หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พื้นห้องประชุมพังจนขุนนางเสียชีวิตในบ่อส้วมเออร์เฟิร์ต

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

วันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1184 เมืองเออร์เฟิร์ตในดินแดนเยอรมนียุคกลางกลายเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเชื่อมโยงการเมืองระดับสูงเข้ากับโครงสร้างอาคารที่เสื่อมสภาพ เหตุการณ์นี้มีชื่อในภาษาเยอรมันว่า Erfurter Latrinensturz หรือ “เหตุพื้นถล่มลงบ่อส้วมแห่งเออร์เฟิร์ต” ผู้เข้าร่วมประชุมราว 60 คนเสียชีวิต หลังพื้นห้องชั้นบนพังลงไปพร้อมกับพื้นชั้นล่าง และเปิดทางให้ร่างจำนวนมากตกลงสู่บ่อเกรอะใต้ตัวอาคาร

เหตุการณ์เริ่มจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างลุดวิกที่ 3 ลันด์กราฟแห่งทูริงเงินกับคอนราดที่ 1 อาร์ชบิชอปแห่งไมนซ์ ทั้งสองฝ่ายมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจ ที่ดิน และผลประโยชน์หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ความตึงเครียดมีโอกาสลุกลามเป็นการปะทะ จึงต้องอาศัยผู้มีอำนาจระดับกษัตริย์เข้ามาเจรจา

ไฮน์ริชที่ 6 ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งกษัตริย์แห่งเยอรมนีและมีอายุประมาณ 18 ปี เดินทางผ่านเออร์เฟิร์ตระหว่างภารกิจทางทหาร พระองค์รับหน้าที่ประสานข้อพิพาทตามคำสั่งของจักรพรรดิฟรีดริช บาร์บารอสซา พระบิดา การประชุมลักษณะนี้เรียกว่า Hoftag เป็นเวทีที่กษัตริย์เรียกเจ้าผู้ครองแคว้น ขุนนาง นักบวชชั้นสูง และตัวแทนสำคัญมาหารือเรื่องบ้านเมือง

แหล่งข้อมูลยุคกลางระบุว่าผู้เข้าร่วมจำนวนมากเข้าไปอยู่ในห้องชั้นบนของอาคารสองชั้นใกล้มหาวิหารเออร์เฟิร์ต นักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงกันว่าอาคารนั้นเป็นเขตที่พักของผู้ดูแลมหาวิหารหรือเป็นที่พำนักของฝ่ายอาร์ชบิชอป รายละเอียดเรื่องสถานที่จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นห้องประชุมภายในโบสถ์โดยตรง แต่ทุกแหล่งเห็นตรงกันว่าห้องอยู่เหนือพื้นที่สุขาภิบาลซึ่งมีบ่อเกรอะขนาดใหญ่

ห้องดังกล่าวรองรับขุนนางและผู้ติดตามจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ผู้ร่วมประชุมสวมเสื้อผ้าหนัก พกอาวุธ และบางคนมีเกราะหรือเครื่องประกอบตำแหน่งติดตัว น้ำหนักรวมจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันพื้นไม้และคานอาคารมีอายุใช้งานมานาน การก่อสร้างในยุคนั้นยังไม่มีวิธีคำนวณน้ำหนักบรรทุกแบบวิศวกรรมสมัยใหม่ จึงยากต่อการประเมินว่าพื้นจะรับฝูงชนที่มารวมตัวแน่นห้องได้หรือไม่

เมื่อพื้นชั้นบนรับน้ำหนักไม่ไหว คานไม้จึงแตกและพื้นทั้งแผงพังลงมา แรงกระแทกจากร่างและเศษวัสดุทำให้พื้นชั้นล่างพังตาม ผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนหนึ่งตกผ่านช่องว่างสองชั้นลงไปยังบ่อเกรอะใต้ดิน เหตุเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนแทบไม่มีเวลาให้คนในห้องตั้งตัวหรือหาทางออก

จำนวนผู้เสียชีวิตที่แหล่งข้อมูลมักอ้างอยู่ที่ประมาณ 60 คน ส่วนใหญ่เป็นขุนนางหรือบุคคลชั้นสูง หลายรายเสียชีวิตจากแรงกระแทกและเศษอาคาร บางรายจมน้ำเสียในบ่อเกรอะ และบางรายขาดอากาศหายใจในพื้นที่แคบที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล รายละเอียดในพงศาวดารไม่ได้บอกว่าทุกคนเสียชีวิตด้วยสาเหตุเดียวกัน การเล่าว่า “ขุนนางทั้งหมดจมขี้ตายพร้อมกัน” จึงเป็นถ้อยคำสรุปที่รุนแรงกว่าหลักฐานจริง

ไฮน์ริชที่ 6 รอดชีวิตเพราะนั่งอยู่บริเวณช่องหน้าต่างหรือส่วนที่มีฐานหินรองรับ ขณะที่คอนราดและลุดวิกก็รอดจากเหตุการณ์เช่นกัน ผู้รอดชีวิตและชาวเมืองช่วยกันนำบันไดเข้ามาในพื้นที่พังถล่มเพื่อดึงคนออกจากซากอาคาร การกู้ภัยทำได้ยากจากพื้นไม้ที่แตก เศษหิน และสภาพของบ่อเกรอะซึ่งทำให้การค้นหาร่างเป็นภารกิจอันตราย

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่าตำแหน่งทางสังคมไม่อาจช่วยให้ใครพ้นจากความเสี่ยงทางกายภาพได้ เมื่อขุนนาง เจ้าชาย นักบวช และผู้ติดตามยืนรวมกันบนพื้นที่เดียวกัน ทุกคนกลายเป็นน้ำหนักก้อนเดียวที่กดลงบนโครงสร้างเก่า การเมืองระดับจักรวรรดิซึ่งตั้งใจใช้การเจรจาเพื่อป้องกันความรุนแรงกลับจบลงด้วยอุบัติเหตุที่ไม่มีฝ่ายใดวางแผนไว้

หลังเกิดเหตุ ไฮน์ริชออกจากเออร์เฟิร์ตอย่างรวดเร็วและเดินทางต่อ ภารกิจประนีประนอมข้อพิพาทจึงไม่ปรากฏผลสำเร็จชัดเจน เหตุการณ์ยังคงอยู่ในพงศาวดารของเออร์เฟิร์ตและเอกสารประวัติศาสตร์บางชุด ต่อมานักเล่าเรื่องนำไปขยายรายละเอียดให้มีสีสันขึ้น จนเกิดภาพจำว่าห้องประชุมทั้งห้องตกลงไปในส้วมและมีผู้เสียชีวิตนับร้อย ทั้งที่ตัวเลขที่นักวิชาการอ้างอย่างระมัดระวังคือประมาณ 60 คน

ความทรงจำของ Erfurter Latrinensturz ยืนยาวเพราะเหตุการณ์รวมองค์ประกอบที่สะเทือนใจไว้ในคราวเดียว ทั้งความขัดแย้งระหว่างชนชั้นปกครอง อาคารเก่า การตัดสินใจรวมฝูงชนไว้ในห้องเดียว และบ่อเกรอะซึ่งกลายเป็นจุดจบของการประชุมสำคัญ ชื่อของเหตุการณ์จึงกลายเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ว่าอำนาจทางการเมืองไม่อาจแยกขาดจากสภาพแวดล้อมจริง และความประมาทด้านโครงสร้างอาคารสามารถเปลี่ยนการเจรจาสันติภาพให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมภายในเวลาไม่กี่วินาที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.Richard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย."ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์วงการคอสเพลย์: จากงานอดิเรกสู่ธุรกิจทำเงิน
ตั้งกระทู้ใหม่