เลือดไหลเร็วไม่เท่ากันในแต่ละส่วนของร่างกาย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
คำถามว่าเลือดในร่างกายไหลเร็วแค่ไหน ไม่มีตัวเลขเดียวตอบได้ เพราะความเร็วเปลี่ยนไปตามชนิดและขนาดของหลอดเลือด ตำแหน่งของร่างกาย จังหวะการเต้นของหัวใจ และกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เลือดในหลอดเลือดแดงใหญ่ไหลเร็วกว่าเลือดในเส้นเลือดฝอยหลายร้อยเท่า
หัวใจทำหน้าที่เหมือนปั๊มที่ส่งเลือดออกไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในผู้ใหญ่ขณะพัก หัวใจมักเต้นประมาณ 60–100 ครั้งต่อนาที และสูบฉีดเลือดรวมราว 5 ลิตรต่อนาที เลือดหนึ่งระลอกออกจากหัวใจในช่วงหัวใจบีบตัว แล้วไหลผ่านหลอดเลือดแดงไปยังแขน ขา สมอง ไต กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน
บริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ใกล้หัวใจ เลือดมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 20–30 เซนติเมตรต่อวินาที ขณะหัวใจบีบตัวแรง ความเร็วในช่วงสั้นอาจเข้าใกล้ 1 เมตรต่อวินาที หรือประมาณความเร็วของคนเดินเร็ว ความเร็วระดับนี้ช่วยผลักดันเลือดให้เดินทางจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อหลอดเลือดแตกแขนงจากเส้นใหญ่เป็นเส้นเล็ก พื้นที่หน้าตัดรวมของหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เลือดจึงกระจายตัวออกไปในพื้นที่กว้าง ความเร็วลดลงเรื่อย ๆ การลดความเร็วนี้มีประโยชน์ เพราะเปิดเวลาให้เซลล์รับออกซิเจน สารอาหาร และฮอร์โมน พร้อมส่งคาร์บอนไดออกไซด์กับของเสียกลับออกมา
ความรู้สึกชีพจรที่ข้อมือไม่ได้หมายความว่าเลือดทุกหยดกำลังพุ่งผ่านข้อมือด้วยความเร็วเท่ากัน ชีพจรเป็นคลื่นแรงดันจากการบีบตัวของหัวใจ คลื่นนี้เดินทางไปตามผนังหลอดเลือดได้เร็วกว่าเซลล์เลือดที่ไหลอยู่ภายในมาก เมื่อหัวใจบีบตัว หลอดเลือดแดงจะขยายเล็กน้อย แล้วแรงดันจะเคลื่อนต่อไปตามแนวหลอดเลือด
เส้นเลือดฝอยเป็นบริเวณที่เลือดไหลช้าที่สุด ความเร็วเฉลี่ยอาจอยู่ราว 0.3–1 มิลลิเมตรต่อวินาที แม้ตัวเลขดูช้ามาก แต่เหมาะกับหน้าที่ของเส้นเลือดฝอยซึ่งมีผนังบางและอยู่ใกล้เซลล์นับล้าน เซลล์เม็ดเลือดแดงบางส่วนต้องเรียงผ่านช่องแคบทีละคัน เพื่อปล่อยออกซิเจนและรับของเสียจากเนื้อเยื่อ
เส้นเลือดฝอยมีจำนวนมากจนพื้นที่หน้าตัดรวมกว้างกว่าหลอดเลือดแดงใหญ่หลายเท่า หลักการนี้ทำให้เลือดกระจายตัวและเคลื่อนช้าลง หากเลือดไหลผ่านบริเวณนี้เร็วเกินไป การแลกเปลี่ยนสารระหว่างเลือดกับเซลล์จะมีเวลาน้อยลง ร่างกายจึงออกแบบระบบไหลเวียนให้ความเร็วลดลงอย่างเหมาะสมในตำแหน่งที่ต้องส่งมอบออกซิเจน
หลังจากผ่านเส้นเลือดฝอย เลือดจะไหลเข้าสู่หลอดเลือดดำ ความเร็วโดยทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับหลอดเลือดแดงใหญ่ และต้องอาศัยกลไกช่วยพาเลือดกลับหัวใจ โดยเฉพาะบริเวณขา กล้ามเนื้อที่หดตัวระหว่างการเดินจะบีบหลอดเลือดดำเป็นจังหวะ ลิ้นภายในหลอดเลือดช่วยกันเลือดไหลย้อนกลับ
เหตุผลที่การนั่งนิ่งเป็นเวลานานทำให้ขาหนักหรือบวม เกี่ยวข้องกับการไหลกลับของเลือดดำ เมื่อกล้ามเนื้อขาไม่ค่อยขยับ เลือดจะเดินทางกลับหัวใจได้ช้าลง การลุกเดิน ยืดข้อเท้า หรือขยับน่องเป็นระยะช่วยให้กลไกปั๊มจากกล้ามเนื้อทำงานดีขึ้น แต่ผู้ที่มีอาการบวมข้างเดียว เจ็บน่อง แดง หรือหายใจลำบาก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
ความเร็วของเลือดเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ระหว่างออกกำลังกาย หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบเลือดออกมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้งานต้องการออกซิเจนเพิ่ม หลอดเลือดในบริเวณนั้นจึงขยายเพื่อรับเลือดมากขึ้น ขณะเดียวกันหลอดเลือดในอวัยวะที่ยังไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอาจหดตัวเพื่อจัดสรรเลือดให้เหมาะสม
ความเครียด ไข้ อากาศร้อน ภาวะขาดน้ำ การเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นยืน และยาบางชนิด ล้วนมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียน เลือดไม่ได้ไหลด้วยความเร็วคงที่ตลอดเวลา แม้ในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน ความเร็วก็เปลี่ยนขึ้นลงตามจังหวะหัวใจและความต้านทานของผนังหลอดเลือด
หากนับเวลาตั้งแต่เลือดออกจากหัวใจ เดินทางไปยังเนื้อเยื่อ แล้วไหลกลับเข้าสู่หัวใจ วงจรหนึ่งในขณะพักมักใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที การออกกำลังกายทำให้วงจรสั้นลง เพราะหัวใจสูบฉีดแรงขึ้นและกล้ามเนื้อช่วยเร่งการไหลกลับของเลือด ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ สุขภาพ ขนาดร่างกาย และระดับกิจกรรม
สรุปง่าย ๆ คือ เลือดในหลอดเลือดแดงใหญ่ไหลเร็วระดับหลายสิบเซนติเมตรต่อวินาที เลือดในเส้นเลือดฝอยไหลช้าระดับมิลลิเมตรต่อวินาที ส่วนหลอดเลือดดำทำหน้าที่พาเลือดกลับหัวใจด้วยความเร็วที่เปลี่ยนตามแรงบีบจากหัวใจและกล้ามเนื้อ การวัดชีพจรจึงบอกจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นหลัก ไม่ได้บอกความเร็วของเลือดทุกส่วนในร่างกาย
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ป้ายใหม่ รพ.สุรินทร์ไม่มีภาษาเขมร จุดกระแสวิจารณ์สองฝั่ง
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ทรัมป์เดือดคำว่า “ผลงานหลากหลาย” ขู่ร้อง FCC จัดการนักข่าว NBC
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว
คอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไร
ขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย
หมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม










