มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งบึงกาฬ ! เปิดเรื่องราว “หินสามวาฬ” ภูเขาหินยักษ์ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสุด Unseen
บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งบึงกาฬ ! เปิดเรื่องราว “หินสามวาฬ” ภูเขาหินยักษ์ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสุด Unseen กันนะคะ หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ ชื่อของ **“หินสามวาฬ”** แทบจะเป็นหนึ่งในภาพจำที่โดดเด่นที่สุดเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงก้อนหินขนาดใหญ่บนภูเขา แต่คือประติมากรรมที่ธรรมชาติใช้เวลานับหลายสิบล้านปีสร้างขึ้น จนเกิดเป็นกลุ่มหิน 3 ก้อน ที่เมื่อมองจากมุมสูง หรือระยะไกล มีรูปร่างคล้าย **วาฬพ่อ แม่ และลูก** กำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางผืนป่าสีเขียวนั่นเองค่ะ ความแปลกตานี้เองที่ทำให้ “หินสามวาฬ” กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก Unseen ของบึงกาฬ และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางจำนวนมากอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันต่อเลยค่ะ
มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งบึงกาฬ ! เปิดเรื่องราว “หินสามวาฬ” ภูเขาหินยักษ์ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสุด Unseen
จากภูเขาหินทรายสู่ “ครอบครัววาฬ” แห่งบึงกาฬ
หินสามวาฬตั้งอยู่ในพื้นที่ **ป่านันทนาการหินสามวาฬ** ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองบึงกาฬและอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดยข้อมูลจากสำนักจัดการป่านันทนาการ กรมป่าไม้ ระบุว่าพื้นที่ป่านันทนาการมีประมาณ 5,735 ไร่
ไฮไลต์สำคัญคือ กลุ่มหินทรายขนาดมหึมา 3 ก้อน ซึ่งมีอายุประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองจากมุมที่เหมาะสมจะเห็นรูปร่างคล้ายวาฬ 3 ตัวเรียงตัวต่อกัน จึงเกิดชื่อเรียกอย่างเป็นเอกลักษณ์ว่า“หินสามวาฬ” และมักเรียกแต่ละส่วนว่า **พ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ**
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงรูปร่างที่แปลกตาเท่านั้นนะคะ แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการทางธรรมชาติ และธรณีวิทยาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศมาเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นหน้าผา ลานหิน ถ้ำ และกลุ่มหินรูปร่างต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วภูสิงห์นั่นเองค่ะ
75 ล้านปีที่ซ่อนอยู่ในก้อนหิน
เบื้องหลังความสวยงามของหินสามวาฬมีเรื่องราวทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีที่เผยแพร่ผ่าน Thai PBS ระบุว่า พื้นที่บริเวณภูทอก ภูวัว และภูสิงห์ รวมถึงบริเวณหินสามวาฬ มีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็น **หินทรายอายุประมาณ 75–80 ล้านปี** และเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในอดีตที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก
พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่นักท่องเที่ยวกำลังยืนชมอยู่ในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันปี แต่เป็นภูมิประเทศที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและการกัดเซาะตามธรรมชาติมาอย่างยาวนานนั่นเองค่ะ
และนี่จึงเป็นเสน่ห์อีกด้านของหินสามวาฬ เพราะนอกจากจะเป็นจุดถ่ายภาพแล้ว ยังเป็นเหมือน“หน้าต่าง” ที่ทำให้เราเห็นร่องรอยของโลกในอดีตผ่านรูปทรงของภูเขาและก้อนหินนะคะ
สิ่งที่ทำให้หินสามวาฬแตกต่างจากจุดชมวิวทั่วไป คือเมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นมาถึงบริเวณจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นภูมิทัศน์โดยรอบได้อย่างกว้างไกล ทั้งผืนป่า ภูเขา แม่น้ำโขง และพื้นที่ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในระยะไกล
โดยเฉพาะช่วงเช้า จุดชมวิวแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการชม **แสงแรกของวัน** เมื่อแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องผ่านขอบฟ้าและเปลี่ยนสีของท้องฟ้าเหนือผืนป่า บรรยากาศจะแตกต่างไปจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจนเลยนะคะ
สำหรับสายถ่ายภาพ ช่วงเช้าจึงเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะได้ภาพของหินสามวาฬแล้ว ยังสามารถเก็บบรรยากาศของภูเขา ป่าไม้ และแสงธรรมชาติไว้ในภาพเดียวกันได้อึกด้วยค่ะ
ไม่ได้มีแค่ “หินสามวาฬ” จุดเดียว
อีกหนึ่งความเข้าใจที่น่าสนใจคือ การมาเที่ยวพื้นที่ภูสิงห์ไม่ได้หมายความว่าจะมีเพียงหินสามวาฬให้ชมเท่านั้น ภายในพื้นที่ยังมีจุดชมวิวและภูมิประเทศทางธรรมชาติอื่น ๆ เช่น **จุดชมวิวถ้ำฤาษี** ซึ่งเป็นลานหินขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นผืนป่าภูวัว แม่น้ำโขง และพื้นที่ฝั่งลาวได้ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวและกลุ่มหินที่มีรูปร่างแตกต่างกันกระจายอยู่ในพื้นที่อีกหลายแห่ง
ดังนั้นเสน่ห์ของภูสิงห์จึงไม่ได้อยู่ที่การเดินทางไป “เช็กอินหินสามวาฬ” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการได้สัมผัสภูมิประเทศหินทรายและธรรมชาติของพื้นที่โดยรวมอีกด้วยนะคะ
เหตุผลที่ “หินสามวาฬ” กลายเป็นแลนด์มาร์กสุด Unseen
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่รูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อนที่เรียงตัวอยู่ริมหน้าผา เมื่อตัดกับผืนป่าด้านล่าง จะให้ภาพคล้ายครอบครัววาฬกำลังเคลื่อนตัวอยู่กลางทะเลสีเขียว
และยิ่งเมื่อมองจากภาพถ่ายทางอากาศ ความคล้ายคลึงดังกล่าวยิ่งเห็นได้ชัด จนกลายเป็นภาพจำที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งอื่น ๆ ของประเทศไทยนะคะ
นอกจากนี้ พื้นที่ยังมีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ เพราะสามารถชมทั้งป่า ภูเขา และแม่น้ำโขงได้จากจุดชมวิว ทำให้การเดินทางมาแต่ละครั้งอาจได้บรรยากาศแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและสภาพอากาศนั่นเองค่ะ
ข้อมูลควรรู้ก่อนเดินทาง
ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลในฐานะ **ป่านันทนาการหินสามวาฬ** ของกรมป่าไม้ไม่ควรเรียกสับสนว่าเป็นอุทยานแห่งชาติหินสามวาฬนะคะ
ข้อมูลจากเทศบาลเมืองบึงกาฬที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ระบุพิกัดพื้นที่หินสามวาฬอยู่ที่ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ
- ระบุเวลาเปิดให้เข้าชม ** 05.00–17.00 น. ทุกวัน **
- พร้อมทั้งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและห้องน้ำบริเวณทางขึ้น
- แต่ไม่มีบ้านพักและร้านค้าให้บริการบนพื้นที่
ดังนั้นผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์จำเป็น และวางแผนเวลาให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เวลาเปิด-ปิด เงื่อนไขการเข้าพื้นที่ และการให้บริการต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ ฤดูกาล หรือมาตรการของผู้ดูแลพื้นที่ จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากตั้งใจไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันด้วยนะคะ
เที่ยวอย่างไรให้ได้ทั้งความสวยและความปลอดภัย ?
- แม้ภาพของนักท่องเที่ยวที่ยืนบนหินสามวาฬจะดูสวยและน่าประทับใจ แต่พื้นที่บางส่วนเป็นหน้าผาและก้อนหินที่มีความลาดชัน การถ่ายภาพจึงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการได้ภาพหวาดเสียว
- ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นที่ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการเดินออกนอกบริเวณที่กำหนด ไม่ปีนป่ายในจุดอันตราย และไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผาเกินความจำเป็น โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกที่พื้นหินอาจลื่นกว่าปกติ
- ที่สำคัญคือ **อย่าทิ้งขยะและอย่าทำลายธรรมชาติ** เพราะเสน่ห์ของหินสามวาฬไม่ได้มีเพียงก้อนหิน 3 ก้อน แต่รวมถึงผืนป่าและระบบนิเวศโดยรอบที่ช่วยสร้างทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
หินสามวาฬ กับเสน่ห์ของบึงกาฬที่ควรไปเห็นสักครั้ง
หินสามวาฬอาจเริ่มต้นจากก้อนหินทราย 3 ก้อนที่ธรรมชาติสร้างขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของบึงกาฬ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าธรรมชาติไม่จำเป็นต้องถูกปรุงแต่งก็สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้นะคะ
จากอายุทางธรณีวิทยาราว 75 ล้านปี สู่รูปร่างที่ดูคล้ายครอบครัววาฬ จากหน้าผาหินธรรมดาสู่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และจากผืนป่าแห่งหนึ่งสู่แลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวทั่วประเทศรู้จัก เรื่องราวของ “หินสามวาฬ” จึงเป็นมากกว่าการเดินทางไปถ่ายรูปนะคะ
เพราะเมื่อได้ยืนอยู่บนภูเขา มองออกไปเห็นผืนป่าและแม่น้ำโขงสุดสายตา เราอาจได้เห็นว่าบางครั้งความมหัศจรรย์ของการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่อยู่ในสิ่งที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายสิบล้านปีสร้างเอาไว้ให้เราได้ชมในวันนี้นั่นเองค่ะ
หากมีโอกาสเดินทางไปบึงกาฬ “หินสามวาฬ” จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้เลยนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ วิวภูเขา แสงแรกยามเช้า และสถานที่ที่มีเรื่องราวทางธรณีวิทยาซ่อนอยู่เบื้องหลังความสวยงามค่ะ
* [กรมป่าไม้ – ป่านันทนาการหินสามวาฬ](https://www.forest.go.th/recreation/hinsamwan-rec/?utm_source=chatgpt.com)
* [การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย – หินสามวาฬ หินยักษ์รูปวาฬสุดอันซีน](https://thai.tourismthailand.org/Articles/
* [เทศบาลเมืองบึงกาฬ – ข้อมูลหินสามวาฬ (ภูสิงห์)](https://www.buengkhanml.go.th/pages/travel_detail/6?utm_source=chatgpt.com)
* [สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม – ภูสิงห์ (หินสามวาฬ)](https://naturalsite.onep.go.th/site/detail/875?utm_source=chatgpt.com)
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้ดังแค่ในบ้านเรา มาดูชาติที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
เปิดสถิติ นักร้องไทยยุค 90 ใครขายเทปได้สูงสุด? ตัวเลขทะลุ 3.5 ล้านตลับ
เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้าง
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
Apple จะอัปเดต iOS 27 คืนนี้ เป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ 10 รายการ
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
ส่องเลขเด่นใบฟ้า! อ.กร กาฬสินธุ์ จัดแนวทางสถิติ 16 ก.ย. 69 บีบแต้มท้าย 4-5 ลุ้นรางวัลใหญ่!
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69
เกิดอุบัติเหตุที่สนามบินฟุกุโอกะ! บันไดขึ้นเครื่องชนกับส่วนท้ายของเครื่องบินสายการบิน ANA
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้ดังแค่ในบ้านเรา มาดูชาติที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
เปิดสถิติ นักร้องไทยยุค 90 ใครขายเทปได้สูงสุด? ตัวเลขทะลุ 3.5 ล้านตลับ
รูปภาพสวยสวย พร้อมแคปชั่นหรือคำบรรยาย
สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้จาก Google Play Gamescom 2026: ซื้อเกมเดียวเล่นได้ทุกจอ!
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569







