5 นิสัยการใช้เงินที่ดูเหมือน "ประหยัด" แต่จริงๆ คือสิ่งที่ทำให้เราจนลง
5 นิสัยการใช้เงินที่ดูเหมือน "ประหยัด" แต่จริงๆ คือพฤติกรรมทำตัวเองจน
คนจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าการประหยัดคือการเลือกร้อยทั้งร้อยที่ตัวเลขราคาถูกที่สุด หรือการพยายามไม่ยอมจ่ายเงินกับอะไรเลย แต่ในความเป็นจริง หลายพฤติกรรมที่เราคิดว่าช่วยเซฟเงิน กลับกลายเป็น "กับดักทางการเงิน" ที่แอบดึงเงินออกจากกระเป๋าเรามากกว่าเดิมในระยะยาว และนี่คือ 5 นิสัยที่ต้องรีบเลิกถ้าไม่อยากจนลงโดยไม่รู้ตัว
1. ซื้อแต่ของราคาถูกที่สุด โดยไม่ดูคุณภาพและความคุ้มค่า
การเลือกซื้อของที่ถูกที่สุดมักจบลงด้วยคำว่า "ต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ" เสื้อผ้าตัวละร้อยที่ซักสองครั้งย้วย หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไร้แบรนด์ที่เสียภายในสามเดือน ทำให้ยอดเงินรวมที่คุณต้องจ่ายเพื่อซื้อของทดแทนสูงกว่าการลงทุนซื้อของเกรดดีที่ใช้งานได้ยาวนานหลายปีตั้งแต่แรก นี่คือตรรกะ "จ่ายน้อยแต่จ่ายบ่อย" ที่ทำให้เงินรั่วไหล
2. ยอมเสียเวลาหลายชั่วโมง เพียงเพื่อประหยัดเงินไม่กี่สิบบาท
การนั่งรถเมล์ต่อหลายสายหรือยอมเดินไกลเป็นกิโลๆ เพื่อประหยัดค่าเดินทาง 20 บาท หรือการนั่งเปรียบเทียบราคาสินค้าต่างแอปพลิเคชันเป็นชั่วโมงเพื่อส่วนลด 10 บาท ถือเป็นการแลกที่ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะ "เวลา" คือทรัพยากรที่มีมูลค่า หากนำเวลานั้นไปพัฒนาทักษะ รับงานเพิ่ม หรือพักผ่อนให้ร่างกายพร้อมทำงาน จะสร้างมูลค่าได้มากกว่าเงินที่ประหยัดได้หลายเท่า
3. งดการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะเสียดายเงิน
หลายคนมองว่าการตรวจสุขภาพประจำปีหรือการไปหาหมอเมื่อเริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อยเป็นเรื่องสิ้นเปลือง จึงเลือกซื้อยากินเองเพื่อประหยัดเงิน แต่เมื่อโรคลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายแรง ค่ารักษาพยาบาลในอนาคตจะพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักแสนหลักล้านบาท การประหยัดค่าตรวจสุขภาพในวันนี้ จึงกลายเป็นการสร้างหนี้ก้อนโตในวันหน้า
4. กว้านซื้อของลดราคาหรือสินค้าป้ายเหลือง ทั้งที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้
เห็นป้าย "ลด 50%" หรือ "ซื้อ 1 แถม 1" เป็นต้องพุ่งตัวเข้าใส่เพราะรู้สึกว่า "คุ้มค่าและประหยัด" แต่หากสิ่งนั้นไม่อยู่ในรายการของที่ต้องใช้อยู่แล้ว การซื้อของลดราคาในราคา 500 บาท ไม่ได้แปลว่าคุณประหยัดเงินได้ 500 บาท แต่หมายความว่าคุณ **เสียเงินที่ไม่จำเป็นไป 500 บาทเต็มๆ** แถมของหลายอย่างยังหมดอายุทิ้งไปเปล่าๆ
5. ไม่ยอมลงทุนพัฒนาตัวเอง เพราะกลัวเสียเงินเปล่า
การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวโดยไม่ยอมแบ่งเงินไปลงคอร์สเรียน ซื้อหนังสือดีๆ หรือฝึกทักษะใหม่ๆ เพราะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เห็นผลทันที จะทำให้ความสามารถในการหาเงินของคุณหยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การไม่ลงทุนในตัวเองจึงเป็นการทำให้ตัวเองจนลงแบบช้าๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว
จาก "ลิซ่า BLACKPINK" ถึง "เนเน่ รอยัล" ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก
สงกรานต์สืบทอดจากประเพณีขึ้นปีใหม่ไทย
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปี
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
สิ่งที่ไม่ควรทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยกว่า 1.3 ล้านคนแห่ลงทะเบียน ก่อนเปิดใช้ 31 ส.ค.นี้
ขับรถเร็วเหยียบน้ำสาดโดนคนเดินเท้าอาจมีความผิด
ยางรถยนต์เก่านำกลับมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
ถ่าน AA AAA และ 9V ต้องแยกเป็นขยะอันตราย
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
จาก "ลิซ่า BLACKPINK" ถึง "เนเน่ รอยัล" ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
สงกรานต์สืบทอดจากประเพณีขึ้นปีใหม่ไทย
ขับรถเร็วเหยียบน้ำสาดโดนคนเดินเท้าอาจมีความผิด
น้ำมันพืชใช้แล้วควรเก็บส่งต่อไม่เทลงท่อ




