาร่างกายมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่หลังความตาย จึงพัฒนากระบวนการทำมัมมี่อย่างละเอียด มีทั้งการนำอวัยวะบางส่วนออก การทำให้ร่างแห้งด้วยสารที่เรียกว่า natron และการพันร่างด้วยผ้า
นอกจากตัวมัมมี่แล้ว หลุมศพยังอาจมีสิ่งของ เครื่องใช้ และข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย
สิ่งที่เหลืออยู่ในสุสานเหล่านี้จึงไม่ได้บอกแค่ว่า “คนตายถูกฝังอย่างไร” แต่ยังเปิดหน้าต่างให้เราเห็นว่า คนในอียิปต์โบราณคิดถึงชีวิต ความตาย และโลกหลังความตายอย่างไร
10. ชาวไวกิงกับเรือในพิธีศพ
เรื่อง “ศพไวกิงถูกส่งออกทะเลบนเรือที่กำลังลุกไหม้” เป็นภาพที่ปรากฏในภาพยนตร์และนิยายอยู่บ่อยครั้ง แต่ความจริงมีรายละเอียดซับซ้อนกว่านั้น
หลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าชาวนอร์สในยุคไวกิงบางกลุ่มใช้ เรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝังศพ โดยมีตัวอย่างสำคัญ เช่น สุสานเรือที่ Oseberg และ Gokstad ในนอร์เวย์
เรืออาจถูกฝังทั้งลำพร้อมกับผู้เสียชีวิตและสิ่งของต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าทุกศพจะถูกนำไปเผาบนเรือแล้วปล่อยออกทะเล
เรื่องเล่าจากภาพยนตร์จึงมีส่วนที่มาจากวัฒนธรรมจริง แต่ก็มีการเติมสีสันจนต่างจากหลักฐานทางโบราณคดีอยู่ไม่น้อย
เมื่อมองพิธีเหล่านี้รวมกัน จะเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับคำถามว่า “เราควรทำอย่างไรกับคนที่จากไป?”
บางสังคมส่งร่างคืนให้ธรรมชาติ
บางสังคมเก็บรักษาร่างเอาไว้
บางแห่งเปิดสุสานเพื่อพบกับบรรพบุรุษอีกครั้ง
บางแห่งสร้างโลงศพให้สะท้อนตัวตนของผู้เสียชีวิต
และบางแห่งเปลี่ยนวันแห่งความตายให้กลายเป็นวันที่ครอบครัวกลับมารวมตัวกัน
ความแตกต่างเหล่านี้อาจดูแปลกเมื่อมองจากวัฒนธรรมของเราเอง แต่เมื่อเข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลัง จะพบว่าสิ่งที่เหมือนกันกลับมีอยู่เรื่องหนึ่ง
มนุษย์พยายามหาวิธีรักษาความสัมพันธ์กับคนที่จากไป แม้ความตายจะทำให้ไม่สามารถพบกันได้อีกแล้ว
บางคนเก็บไว้ในสุสาน
บางคนเก็บไว้ในพิธีกรรม
บางคนเก็บไว้ในความทรงจำ
เพราะท้ายที่สุด พิธีศพอาจไม่ได้พูดถึง “คนตาย” เพียงอย่างเดียว
แต่มันกำลังบอกว่า คนที่ยังมีชีวิตอยู่กำลังเลือกจดจำคนที่รักอย่างไร
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมา
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
ฝนหนัก 23–27 ก.ย. 69 จังหวัดไหนต้องระวัง ? เช็กพื้นที่เสี่ยงทั่วไทย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่า
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
ไรเดอร์หนุ่มดีใจคิดว่าได้ทิป 5,000 เยน สุดท้ายชาวเน็ตเฉลยเป็นเงินวอน ถึงกับร้องห๊ะ
วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมา
“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่า
วิทยาลัยที่รับเฉพาะผู้หญิง? เปิดข้อเท็จจริงมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย พร้อมหลักฐานจากแหล่งทางการ
ฝนหนัก 23–27 ก.ย. 69 จังหวัดไหนต้องระวัง ? เช็กพื้นที่เสี่ยงทั่วไทย
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม



