คนมีงานทำเพิ่ม แต่ทำไมยังรู้สึกไม่พอ? แกะตัวเลขว่างงาน 4 แสน–ค่าจ้างจริงลด 2.88%

ตัวเลขตลาดแรงงานไตรมาส 2/2569 กำลังบอกเรามากกว่าคำว่า “คนตกงานเพิ่ม”
ภาพข่าวที่เขียนว่า “คนว่างงานแตะ 4 แสน ค่าจ้างเฉลี่ยเหลือ 15,937 บาทต่อเดือน ค่าจ้างจริงลด 2.88%” ทำให้รู้สึกเหมือนตลาดแรงงานไทยกำลังแย่ลงทุกด้านทันที แต่ถ้าแยกตัวเลขจากรายงานภาวะสังคมไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จะเห็นภาพที่ซับซ้อนกว่านั้นเล็กน้อย
ในไตรมาส 2 ปี 2569 ผู้มีงานทำอยู่ที่ประมาณ 41.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ประมาณ 4 แสนคน เพิ่มขึ้น 9.7% และอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.95% [1] [2]
สองประโยคนี้ไม่ได้ขัดกัน ผู้มีงานทำกับผู้ว่างงานเป็นคนละตัวชี้วัด และการเปลี่ยนแปลงของกำลังแรงงานมีหลายส่วนประกอบ การบอกว่า “มีคนทำงานเพิ่ม” จึงไม่เท่ากับทุกคนมีรายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันการบอกว่า “ผู้ว่างงานเพิ่ม” ก็ไม่ควรแปลต่อว่าแรงงานส่วนใหญ่ตกงานทั้งหมด
คนว่างงาน 4 แสนคน หมายถึงอะไร
ข้อมูลที่น่าจับตาคือ ผู้ว่างงานกลุ่มที่ เคยทำงานมาก่อน เพิ่มขึ้นประมาณ 71,000 คน สะท้อนว่าการว่างงานรอบนี้ไม่ได้มาจากคนที่กำลังหางานครั้งแรกเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ผู้ว่างงานระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปมีประมาณ 81,000 คน เพิ่มขึ้น 11.3% จากปีก่อน [3]
ตัวเลขอีกชุดที่ช่วยเติมภาพคือ “ผู้เสมือนว่างงาน” หรือผู้ที่ยังมีงานทำแต่ทำงานน้อยกว่าที่ควร มีประมาณ 2.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.0% ส่วนคนที่ทำงานเกิน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีประมาณ 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.3% [2]
ตัวชี้วัดเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมาบวกกันเป็นจำนวนคนกลุ่มเดียว เพราะแต่ละกลุ่มมีนิยามต่างกัน แต่เมื่อนำมาวางข้างกันจะเห็นคำถามสำคัญว่า ตลาดแรงงานที่มีคนทำงานมากขึ้นนั้น ให้รายได้ ชั่วโมงทำงาน และความมั่นคงที่ดีขึ้นกับทุกคนหรือไม่
15,937 บาท ไม่ใช่เงินเดือนของทุกคน
ค่าจ้างเฉลี่ยรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 15,937 บาทต่อคนต่อเดือน ลดลง 0.25% จากปีก่อน คำว่า “ค่าเฉลี่ย” สำคัญมาก เพราะไม่ได้หมายความว่าคนทำงานทุกคนได้รับเงินเดือนเท่ากัน หรือทุกคนถูกลดค่าจ้างลง 0.25%
เมื่อแยกกลุ่มแรงงาน Thairath Money รายงานว่า อาชีพอิสระมีรายได้เฉลี่ย 16,059 บาทต่อคนต่อเดือน ลดลง 1.96% ขณะที่ลูกจ้างในระบบมีค่าจ้างเฉลี่ย 15,853 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 0.90% [2] ความต่างนี้ทำให้การใช้ตัวเลขเฉลี่ยตัวเดียวอธิบายชีวิตของแรงงานทุกกลุ่มอาจทำให้ภาพบางส่วนหายไป
| ตัวชี้วัด | ตัวเลขไตรมาส 2/2569 | ความหมายที่ควรอ่าน |
|---|---|---|
| ผู้มีงานทำ | ประมาณ 41.5 ล้านคน เพิ่ม 5.1% | จำนวนการมีงานทำในภาพรวมเพิ่มขึ้น |
| ผู้ว่างงาน | ประมาณ 4 แสนคน เพิ่ม 9.7% | มีแรงงานบางกลุ่มหลุดจากงานหรือยังหางานไม่ได้ |
| ค่าจ้างเฉลี่ย | 15,937 บาท/คน/เดือน ลด 0.25% | ค่าเฉลี่ยตัวเงินของแรงงาน ไม่ใช่เงินเดือนของทุกคน |
| ค่าจ้างที่แท้จริง | ลดลง 2.88% หลังพิจารณาเงินเฟ้อ 2.70% | กำลังซื้อโดยเฉลี่ยลดลง แม้ค่าจ้างตัวเงินอาจไม่ลดลงทุกคน |
ภาพประกอบ: ภาพจำลองเชิงบรรณาธิการของคนทำงานและตัวชี้วัดตลาดแรงงาน ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจากสำนักงานสถิติ
ค่าจ้างจริงติดลบ คือเงินเดือนถูกตัดหรือไม่
คำว่า ค่าจ้างที่แท้จริง คือการนำค่าจ้างตัวเงินมาพิจารณาร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ เมื่อเงินเฟ้อทำให้ของแพงขึ้น เงินจำนวนเท่าเดิมอาจซื้อของได้น้อยลง แม้ตัวเลขเงินเดือนบนสลิปจะไม่ได้ลดลงก็ตาม
ในกรณีนี้ รายงานข่าวที่อ้างข้อมูล สศช. ระบุว่าเงินเฟ้อไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.70% และค่าจ้างที่แท้จริงในภาพรวมลดลง 2.88% [3] ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องกว่าคือ “กำลังซื้อของค่าจ้างโดยเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน” ไม่ใช่ “นายจ้างทุกแห่งลดเงินเดือนลง 2.88%”
ถ้าแยกผลกระทบตามกลุ่ม AmarinTV รายงานว่ารายได้จริงของอาชีพอิสระลดลง 4.54% ส่วนลูกจ้างในระบบลดลง 1.76% [3] ตัวเลขนี้อธิบายได้ว่าทำไมคนสองคนที่ไม่ได้ถูกลดเงินเดือนอาจรู้สึกถึงค่าครองชีพไม่เท่ากัน เพราะรายได้ โครงสร้างงาน และค่าใช้จ่ายของแต่ละคนต่างกัน
ทำไมมีงานทำเพิ่ม แต่ความรู้สึกของคนทำงานอาจไม่ได้ดีขึ้น
การจ้างงานเป็นตัวเลขปริมาณ ส่วนคุณภาพของงานต้องดูต่อว่ารายได้จริงเป็นอย่างไร ทำงานกี่ชั่วโมง และงานนั้นมั่นคงเพียงใด การที่จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นจึงเป็นสัญญาณบวกด้านหนึ่ง แต่การที่ผู้ว่างงานระยะยาวและผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณเตือนอีกด้านหนึ่ง
นี่คือเหตุผลที่การอ่านข่าวแรงงานไม่ควรหยุดอยู่ที่ตัวเลขเดียว หากดูเฉพาะการจ้างงานอาจเห็นว่าตลาดดีขึ้น หากดูเฉพาะคนว่างงานอาจเห็นว่าวิกฤต แต่เมื่อดูพร้อมกับค่าจ้างจริงและชั่วโมงทำงาน จะเห็นภาพ “ตลาดแรงงานฟื้นตัวแบบไม่เท่ากัน” มากกว่า
สำหรับคนอ่านทั่วไป ตัวเลขที่ควรติดตามมีอย่างน้อยสามชั้น ได้แก่ จำนวนผู้มีงานทำเพื่อดูภาพรวม โครงสร้างผู้ว่างงานเพื่อดูว่ากลุ่มใดกำลังเปราะบาง และค่าจ้างที่แท้จริงเพื่อดูว่ารายได้ยังมีกำลังซื้อแค่ไหน การวางตัวเลขทั้งสามชั้นไว้ด้วยกันช่วยลดการตีความแบบ “มีงานก็แปลว่าดี” หรือ “ว่างงานเพิ่มก็แปลว่าทุกอย่างพัง”
ภาพประกอบ: ภาพจำลองเชิงบรรณาธิการของค่าจ้างตัวเงินกับกำลังซื้อ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือเอกสารของครัวเรือนใด
สรุป: งานเพิ่ม ไม่ได้แปลว่าความกังวลหายไป
ตลาดแรงงานไทยไตรมาส 2/2569 จึงมีภาพสองด้านในเวลาเดียวกัน ผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 41.5 ล้านคน แต่ผู้ว่างงานก็เพิ่มเป็นราว 4 แสนคน ค่าจ้างเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 15,937 บาทต่อเดือน และเมื่อพิจารณาผลของเงินเฟ้อแล้ว ค่าจ้างที่แท้จริงลดลง 2.88%
บทเรียนสำคัญไม่ใช่การบอกให้ทุกคน “กอดงานให้แน่น” แบบเหมารวม แต่คือการเข้าใจว่าคำว่า “มีงาน” “ได้เงินเดือนเท่าไร” และ “ซื้อของได้มากน้อยแค่ไหน” เป็นคนละคำถามกัน ข่าวแรงงานที่ดีจึงควรตอบให้ครบทั้งสามเรื่อง เพื่อให้เห็นทั้งโอกาสและความเปราะบางของคนทำงานในภาพเดียวกัน
ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ตัวเลขเป็นข้อมูลไตรมาส 2/2569 และรายละเอียดอาจมีการปรับปรุงเมื่อหน่วยงานเผยแพร่ข้อมูลฉบับใหม่
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, “ภาวะสังคมไทยไตรมาสสอง ปี 2569”, 24 สิงหาคม 2569: ลิงก์แหล่งข้อมูล
- Thairath Money, “คนไทยว่างงานพุ่ง 4 แสนคน ค่าจ้างหดเหลือ 15,937 บาท จับตากติกาใหม่บังคับใช้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง”, 24 สิงหาคม 2569: ลิงก์แหล่งข้อมูล
- AmarinTV Spotlight, “ใครมีงานต้องกอดให้แน่น! ไตรมาส 2 คนว่างงานแตะ 4 แสนคน ค่าจ้างลดลง 2.88% แพ้เงินเฟ้อพุ่ง”, 24 สิงหาคม 2569: ลิงก์แหล่งข้อมูล
- สำนักข่าวอิศรา, “สศช.เผยไตรมาส 2/69 ผู้มีงานทำเพิ่ม 5.1%-‘หนี้ครัวเรือน’ลด จับตาความเสี่ยงสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์”, 24 สิงหาคม 2569: ลิงก์แหล่งข้อมูล
แหล่งที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), Thairath Money, AmarinTV Spotlight และสำนักข่าวอิศรา
เรียบเรียงโดย: พีรพัฒน์ พีพี
เรียบเรียงโดย: พีรพัฒน์ พีพี
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
ทำไมเวลาเห็นคนอื่นทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เรากลับรู้สึกว่าเขาน่าคบหามากขึ้น?
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
5 Kei Car ตัวเล็กในไทย ที่มือสองราคาแรงกว่ารถอีโคคาร์มือหนึ่ง!
เจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!
สแกนคัมภีร์ใบเด็ด "สูตรสำเร็จน็อคแชมป์ เล่ม 35"! หวย 16 กันยายน 2569 ปักหลัก 0-5-8 ฟันชุดเด็ด 709 - 659 - 389 - 59 - 89
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
เจาะลึก "พระมีเมีย" ทำไมบางประเทศถึงแต่งงานได้ ไม่ผิดวินัย
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
วัดเก่าอยู่มาหลายร้อยปี แล้วทำไมวันนี้ต้องปิดพื้นที่เพราะ “ระบบไฟฟ้า”? เมื่อของใหม่ต้องเข้าไปอยู่ในอาคารที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมมัน
น้ำมันรั่วจุดเดียว ทำไมกลิ่นถึงไปโผล่อีกที่? คำตอบอาจอยู่ใน “เมืองใต้เท้า” ที่เราไม่เคยเห็น
ปัญหาอยู่ที่ระบบ แล้วทำไมความโกรธถึงไปตกที่ “คนหน้าห้อง”? บทเรียนจากดราม่าหมอโวยพยาบาล
ถ้าสุนัขเคยกัดคนเสียชีวิตมาแล้ว ใครควรตัดสินว่า “ปลอดภัยพอ” จะส่งต่อให้คนใหม่เลี้ยง?
