หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"มารี อองตัวแนตต์" ไม่เคยพูดให้คนจนไปกินเค้ก

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ประโยคที่ว่า “ถ้าไม่มีขนมปัง ก็ให้ไปกินเค้กสิ” ถูกเล่าซ้ำจนกลายเป็นภาพจำของพระนางมารี อองตัวแนตต์ ราชินีผู้ฟุ่มเฟือยและไม่สนใจความทุกข์ของประชาชน แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์กลับชี้ว่า พระนางไม่เคยพูดประโยคนี้ และไม่มีบันทึกร่วมสมัยที่ยืนยันว่าพระนางเคยแสดงท่าทีเช่นนั้น

ต้นตอของเรื่องอยู่ในหนังสือ Confessions ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ฌอง-ฌาค รุสโซ เขาเล่าเหตุการณ์หนึ่งว่า เมื่อประชาชนไม่มีขนมปัง “เจ้าหญิงผู้ยิ่งใหญ่” คนหนึ่งกลับเสนอให้พวกเขากิน brioche ซึ่งเป็นขนมปังเนื้อนุ่มที่ใส่เนยและไข่ ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นมารี อองตัวแนตต์เลย

รุสโซเขียนข้อความนี้ในช่วงประมาณปี 1765 ขณะที่มารี อองตัวแนตต์ยังเป็นเด็กหญิงวัยไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ หนังสือเล่มนี้เพิ่งทยอยตีพิมพ์หลังจากนั้น และเมื่อถึงช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส พระนางจึงถูกนำชื่อมาเชื่อมเข้ากับประโยคดังกล่าว ทั้งที่ช่วงเวลาของเรื่องเล่ากับประวัติชีวิตของพระนางไม่สอดคล้องกัน

อีกเรื่องที่มักถูกเล่าคลาดเคลื่อนคือคำว่า “เค้ก” เพราะคำฝรั่งเศส brioche หมายถึงขนมปังชนิดหนึ่ง ไม่ใช่เค้กแบบที่คนทั่วไปเข้าใจในปัจจุบัน การแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Let them eat cake” ทำให้ประโยคฟังดูเยาะเย้ยและรุนแรงขึ้น จนเหมาะกับการใช้เป็นคำกล่าวหาทางการเมืองมากกว่าเดิม

เหตุใดคนจำนวนมากจึงเชื่อว่าพระนางเป็นคนพูด คำตอบส่วนหนึ่งมาจากบรรยากาศในฝรั่งเศสเวลานั้น มารี อองตัวแนตต์เป็นราชินีต่างถิ่น ใช้ชีวิตในพระราชวังแวร์ซายส์ท่ามกลางภาพลักษณ์หรูหรา ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญขนมปังราคาแพง ภาษีหนัก และความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน

คำพูดสั้นๆ จึงกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังมาก เพราะมันทำให้ความโกรธต่อระบบการปกครองมีตัวละครให้พุ่งเป้า แม้ไม่มีใครพบหลักฐานว่าพระนางพูดจริงก็ตาม ข่าวลือประเภทนี้เดินทางได้รวดเร็วผ่านแผ่นพับ การ์ตูนเสียดสี และบทสนทนาตามท้องถนน

มารี อองตัวแนตต์อาจไม่ใช่ต้นกำเนิดของประโยคนี้ แต่พระนางกลายเป็นผู้รับเคราะห์จากมันอย่างสมบูรณ์แบบ ชื่อของพระนางถูกใช้แทนความฟุ่มเฟือยของราชสำนัก และทำให้เรื่องที่ซับซ้อนอย่างเศรษฐกิจตกต่ำกับความล้มเหลวของรัฐ ถูกย่อให้เหลือเพียงภาพราชินีใจร้ายคนหนึ่ง

เรื่องนี้จึงไม่ได้สอนแค่ว่าใครเป็นคนพูด แต่ยังเตือนว่า ประโยคที่จำง่ายและกระแทกอารมณ์อาจมีพลังมากกว่าความจริงเสียอีก เมื่อถูกเล่าซ้ำในช่วงที่ผู้คนกำลังโกรธ ข่าวลือก็สามารถกลายเป็น “ความจริง” ในความทรงจำของสังคมได้ แม้หลักฐานจะบอกอีกอย่างมาตลอด

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 79 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่คัดมาเน้นๆ เลขเด็ด AI งวด 16 ก.ย. 69โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"ของแท้ มักยืนเด่น ท่ามกลางของปลอมเสมอแค่เรื่องเ...้ยๆในชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่