ดื่มเหล้าคลายหนาวไม่ได้ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นจริง
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เวลานั่งรับลมหนาวแล้วจิบเหล้า หลายคนจะรู้สึกว่าความเย็นหายไปชั่วคราว ใบหน้าแดง ผิวอุ่น และมีอาการร้อนวูบวาบจนเผลอคิดว่าเครื่องดื่มกำลังเติมความร้อนให้ร่างกาย แต่ความรู้สึกนี้เป็นเพียงผลจากการที่เลือดไหลมาใกล้ผิวหนัง ไม่ใช่การเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางที่ปกป้องหัวใจและสมอง
แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัว ตามปกติเมื่ออากาศเย็น ร่างกายจะหดหลอดเลือดส่วนปลายเพื่อลดการสูญเสียความร้อนและเก็บเลือดอุ่นไว้เลี้ยงอวัยวะสำคัญ พอแอลกอฮอล์ไปรบกวนกลไกนี้ เลือดจากส่วนลึกจึงถูกส่งมาที่ผิวมากขึ้น ผิวเลยอุ่นขึ้นให้สัมผัสและมองเห็นเป็นหน้าแดง แต่ความร้อนกำลังถูกพาออกไปสู่อากาศ
นี่คือเหตุผลที่คนดื่มอาจถอดเสื้อ คลายผ้าห่ม หรือเดินออกไปอยู่กลางลมเย็นเพราะคิดว่าตัวเองไม่หนาวแล้ว เมื่อรู้สึกร้อน หลายคนจะลดเครื่องป้องกันโดยไม่รู้ว่าร่างกายกำลังเสียความร้อนเร็วขึ้น แอลกอฮอล์ยังทำให้การตัดสินใจช้าลงและทำให้สังเกตสัญญาณอันตรายได้ไม่ดี ความเสี่ยงจึงไม่ได้มาจากการเสียความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการไม่รู้ตัวว่ากำลังหนาวเกินไป
ถ้าอุณหภูมิแกนกลางลดลงมาก ร่างกายจะเริ่มทำงานผิดปกติ ภาวะอุณหภูมิกายต่ำมักหมายถึงอุณหภูมิแกนกลางต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส สัญญาณเตือนที่ควรรีบใส่ใจ ได้แก่ หนาวสั่นรุนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ สับสน ง่วงผิดปกติ หายใจช้าลง หรือหมดสติ โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นอยู่กลางแจ้งหรือเสื้อผ้าเปียก
ถ้าเจอคนดื่มแล้วตัวเย็นมาก ให้พาออกจากลมและฝนทันที เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเป็นเสื้อผ้าแห้ง ห่มผ้า และค่อยๆ ให้ความอบอุ่นบริเวณลำตัว เช่น หน้าอก คอ และศีรษะ หากยังรู้สึกตัวดีและกลืนได้ อาจให้จิบน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มอุ่นที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ห้ามเติมเหล้าเพื่อหวังให้หายหนาว และไม่ควรปล่อยให้นอนหลับอยู่กลางอากาศเย็น
ถ้ามีอาการสับสนมาก ง่วงจนปลุกยาก หายใจผิดปกติ ชัก หรือหมดสติ ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ระหว่างรอไม่ควรจับอาบน้ำร้อนจัดหรือใช้ความร้อนแรงแนบผิว เพราะผิวหนังและระบบไหลเวียนอาจตอบสนองไม่ดี การทำให้ร่างกายแห้งและอบอุ่นอย่างค่อยเป็นค่อยไปปลอดภัยกว่า
วิธีคลายหนาวที่ช่วยได้จริงคือสวมเสื้อผ้าหลายชั้นที่แห้ง ปิดศีรษะ มือ และเท้า อยู่ในที่กำบังลม กินอาหารให้พลังงาน และดื่มเครื่องดื่มอุ่นที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ ส่วนคนที่เลือกดื่มในอากาศเย็นควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีคนที่ยังมีสติคอยดูแล และไม่ขับรถหรือออกไปนอนกลางแจ้งหลังดื่ม
แม้ร่างกายจะได้พลังงานจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ แต่พลังงานส่วนนั้นไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเสื้อกันหนาว และไม่สามารถชดเชยความร้อนที่สูญเสียผ่านผิวหนังได้ ความรู้สึกร้อนหลังดื่มจึงเป็นสัญญาณที่หลอกให้ประเมินอากาศผิด การดื่มเหล้าอาจทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำให้ร่างกายปลอดภัยจากความหนาว และในบางสถานการณ์กลับเพิ่มโอกาสเกิดภาวะตัวเย็นเกินจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
3 อบต.ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุดในประเทศไทย
ดวงการงานพฤศจิกายน 2569 ครบ 12 ราศี พร้อมโอกาสและข้อควรระวัง
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
เปิดที่มาชื่อ กรุงเทพมหานคร ทำไมจึงใช้ชื่อนี้ ? มีความว่าอะไร
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
หอยโข่งกับหอยเชอรี่แตกต่างกันอย่างไร
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
เปิดเบื้องหลังนักเขียน Postjung! หนึ่งกระทู้กว่าจะเผยแพร่ ต้องผ่านด่านอะไรบ้าง?
เครื่องบินโดยสารหนึ่งลำใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกี่ลิตรต่อชั่วโมง และต้นทุนการบินแต่ละรอบคิดอย่างไร
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
3 อบต.ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุดในประเทศไทย
ดวงการงานพฤศจิกายน 2569 ครบ 12 ราศี พร้อมโอกาสและข้อควรระวัง
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
เปิดที่มาชื่อ กรุงเทพมหานคร ทำไมจึงใช้ชื่อนี้ ? มีความว่าอะไร
หอยโข่งกับหอยเชอรี่แตกต่างกันอย่างไร
มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดตารางเลขเด่น 6 หลัก แยกตำแหน่งตัวเลขทั้ง 3 แถว
วอร์มอัพให้ถูกจังหวะ: ก่อนออกกำลังกายขยับแบบเคลื่อนไหว ยืดค้างเก็บไว้หลังเล่น
กินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อน
วันสะเก็ดเงินโลก 29 ตุลาคม "สะเก็ดเงินไม่ติด ความสนิทไปต่อ" ชวนมองข้ามผิวหนัง เห็นโรคร่วมที่ต้องเฝ้าระวัง
ผักสวนหลังบ้านปนเปื้อนสารเคมี: เมื่อไรที่ "อย่าเก็บ" สำคัญกว่า "ล้างยังไง"
