หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมฉงชิ่งถึงได้ชื่อว่า “เมือง 8 มิติ”

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าเคยเห็นภาพฉงชิ่งในอินเทอร์เน็ต หรือรายการท่องเที่ยวต่าง ๆ หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่า เมืองนี้สร้างกันยังไง ทำไมถนนเส้นหนึ่งอยู่สูงเหมือนบนฟ้า แต่อีกเส้นกลับอยู่ต่ำลงไปหลายระดับ ตึกที่ดูเหมือนชั้นล่างจากด้านหนึ่ง พอเดินอ้อมไปอีกด้านกลับกลายเป็นชั้นบน และที่โด่งดังที่สุดคือรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านตัวอาคารจนเหมือนฉากในหนังไซไฟ

นี่คือเหตุผลที่ฉงชิ่งถูกเรียกว่า “เมือง 8 มิติ” หรือ “8D City” แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า 8 มิติไม่ได้เป็นคำเรียกทางวิทยาศาสตร์หรือชื่อทางการของเมือง เป็นคำเปรียบเปรยที่เกิดจากภาพของเมืองซึ่งมีโครงสร้างซับซ้อนในแนวตั้ง จนคำว่า “สามมิติ” ดูเหมือนจะอธิบายความรู้สึกที่มีต่อเมืองนี้ได้ไม่หมด

สาเหตุสำคัญเริ่มต้นจากภูมิประเทศ ฉงชิ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน บริเวณตอนบนของแม่น้ำแยงซี และมีแม่น้ำสายสำคัญหลายสายไหลผ่าน โดยเฉพาะแม่น้ำแยงซีกับแม่น้ำเจียหลิงที่มาบรรจบกันบริเวณใจกลางเมือง พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขา เนินเขา หุบเขา และความต่างระดับของพื้นที่ ทำให้การสร้างเมืองแบบเมืองราบทั่วไปแทบทำไม่ได้

เมื่อพื้นที่ราบมีจำกัด เมืองจึงต้องหาทางใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้คุ้มที่สุด อาคารถูกสร้างตามแนวภูเขา ถนนต้องไต่ระดับขึ้นลง สะพานเชื่อมพื้นที่ต่างระดับ และเส้นทางคมนาคมบางแห่งถูกสร้างให้ซ้อนกันหลายชั้น ผลลัพธ์คือเมืองที่มองจากแผนที่อาจดูเหมือนมีถนนเส้นเดียว แต่เมื่อไปยืนอยู่จริงกลับพบว่ามีทั้งทางขึ้น ทางลง บันได สะพาน และถนนอีกสายอยู่คนละระดับกัน

ความแปลกของฉงชิ่ง จึงไม่ได้เกิดจากการที่คนตั้งใจสร้างเมืองให้ดูพิสดาร แต่เป็นการปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศที่มีอยู่เดิม จนเกิดสิ่งที่คนภายนอกมองแล้วรู้สึกว่า “เมืองนี้มีหลายชั้น”

ลองนึกภาพอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเอียง ด้านหนึ่งของอาคารอาจเชื่อมกับถนนที่อยู่ระดับหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งอาจเชื่อมกับถนนที่สูงขึ้นไปอีกหลายชั้น ดังนั้นคำว่า “ชั้นหนึ่ง” ของอาคารจึงไม่ได้แปลว่าอยู่ติดกับพื้นดินในแบบที่คนจากเมืองราบคุ้นเคยเสมอไป เรื่องนี้ทำให้การเดินทางในบางย่านของฉงชิ่งมีความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตแนวตั้ง

หนึ่งในภาพที่ทำให้คำว่าเมือง 8 มิติกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ สถานีรถไฟฟ้าหลี่จื่อป้า (Liziba) สถานีรถไฟฟ้าโมโนเรลของฉงชิ่งที่วิ่งทะลุผ่านอาคารที่พักอาศัยจริง ๆ โดยตัวสถานีและอาคารได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่การเอารถไฟไปเจาะตึกที่สร้างเสร็จแล้วอย่างที่ภาพในโซเชียลบางครั้งทำให้เข้าใจผิด

นอกจากรถไฟผ่านอาคารแล้ว ฉงชิ่งยังมีระบบถนนและทางยกระดับที่ซับซ้อน มีสะพานจำนวนมาก และมีการใช้พื้นที่แนวตั้งเพื่อเชื่อมย่านต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เมืองดูเหมือนมีถนนอยู่เหนือถนนอีกทีหนึ่ง เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเส้นทางคมนาคมพาดผ่านภูเขาและอาคารเป็นชั้น ๆ จนเกิดภาพที่แทบไม่เหมือนเมืองทั่วไป

แต่เสน่ห์ของฉงชิ่งไม่ได้มีแค่โครงสร้างเมือง เพราะเมื่อกลางวันเปลี่ยนเป็นกลางคืน แสงไฟจากอาคาร ร้านค้า ถนน และพื้นที่ริมแม่น้ำก็ทำให้ภูมิประเทศหลายระดับยิ่งโดดเด่นขึ้น อาคารที่ตั้งเรียงตามเนินเขาดูเหมือนลอยอยู่เป็นชั้น ๆ ขณะที่ถนนและสะพานทอดตัวไปตามระดับความสูง จนกลายเป็นภาพที่ถูกนำไปเปรียบกับเมืองในโลกอนาคตอยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม การเรียกฉงชิ่งว่า “เมือง 8 มิติ” ไม่ได้หมายความว่าเมืองนี้มีแปดมิติจริง ๆ และไม่ได้หมายความว่าฉงชิ่งมีโครงสร้างลึกลับอะไร เพียงแต่เป็นคำเปรียบเทียบที่สะท้อนความรู้สึกของคนที่พบกับภูมิประเทศและสถาปัตยกรรมซึ่งซ้อนระดับกันอย่างสุดตา

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำว่า 8D จึงอาจเป็นเรื่องที่อยู่เบื้องหลังคำนี้ นั่นคือ มนุษย์สามารถปรับเมืองให้เข้ากับภูมิประเทศได้อย่างไร

จากเมืองที่ภูเขาและแม่น้ำเคยเป็นข้อจำกัด กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ฉงชิ่งแตกต่างจากเมืองอื่น ถนนที่เคยเป็นเพียงทางสัญจร อาคารที่เคยเป็นเพียงที่อยู่อาศัย และรถไฟที่เคยเป็นเพียงระบบขนส่ง เมื่อทั้งหมดถูกวางลงบนภูมิประเทศเดียวกัน จึงเกิดเมืองที่ทำให้คนมาเยือนต้องหยุดคิดอยู่หลายครั้งว่า “ตอนนี้เราอยู่ชั้นไหนของเมืองกันแน่?”

และนี่เอง คือเหตุผลที่ฉงชิ่งไม่จำเป็นต้องสร้างเมืองให้เหมือนโลกอนาคต เพราะแค่ใช้ภูเขา แม่น้ำ และพื้นที่ที่มีอยู่จริง เมืองนี้ก็สร้างภาพที่ดูเหมือนอนาคตขึ้นมาได้แล้ว

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 109 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569ไฮไฟว์เริ่มดังจากสนามเบสบอลได้อย่างไรดราม่าเที่ยวบินจีน ลูกเรือเข็นรถเข็นชนศอก คุกเข่าขอโทษแต่เรื่องก็ไม่จบ2 สำนักดัง เทใจให้เลขเดียวกัน “ทิดจันทร์” ชน “ประกันวิ่งบน” งวด 16 ต.ค. 694 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกันทำไมปุ่ม Save ยังเป็นรูปแผ่นสี่เหลี่ยมเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเห็นแล้วใจหาย! บุกบ้านพักคนชรา พบกรงเหล็กยึดติดเตียง สภาพไม่ต่างจากคุก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
พิกัดมูแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ! ขอพร "พระพิฆเนศ ยูเนี่ยน มอลล์" ปางประทานพรขจัดอุปสรรค เสริมโชคลาภ-งานรุ่งพิกัดไหว้มูสุด unseen เชียงใหม่! ขอพร "พระนางจิรประภามหาเทวี" วัดโลกโมฬี เสริมความรัก-โชคลาภสุดปังกระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?ลมหนาวมาแล้ว! ปักหมุด 5 ที่เที่ยวรับลมหนาวใกล้กรุงเทพฯ ขับรถแป๊บเดียวก็ได้ฟิน ปี 2569 นี้
ตั้งกระทู้ใหม่