หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เลือดไหลเร็วไม่เท่ากันในแต่ละส่วนของร่างกาย

เขียนโดย phana3462

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คำถามว่าเลือดในร่างกายไหลเร็วแค่ไหน ไม่มีตัวเลขเดียวตอบได้ เพราะความเร็วเปลี่ยนไปตามชนิดและขนาดของหลอดเลือด ตำแหน่งของร่างกาย จังหวะการเต้นของหัวใจ และกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เลือดในหลอดเลือดแดงใหญ่ไหลเร็วกว่าเลือดในเส้นเลือดฝอยหลายร้อยเท่า

หัวใจทำหน้าที่เหมือนปั๊มที่ส่งเลือดออกไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในผู้ใหญ่ขณะพัก หัวใจมักเต้นประมาณ 60–100 ครั้งต่อนาที และสูบฉีดเลือดรวมราว 5 ลิตรต่อนาที เลือดหนึ่งระลอกออกจากหัวใจในช่วงหัวใจบีบตัว แล้วไหลผ่านหลอดเลือดแดงไปยังแขน ขา สมอง ไต กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน

บริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ใกล้หัวใจ เลือดมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 20–30 เซนติเมตรต่อวินาที ขณะหัวใจบีบตัวแรง ความเร็วในช่วงสั้นอาจเข้าใกล้ 1 เมตรต่อวินาที หรือประมาณความเร็วของคนเดินเร็ว ความเร็วระดับนี้ช่วยผลักดันเลือดให้เดินทางจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อหลอดเลือดแตกแขนงจากเส้นใหญ่เป็นเส้นเล็ก พื้นที่หน้าตัดรวมของหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เลือดจึงกระจายตัวออกไปในพื้นที่กว้าง ความเร็วลดลงเรื่อย ๆ การลดความเร็วนี้มีประโยชน์ เพราะเปิดเวลาให้เซลล์รับออกซิเจน สารอาหาร และฮอร์โมน พร้อมส่งคาร์บอนไดออกไซด์กับของเสียกลับออกมา

ความรู้สึกชีพจรที่ข้อมือไม่ได้หมายความว่าเลือดทุกหยดกำลังพุ่งผ่านข้อมือด้วยความเร็วเท่ากัน ชีพจรเป็นคลื่นแรงดันจากการบีบตัวของหัวใจ คลื่นนี้เดินทางไปตามผนังหลอดเลือดได้เร็วกว่าเซลล์เลือดที่ไหลอยู่ภายในมาก เมื่อหัวใจบีบตัว หลอดเลือดแดงจะขยายเล็กน้อย แล้วแรงดันจะเคลื่อนต่อไปตามแนวหลอดเลือด

เส้นเลือดฝอยเป็นบริเวณที่เลือดไหลช้าที่สุด ความเร็วเฉลี่ยอาจอยู่ราว 0.3–1 มิลลิเมตรต่อวินาที แม้ตัวเลขดูช้ามาก แต่เหมาะกับหน้าที่ของเส้นเลือดฝอยซึ่งมีผนังบางและอยู่ใกล้เซลล์นับล้าน เซลล์เม็ดเลือดแดงบางส่วนต้องเรียงผ่านช่องแคบทีละคัน เพื่อปล่อยออกซิเจนและรับของเสียจากเนื้อเยื่อ

เส้นเลือดฝอยมีจำนวนมากจนพื้นที่หน้าตัดรวมกว้างกว่าหลอดเลือดแดงใหญ่หลายเท่า หลักการนี้ทำให้เลือดกระจายตัวและเคลื่อนช้าลง หากเลือดไหลผ่านบริเวณนี้เร็วเกินไป การแลกเปลี่ยนสารระหว่างเลือดกับเซลล์จะมีเวลาน้อยลง ร่างกายจึงออกแบบระบบไหลเวียนให้ความเร็วลดลงอย่างเหมาะสมในตำแหน่งที่ต้องส่งมอบออกซิเจน

หลังจากผ่านเส้นเลือดฝอย เลือดจะไหลเข้าสู่หลอดเลือดดำ ความเร็วโดยทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับหลอดเลือดแดงใหญ่ และต้องอาศัยกลไกช่วยพาเลือดกลับหัวใจ โดยเฉพาะบริเวณขา กล้ามเนื้อที่หดตัวระหว่างการเดินจะบีบหลอดเลือดดำเป็นจังหวะ ลิ้นภายในหลอดเลือดช่วยกันเลือดไหลย้อนกลับ

เหตุผลที่การนั่งนิ่งเป็นเวลานานทำให้ขาหนักหรือบวม เกี่ยวข้องกับการไหลกลับของเลือดดำ เมื่อกล้ามเนื้อขาไม่ค่อยขยับ เลือดจะเดินทางกลับหัวใจได้ช้าลง การลุกเดิน ยืดข้อเท้า หรือขยับน่องเป็นระยะช่วยให้กลไกปั๊มจากกล้ามเนื้อทำงานดีขึ้น แต่ผู้ที่มีอาการบวมข้างเดียว เจ็บน่อง แดง หรือหายใจลำบาก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

ความเร็วของเลือดเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ระหว่างออกกำลังกาย หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบเลือดออกมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้งานต้องการออกซิเจนเพิ่ม หลอดเลือดในบริเวณนั้นจึงขยายเพื่อรับเลือดมากขึ้น ขณะเดียวกันหลอดเลือดในอวัยวะที่ยังไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอาจหดตัวเพื่อจัดสรรเลือดให้เหมาะสม

ความเครียด ไข้ อากาศร้อน ภาวะขาดน้ำ การเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นยืน และยาบางชนิด ล้วนมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียน เลือดไม่ได้ไหลด้วยความเร็วคงที่ตลอดเวลา แม้ในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน ความเร็วก็เปลี่ยนขึ้นลงตามจังหวะหัวใจและความต้านทานของผนังหลอดเลือด

หากนับเวลาตั้งแต่เลือดออกจากหัวใจ เดินทางไปยังเนื้อเยื่อ แล้วไหลกลับเข้าสู่หัวใจ วงจรหนึ่งในขณะพักมักใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที การออกกำลังกายทำให้วงจรสั้นลง เพราะหัวใจสูบฉีดแรงขึ้นและกล้ามเนื้อช่วยเร่งการไหลกลับของเลือด ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ สุขภาพ ขนาดร่างกาย และระดับกิจกรรม

สรุปง่าย ๆ คือ เลือดในหลอดเลือดแดงใหญ่ไหลเร็วระดับหลายสิบเซนติเมตรต่อวินาที เลือดในเส้นเลือดฝอยไหลช้าระดับมิลลิเมตรต่อวินาที ส่วนหลอดเลือดดำทำหน้าที่พาเลือดกลับหัวใจด้วยความเร็วที่เปลี่ยนตามแรงบีบจากหัวใจและกล้ามเนื้อ การวัดชีพจรจึงบอกจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นหลัก ไม่ได้บอกความเร็วของเลือดทุกส่วนในร่างกาย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 93 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69ทนายไข่มุกโพสต์ฟาดแรง หลังศาลยกฟ้องคดีหุ้น 49% ต้า–ยัต ลั่นยอมถูกมองโง่ ดีกว่าทำลูกความเสียประโยชน์สะเทือนวงการกะเพรา!...เมื่อเอกชนจดคุ้มครอง แล้วปลูกขายเองจะโดนจับไหม?ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?ฝรั่งเศสประท้วงเรื่องอะไร ทำไมหลายกลุ่มจึงลงถนนในช่วงเดียวกันไข่ลอยน้ำไม่ได้แปลว่าไข่เสีย การทดสอบในน้ำบอกได้แค่อายุของไข่เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเปิดแนวทางเลขมหามงคล ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2569 (1 พฤศจิกายน 2569)จริงหรือไม่? เตะอัณฑะเจ็บ 9,000 หน่วย เทียบคลอดลูก 160 คน35°C เท่ากัน ทำไมวันชื้นถึงรู้สึกร้อนกว่า?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ฝรั่งเศสประท้วงเรื่องอะไร ทำไมหลายกลุ่มจึงลงถนนในช่วงเดียวกันสะเทือนวงการกะเพรา!...เมื่อเอกชนจดคุ้มครอง แล้วปลูกขายเองจะโดนจับไหม?35°C เท่ากัน ทำไมวันชื้นถึงรู้สึกร้อนกว่า?ทนายไข่มุกโพสต์ฟาดแรง หลังศาลยกฟ้องคดีหุ้น 49% ต้า–ยัต ลั่นยอมถูกมองโง่ ดีกว่าทำลูกความเสียประโยชน์ไข่ลอยน้ำไม่ได้แปลว่าไข่เสีย การทดสอบในน้ำบอกได้แค่อายุของไข่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กรีกโบราณใช้เศษกระเบื้องโหวตเนรเทศคนได้จริงไหม?รับมือ คน Toxic ในออฟฟิศอย่างมืออาชีพ: วิธีปกป้องพลังงานตัวเองโดยไม่ต้องลาออกกรุงเทพฯ รถติดจนเสียเวลาเท่าไรในหนึ่งปี?ไททานิกมีคนกว่า 2,200 คน แต่เรือชูชีพรับได้แค่ครึ่งเดียว เพราะอะไร?
ตั้งกระทู้ใหม่