จาก ‘ภูกามยาว’ ถึงพะเยา : เรื่องราวเมืองเก่าที่กลับมาเป็นจังหวัดอีกครั้ง
พะเยา จากเมืองภูกามยาว สู่จังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย
เมืองโบราณริมกว๊านที่เคยมีอาณาจักรเป็นของตนเอง
หากพูดถึงจังหวัดพะเยาในปัจจุบัน ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “กว๊านพะเยา” ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง แต่ก่อนที่พะเยาจะกลายเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือเช่นทุกวันนี้ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองสำคัญทางการเมืองของดินแดนล้านนา และมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี
เมืองพะเยาในอดีตปรากฏชื่อว่า “ภูกามยาว” หรือ “พยาว” และมีพัฒนาการเป็นบ้านเมืองที่มีผู้ปกครองของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งถือเป็นยุคที่พะเยามีความรุ่งเรืองอย่างมาก บุคคลที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ พญางำเมืองกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองพะเยา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพญามังรายแห่งเชียงรายและพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย จนเกิดเรื่องเล่าถึงความสัมพันธ์ของกษัตริย์ทั้งสามแห่งดินแดนภาคเหนือและสุโขทัย
ความรุ่งเรืองของพะเยาในยุคดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเฉพาะจากเรื่องราวของกษัตริย์ แต่ยังปรากฏผ่านศิลปกรรม โดยเฉพาะ พระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยา ซึ่งมีเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปกรรมสำคัญของล้านนา พระพุทธรูปเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เห็นว่าพะเยาในอดีตไม่ได้เป็นเพียงเมืองทางผ่าน แต่มีทั้งช่างฝีมือ ศาสนา และวัฒนธรรมของตนเอง
จากเมืองล้านนาสู่เมืองที่ต้องผ่านสงครามและการเปลี่ยนแปลงอำนาจ
ความรุ่งเรืองของพะเยาไม่ได้ดำรงอยู่ตลอดไป เมื่อโครงสร้างอำนาจทางการเมืองในภาคเหนือเปลี่ยนแปลง พะเยาก็เข้าไปอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านนา และต่อมาได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างล้านนากับพม่า ช่วงหนึ่งเมืองพะเยาถึงกับถูกทิ้งร้าง ก่อนที่จะมีการฟื้นฟูบ้านเมืองและผู้คนกลับเข้ามาตั้งถิ่นฐานอีกครั้ง
เมื่อเข้าสู่สมัยที่สยามเริ่มปฏิรูประบบการปกครองหัวเมืองในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 พะเยาก็เผชิญการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จากเมืองที่เคยมีผู้ปกครองท้องถิ่นของตนเอง กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการสมัยใหม่ และในเวลาต่อมามีฐานะเป็น อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในช่วงการสร้างรัฐสมัยใหม่ เพราะเมืองต่าง ๆ ในล้านนาไม่ได้ดำรงอยู่ในฐานะเมืองประเทศราชแบบเดิมอีกต่อไป แต่ถูกนำเข้าสู่ระบบการปกครองแบบจังหวัด อำเภอ และตำบลที่มีโครงสร้างคล้ายกับพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ
กว๊านพะเยาไม่ได้เป็นเพียงทะเลสาบ แต่เป็นหัวใจของเมือง
เมื่อพูดถึงพะเยา สิ่งที่แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้คือ “กว๊านพะเยา” แหล่งน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด กว๊านมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั้งในด้านการประมง การเกษตร และการดำรงชีวิต อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังมีโบราณสถานและวัดสำคัญจำนวนมาก
เกร็ดที่น่าสนใจคือ บริเวณกว๊านพะเยาเคยมีโบราณสถานและวัดเก่าแก่จำนวนหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมเมื่อมีการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทำให้ “วัดติโลกอาราม” ซึ่งตั้งอยู่กลางกว๊านในปัจจุบัน กลายเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าพื้นที่ซึ่งเป็นผืนน้ำในวันนี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเมืองและภูมิทัศน์ทางศาสนาของพะเยามาก่อน
กว๊านจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชมพระอาทิตย์ตก แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเมือง ทั้งเรื่องการจัดการน้ำ การตั้งถิ่นฐาน ศาสนา และวิถีชีวิตของคนพะเยาที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายยุคสมัย
กว๊านพะเพาในอดีต
28 สิงหาคม 2520 : พะเยากลับมาเป็นจังหวัดอีกครั้ง
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์สมัยใหม่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 รัฐบาลประกาศจัดตั้ง จังหวัดพะเยาโดยแยกพื้นที่ออกจากจังหวัดเชียงราย ทำให้พะเยากลายเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย
ในระยะแรก จังหวัดพะเยาประกอบด้วย 7 อำเภอ ได้แก่ พะเยา เชียงคำ จุน แม่ใจ ดอกคำใต้ ปง และเชียงม่วน ก่อนที่จะมีการจัดตั้งอำเภอเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
สิ่งที่น่าสนใจคือ หากนับอายุของ “จังหวัดพะเยา” พะเยาเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างใหม่ แต่หากนับอายุของ “เมืองพะเยา” กลับมีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่าการจัดตั้งจังหวัดหลายร้อยปี นี่จึงเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจของพะเยา—จังหวัดอาจมีอายุไม่ถึงครึ่งศตวรรษ แต่เมืองกลับมีรากประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงยุคล้านนา
จากเมืองภูกามยาวของพญางำเมือง สู่เมืองล้านนาที่ผ่านสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเชียงราย สู่การเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย พะเยาจึงไม่ได้มีเพียงกว๊านที่สวยงาม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์หลายยุคสมัยมาบรรจบกัน ตั้งแต่ อาณาจักรล้านนา การปฏิรูปการปกครองของสยาม จนถึงการสร้างจังหวัดในประเทศไทยสมัยใหม่ และนี่เองที่ทำให้วันที่ 28 สิงหาคมของทุกปี มีความหมายมากกว่าวันก่อตั้งจังหวัด เพราะเป็นวันที่ชื่อ “พะเยา” กลับมาปรากฏในฐานะจังหวัดอีกครั้ง หลังจากผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองแห่งนี้มาแล้วหลายร้อยปี
เขียนโดย เด็กประวัติ
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง
กาแฟแก้วละ 100 ทุกวัน ทำให้จนลงจริงไหม? มอง Latte Factor แบบไม่ต้องเลิกสุข
“แม่น้ำสินธุ” เส้นเลือดใหญ่แห่งเอเชียใต้ สายน้ำแห่งอารยธรรมโบราณ
ฟลัชชิ่ง ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นจริงหรือ? รู้ก่อนเสียเงินทำ
คู่มือออกงานสังคมฉบับ Introvert คุยให้เฟรนด์ลี่ แล้วกลับบ้านแบบไม่ฝืนตัวเอง
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ แต่กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเอง หุ่นยนต์นิ่มตัวนี้เอาแรงมาจากไหน?
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
ฟลัชชิ่ง ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นจริงหรือ? รู้ก่อนเสียเงินทำ
ทำไมบางคนถึงใช้คำว่า “คนอีสาน” เป็นคำดูถูก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงชื่อของคนภูมิภาคหนึ่ง?
คู่มือออกงานสังคมฉบับ Introvert คุยให้เฟรนด์ลี่ แล้วกลับบ้านแบบไม่ฝืนตัวเอง
“แม่น้ำสินธุ” เส้นเลือดใหญ่แห่งเอเชียใต้ สายน้ำแห่งอารยธรรมโบราณ
กาแฟแก้วละ 100 ทุกวัน ทำให้จนลงจริงไหม? มอง Latte Factor แบบไม่ต้องเลิกสุข
ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ แต่กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเอง หุ่นยนต์นิ่มตัวนี้เอาแรงมาจากไหน?



