หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์

เขียนโดย EvaAqua

ถ้าเอ่ยถึง “เมล็ดมะขาม” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเม็ดสีน้ำตาลแข็ง ๆ ที่อยู่ข้างในฝักมะขาม หรือของเล่นพื้นบ้านที่เด็กสมัยก่อนหยิบมาเล่นกัน

แต่ในประวัติศาสตร์การพนันของสยาม เมล็ดเล็ก ๆ แบบนี้มีบทบาทมากกว่านั้น

เพราะมีการพนันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ถั่ว” หรือ “โปกำ” ซึ่งใช้เบี้ยจั่น เมล็ดมะขาม หรือเมล็ดละหุ่งเป็นตัวกลางในการเล่น ก่อนนำมาแจงคะแนนทีละ 4

พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่ดูเหมือนเมล็ดพืชธรรมดา ๆ เคยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงพนันในอดีตจริง ๆ

เมล็ดมะขามเกี่ยวอะไรกับการพนัน?

จุดสำคัญอยู่ที่คำว่า “เบี้ย”ในการพนันโบราณ เบี้ยไม่ได้หมายถึงเงินสดโดยตรง แต่สามารถใช้เป็นตัวแทนสำหรับการเล่นพนันได้ เช่น เบี้ยจั่น หรือวัตถุอื่นที่ใช้แทนแต้ม

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายคำว่า “ถั่ว” ในความหมายหนึ่งว่า เป็นการพนันที่ใช้ถ้วยครอบเบี้ย โดยเบี้ยที่นำมาใช้สามารถเป็น เบี้ยจั่น เมล็ดมะขาม หรือเมล็ดละหุ่ง จากนั้นจึงเปิดถ้วยและแจงคะแนนทีละ 4

หากเหลือ 1 เรียกว่า “ออกหน่วย” เหลือ 2 หรือ 3 ก็เรียกว่า “ออก 2” หรือ “ออก 3” และถ้าเหลือ 4 เรียกว่า “ออกครบ”

ดังนั้น เมล็ดมะขามจึงไม่ได้เป็น “เครื่องพนัน” โดยตัวมันเอง แต่ทำหน้าที่คล้าย ตัวนับหรือตัวแทนเบี้ยในเกมพนัน

แล้ว “กำถั่ว” คือการพนันแบบไหน?

ชื่อ “กำถั่ว” ฟังดูเหมือนเกี่ยวข้องกับถั่วที่เป็นอาหาร แต่ในบริบทการพนัน คำว่า “ถั่ว” เป็นชื่อของการพนันชนิดหนึ่ง

ลักษณะสำคัญคือใช้ถ้วยครอบวัตถุที่เป็นเบี้ย จากนั้นจึงนำมาแจงจำนวนเพื่อหาผลตามวิธีของเกม

ในเอกสารและคำอธิบายเก่า ๆ จึงพบคำที่เกี่ยวข้องกันหลายคำ ทั้ง ถั่ว, โปกำ และกำถั่ว

เรื่องนี้ทำให้คำว่า “ถั่ว” ในเอกสารประวัติศาสตร์บางแห่งไม่ได้หมายถึงพืชตระกูลถั่ว แต่หมายถึง การพนันชนิดหนึ่ง

“โปกำ” กับ “ถั่ว” คือเรื่องเดียวกันหรือไม่?

หลักฐานจากพจนานุกรมช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของสองคำนี้ค่อนข้างชัด

“โปกำ” หมายถึงการพนันที่ใช้ถ้วยครอบเบี้ย เช่นเดียวกับ “ถั่ว” และใช้เมล็ดมะขามหรือเมล็ดละหุ่งเป็นตัวกลางได้เช่นกัน

วิธีเล่นมีการแจงออกเป็นคะแนนทีละ 4 และมีช่องหรือ “ประตู” สำหรับแทงผลต่าง ๆ เช่น หน่วย สอง สาม และครบ

ส่วนคำว่า “โป” ยังมีการพนันอีกแบบที่เรียกว่า “โปปั่น” ซึ่งแตกต่างจากโปกำ เพราะใช้อุปกรณ์ทองเหลืองสำหรับปั่นและมีลิ้นสีต่าง ๆ อยู่ภายใน

ข้อมูลจากงานอธิบายศัพท์และประวัติศาสตร์การพนันจึงควรแยก โปกำ กับ โปปั่น ออกจากกัน ไม่ควรเรียกรวมว่าเป็นเกมเดียวกันทั้งหมด

จากเมล็ดมะขาม ทำไมถึงกลายเป็น “บ่อนเบี้ย”?

เรื่องนี้น่าสนใจกว่าตัวเมล็ดมะขามเสียอีก

กรมศิลปากรอธิบายว่า “บ่อนเบี้ย” คือสถานที่สำหรับเล่นการพนันประเภทถั่วโปหรือกำถั่ว และสันนิษฐานว่าการเล่นลักษณะนี้เริ่มแพร่หลายในชุมชนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่มาก เพราะเป็นการพนันที่ชาวจีนในอดีตนิยมเล่นกัน

หลักฐานที่กรมศิลปากรเผยแพร่ระบุว่ามีการเล่นถั่วโปในสังคมไทยมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยา และต่อมาทางการก็เข้ามาควบคุมและจัดเก็บอากรจากบ่อนเหล่านี้

ตรงนี้ทำให้เรื่องของเมล็ดมะขามเปลี่ยนจากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นภาพสะท้อนของสังคมในอดีต

เพราะเบื้องหลังการพนันไม่ได้มีแค่คนเล่นกับเจ้ามือ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การควบคุมของรัฐ การจัดเก็บภาษี และระบบบ่อน ด้วย

บ่อนเบี้ยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เล่นพนัน

เอกสารของกรมศิลปากรยังกล่าวถึง “ปี้” ที่ใช้ในโรงบ่อน

ปี้มีทั้งแบบทำจากกระเบื้องและโลหะ และถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้แทนคะแนนในการเล่นเบี้ยภายในบ่อน โดยปี้ของนายอากรแต่ละคนอาจมีลวดลายแตกต่างกัน

นี่เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ

เพราะจะเห็นได้ว่าเมื่อการพนันพัฒนาไปถึงระดับ “บ่อน” การใช้เมล็ดพืชหรือเบี้ยธรรมดาก็สามารถถูกแทนที่ด้วย ตัวกลางที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ

จากเมล็ดมะขามและเบี้ยธรรมชาติ จึงค่อย ๆ เห็นภาพของระบบ “แต้ม” และ “ตัวแทนเงิน” ที่เป็นทางการมากขึ้น

การพนันจากต่างวัฒนธรรมเข้ามาในสยามอย่างไร?

เรื่องต้นกำเนิดต้องระวังเป็นพิเศษ

เอกสาร ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 17 เรื่องตำนานการเลิกบ่อนเบี้ยและเลิกหวย ซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ อธิบายว่าการเล่น “โป” มีต้นเค้ามาจากจีน และแยกโปกำออกจากโปปั่นอย่างชัดเจน

เอกสารเดียวกันยังสะท้อนนโยบายของรัฐในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งพยายามลดจำนวนบ่อนโปถั่วลง

ประกาศใน พ.ศ. 2430 ระบุว่าขณะนั้นในแขวงกรุงเทพฯ มีบ่อนใหญ่ที่เล่นโปถั่วจำนวนมาก รวมถึงบ่อนย่อยอีกจำนวนหนึ่ง และมีการกำหนดให้ลดจำนวนบ่อนลง โดยยังคงบางแห่งไว้ก่อนที่จะเลิกมากขึ้นในภายหลัง

จึงเห็นได้ว่า “กำถั่ว” ไม่ได้เป็นเพียงเกมพื้นบ้านเล็ก ๆ แต่เคยอยู่ในระบบบ่อนที่รัฐต้องเข้ามาจัดการจริง

Timeline: จากการพนันโบราณสู่การควบคุมของรัฐ

ช่วงเวลาสิ่งที่เกิดขึ้น
สมัยอยุธยา มีหลักฐานว่าการพนันประเภทถั่วโปเป็นที่รู้จักในสังคมสยาม
ต่อมา การเล่นถั่วโปเชื่อมโยงกับชุมชนจีนและเกิดระบบบ่อนเบี้ย
สมัยรัตนโกสินทร์ บ่อนเบี้ยถูกจัดระบบและมีการเก็บอากร
รัชกาลที่ 5 รัฐเริ่มดำเนินนโยบายลดจำนวนบ่อนอย่างจริงจัง
พ.ศ. 2430 มีประกาศลดจำนวนบ่อนโปถั่วในกรุงเทพฯ
ยุคกฎหมายการพนันสมัยใหม่ “ถั่ว” และ “โปกำ” ปรากฏอยู่ในบัญชีประเภทการพนันตามกฎหมาย

รายชื่อ “โปกำ” และ “ถั่ว” ปรากฏอยู่ในบัญชีการพนันตามกฎหมายการพนันของไทยในเอกสารกฎหมายที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

จากเมล็ดมะขามสู่ “ปี้” เรื่องนี้บอกอะไรเรา?

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่คำถามว่า “ใครเอาเมล็ดมะขามมาเล่นพนันเป็นคนแรก”

เพราะ ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้ชัดเจนถึงบุคคลหรือเหตุการณ์แรกที่นำเมล็ดมะขามมาใช้

แต่หลักฐานที่มีบอกเราได้ว่า วัตถุธรรมดาอย่างเมล็ดมะขามสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนเบี้ยในระบบการพนันได้

และเมื่อการพนันพัฒนาขึ้น ระบบก็มีความซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่เบี้ยธรรมชาติ ไปจนถึงปี้สำหรับใช้ในโรงบ่อน รวมถึงกฎระเบียบและการจัดเก็บอากร

นี่จึงเป็นภาพเล็ก ๆ ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างน่าสนใจ

เมล็ดมะขามไม่ได้เป็น “เครื่องพนัน” แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

ถ้าจะเล่าเรื่องนี้ให้ตรงกับหลักฐานที่สุด เราไม่ควรพูดว่า

“การพนันเกิดจากเมล็ดมะขาม”

หรือ

“เครื่องพนันโบราณถูกสร้างจากเมล็ดมะขาม”

เพราะยังไม่มีหลักฐานรองรับคำกล่าวเช่นนั้น

สิ่งที่พูดได้อย่างมั่นใจกว่าคือ เมล็ดมะขามเคยถูกนำมาใช้เป็นเบี้ยหรือตัวกลางในการเล่นการพนันประเภทถั่วหรือโปกำ ซึ่งเป็นการพนันที่มีประวัติสัมพันธ์กับบ่อนเบี้ยในสังคมสยาม

จากเมล็ดเล็ก ๆ ที่อยู่ในฝักมะขาม จึงพาเราเดินย้อนกลับไปถึงเรื่องใหญ่กว่านั้น ทั้งชุมชนจีน บ่อนเบี้ย ระบบอากร และความพยายามของรัฐในการควบคุมการพนัน

บางครั้งประวัติศาสตร์ก็ซ่อนตัวอยู่ในสิ่งของธรรมดาที่เราแทบไม่เคยสังเกต

และเมล็ดมะขามก็เป็นหนึ่งในนั้น

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 — ใช้ตรวจความหมายของ “ถั่ว”, “โปกำ” และการใช้เมล็ดมะขามเป็นเบี้ย
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม — ใช้ข้อมูลเรื่องบ่อนเบี้ย ถั่วโป กำถั่ว ปี้ และระบบอากรบ่อนเบี้ย
ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 17 — ใช้ตรวจข้อมูลประวัติการเล่นโปถั่วและนโยบายลดบ่อนใน พ.ศ. 2430
เอกสารเกี่ยวกับกฎหมายการพนัน — ใช้ตรวจว่าชื่อ “โปกำ” และ “ถั่ว” ปรากฏในบัญชีการพนัน
มติชนสุดสัปดาห์ — ใช้ประกอบการอธิบายความแตกต่างระหว่าง “ถั่ว” กับ “โป/โปปั่น”
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 104 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: C lover, เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาทคำจริงที่ทำให้คนไม่พอใจ พระพุทธเจ้าทรงเลือกพูดเมื่อไร?เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้างเปียโน 88 คีย์พอไหม?เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?ทำไมงานกฐินจึงจัดได้เพียงเดือนเดียวหลังออกพรรษา?รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้างจังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลยสมัยก่อนคนกินข้าววันละ 2 มื้อ แล้วมื้อเที่ยงมาไง ใครเป็นคนคิดทำไมคนที่ชอบเล่นหวยจึงหลงใหลตัวเลขและสถิตอ้างอิงเปิด 7 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกินเผ็ด ไทยติดโผหรือไม่ แล้วชาติไหนกินพริกเป็นอาหาร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งทำไมคนที่ชอบเล่นหวยจึงหลงใหลตัวเลขและสถิตอ้างอิงเปิด 7 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกินเผ็ด ไทยติดโผหรือไม่ แล้วชาติไหนกินพริกเป็นอาหาร?เทียบเลขเด็ด 2 สำนัก งวด 1 พ.ย. 69 น้ำตาเทียนชู 4-6-8 นางฟ้าโปรยทรัพย์เน้น 2-3 เปิดชุดเลข 2 ตัวและ 3 ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งจุดจบของโลกถ้าไม่มีมนุษย์ โลกจะสวยกว่าเดิมหรือพังพระพุทธเจ้าห้ามแสดงปาฏิหาริย์จริงไหม? ในพระวินัยมีคำตอบทำไมดาวเหนือจึงลอยต่ำใกล้ขอบฟ้าในไทย?
ตั้งกระทู้ใหม่