เปิดเรื่องราวเสาชิงช้า สัญลักษณ์สีแดงที่อยู่คู่กรุงเทพฯ กว่า 200 ปี
หากเอ่ยถึงสถานที่สำคัญที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของกรุงเทพมหานครได้ในภาพเดียว เสาชิงช้า คงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดดเด่นที่สุด เสาไม้สีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านกลางลานกว้าง ไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์สะดุดตา แต่ยังเป็นโบราณสถานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ เข้ากับความเชื่อและพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่สืบทอดมายาวนาน
เสาชิงช้าตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม ใกล้กับ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ และลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นจุดสำคัญของย่านเมืองเก่าพระนคร ซึ่งเต็มไปด้วยโบราณสถาน วัดวาอาราม และสถาปัตยกรรมที่สะท้อนเรื่องราวของกรุงเทพฯ ในอดีต
กำเนิดเสาชิงช้ากับพระราชพิธีโบราณ
เสาชิงช้าสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ พ.ศ. 2327 เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีเดือนสองในพระราชพิธีสิบสองเดือน ได้แก่ พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย
ตามข้อมูลของกรมศิลปากร พระราชพิธีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรับเสด็จพระอิศวรและพระนารายณ์ลงมายังโลกมนุษย์ โดยพิธีโล้ชิงช้าเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมตามคติพราหมณ์ ไม่ใช่ชื่อเรียกของพิธีทั้งหมดอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ
หัวใจของการโล้ชิงช้าอยู่ที่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธี ซึ่งจะขึ้นไปบนกระดานที่แขวนอยู่ระหว่างเสาขนาดใหญ่ แล้วโล้ตัวขึ้นไปในระดับสูงตามลำดับพิธี ภาพการโล้ชิงช้าจึงกลายเป็นหนึ่งในภาพที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของพระนครในอดีต
นอกจากพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว บริเวณเสาชิงช้ายังเคยเป็นพื้นที่จัดงานรื่นเริงประจำปี มีการออกร้าน การละเล่น และมหรสพ ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีบทบาททั้งทางศาสนาและชีวิตของผู้คนในเมือง
เหตุใดการโล้ชิงช้าจึงยุติลง
การโล้ชิงช้าเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความแข็งแรง ความชำนาญ และการควบคุมร่างกายอย่างมาก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการโล้ในระดับสูง พิธีส่วนนี้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนยุติลงในช่วง พ.ศ. 2478 ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ
แม้การโล้ชิงช้าจะสิ้นสุดลง แต่เสาชิงช้ายังคงได้รับการดูแลรักษาในฐานะโบราณสถานสำคัญ และเป็นหลักฐานที่ช่วยให้คนรุ่นหลังมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระราชพิธี ศาสนา และการวางผังเมืองในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เสาชิงช้าที่เห็นในปัจจุบัน
เสาชิงช้าผ่านการซ่อมแซมและเปลี่ยนโครงสร้างไม้หลายครั้ง เนื่องจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศ ความชื้น แมลง และความเสื่อมตามกาลเวลา การบูรณะครั้งสำคัญใน พ.ศ. 2549 ใช้ไม้สักทองจากจังหวัดแพร่ทดแทนเสาที่ชำรุด
แม้ส่วนประกอบบางชิ้นไม่ใช่ไม้ชุดดั้งเดิมจากสมัยรัชกาลที่ 1 แต่รูปแบบโดยรวมยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมเอาไว้อย่างชัดเจน ทั้งเสาสีแดงที่ตั้งเป็นคู่ คานด้านบน และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่สง่างาม
ความน่าสนใจอีกอย่างคือทำเลที่ตั้ง เมื่อยืนอยู่บริเวณลานเสาชิงช้า จะมองเห็น วัดสุทัศนเทพวราราม อยู่ด้านหลังอย่างโดดเด่น ขณะเดียวกัน พื้นที่ใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ จึงสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างพุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้อย่างชัดเจน
ในมุมประวัติศาสตร์เมือง เสาชิงช้ายังสะท้อนการกำหนดพื้นที่ศูนย์กลางของพระนครในช่วงแรกหลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ บริเวณโดยรอบได้รับการใช้เป็นพื้นที่ของศาสนสถาน พระราชพิธี และกิจกรรมสำคัญของเมือง จึงมีโบราณสถานหลายแห่งตั้งอยู่ใกล้กัน
ทุกวันนี้ เสาชิงช้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการโล้ชิงช้าอีกต่อไป แต่มีบทบาทใหม่ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวและสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมักแวะมาถ่ายภาพกับเสาสีแดง ก่อนเดินต่อไปยังวัดสุทัศน์ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ และสถานที่สำคัญอื่นๆ ในย่านพระนคร
เมื่อมองเสาชิงช้าในวันนี้ เราอาจเห็นเพียงเสาไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ แต่หากย้อนกลับไปในอดีต เสาเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีที่มีความสำคัญต่อราชสำนักและสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
จากพื้นที่ประกอบพระราชพิธีในอดีต สู่แลนด์มาร์กกลางเมืองในปัจจุบัน เสาชิงช้าจึงเป็นตัวอย่างของโบราณสถานที่เปลี่ยนบทบาทไปตามกาลเวลา แต่ยังคงรักษาความหมายและคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้
ทุกครั้งที่เสาชิงช้าสีแดงตั้งตระหง่านท่ามกลางอาคารและถนนของย่านพระนคร ก็เหมือนกับกรุงเทพฯ กำลังเปิดหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ไว้กลางเมือง ให้คนรุ่นใหม่ได้หยุดมองและย้อนกลับไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของเมืองแห่งนี้อีกครั้ง
REFERENCES:
ข้อมูลเสาชิงช้ากรุงเทพมหานครจากกรมศิลปากร
องค์ความรู้เรื่องพิธีตรียัมปวาย–ตรีปวาย
ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดี: เสาชิงช้า
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
มาทำความรู้จัก"ขี้เพี้ยวัว"คืออะไร? ทำไมอาหารอีสานถึงมีรสขม กินแล้วมีประโยชน์หรือไม่?
เปิดรายได้ธุรกิจ “ยัต กิตติศักดิ์” หนึ่งในแก๊ง FEDFE แม้สายฮา แต่ธุรกิจไม่ธรรมดา
แจก 5 วิธีเลิกคิดเยอะ ไม่ให้เครียด! รับมืออาการคิดมาก ปรับ Mindset ให้ชีวิตเบาสบายขึ้น
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/9/69
ส่อง 5 โรงเรียนน่าเรียนในไทย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเหมือนเรียนเมืองนอก
“เช่าสินสอด” จ่ายเท่าไร ได้อะไรบ้างก่อนใช้ในพิธีแต่งงาน
ตรวจหลอดเลือดคอด้วย CIMT คืออะไร ? เช็กความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
10 ขนมยอดฮิตหน้าโรงเรียนในยุค 90
หวยงวดที่แล้วออกอะไร? เปิดผลสลาก 16 สิงหาคม 2569 เช็กครบทุกเลข ก่อนลุ้นงวด 1 ก.ย. 69
7 อุปกรณ์เครื่องเขียนยี่ห้อดังในตำนาน ที่ไม่มีผลิตอีกแล้วและราคาสูง
แจ็กพอต 10 ล้าน กลายเป็นคดี! ทนายสายหยุดเล่าเส้นทางเงิน 5 ล้าน จากผู้เล่นพนัน สุดท้ายถูกโยงบัญชีม้า
แจก 5 วิธีเลิกคิดเยอะ ไม่ให้เครียด! รับมืออาการคิดมาก ปรับ Mindset ให้ชีวิตเบาสบายขึ้น
8 อาหารที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำให้คนทำงานหนัก
มาทำความรู้จัก"ขี้เพี้ยวัว"คืออะไร? ทำไมอาหารอีสานถึงมีรสขม กินแล้วมีประโยชน์หรือไม่?
ตรวจหลอดเลือดคอด้วย CIMT คืออะไร ? เช็กความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
หวยงวดที่แล้วออกอะไร? เปิดผลสลาก 16 สิงหาคม 2569 เช็กครบทุกเลข ก่อนลุ้นงวด 1 ก.ย. 69
เปิดความจริง “ไส้ตัน” เมนูยอดฮิตเคี้ยวกรุบ แท้จริงไม่ใช่อวัยวะในระบบลำไส้ แต่คือส่วนไหนของหมู?
เดินเข้าห้องแล้วลืมว่าจะมาทำอะไร? “Doorway Effect” มีจริงแค่ไหน
มาทำความรู้จัก"ขี้เพี้ยวัว"คืออะไร? ทำไมอาหารอีสานถึงมีรสขม กินแล้วมีประโยชน์หรือไม่?
สนามบินเสียงดังขนาดนี้ ทำไมไม่แค่เปิดลำโพงประกาศให้ดังที่สุด?
10 สถานที่แปลกในประเทศไทยที่มีอยู่จริง เปิดมุม Unseen ไทยที่ไม่เหมือนใคร
