หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ไข่ออนเซ็น กับ ไข่ลวก ต่างกันตรงไหน?

เขียนโดย kyogisa

        ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบหรือการแวะเวียนเข้าร้านสะดวกซื้อ หลายคนมักคุ้นเคยกับการเลือกเมนูไข่กึ่งสุกกึ่งดิบอย่าง "ไข่ออนเซ็น" ที่มีความนุ่มละมุนลิ้น หรือ "ไข่ลวก" ที่ทานคู่กับโจ๊กหรือกาแฟได้อย่างลงตัว แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความอร่อยที่แตกต่างกันนั้น ไม่ได้มาจากสายพันธุ์ไข่ที่ต่างกัน แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์การปรุงด้วยอุณหภูมิที่ซ่อนอยู่

        ความแตกต่างระหว่างไข่ออนเซ็นและไข่ลวกอยู่ที่เทคนิคการให้ความร้อน ไข่ออนเซ็นใช้หลักการควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ในช่วง 63 - 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานประมาณ 15 - 40 นาที อุณหภูมิระดับนี้ทำให้โปรตีนในไข่แดงเริ่มจับตัวเป็นครีมข้น ในขณะที่ไข่ขาวยังคงความนุ่มคล้ายคัสตาร์ด ส่วนไข่ลวกแบบไทยนั้นเน้นความรวดเร็วโดยใช้ความร้อนสูงจากน้ำเดือดประมาณ 100 องศาเซลเซียส ในเวลาเพียง 2 - 7 นาที ความร้อนจะพุ่งเข้าสู่ไข่จากภายนอกทำให้ไข่ขาวชั้นนอกสุกก่อน แต่ไข่แดงยังคงความเหลวมากกว่าไข่ออนเซ็น

        ในแง่ของโภชนาการ แม้จะมีปริมาณโปรตีนรวมไม่ต่างกันมากนัก แต่ไข่ที่ผ่านการปรุงสุกจนได้ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ไข่ที่สุกเต็มที่ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมโปรตีนได้สูงถึง 91% ในขณะที่ไข่ดิบหรือกึ่งสุกร่างกายอาจดูดซึมได้เพียง 50 - 60% เนื่องจากความร้อนช่วยทำลายสารยับยั้งการย่อยโปรตีนและช่วยให้การดูดซึมวิตามิน B7 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

        ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยจากเชื้อซัลโมเนลล่า (Salmonella) ซึ่งอาจปนเปื้อนทั้งบนเปลือกและภายในไข่ ไข่กึ่งสุกจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าไข่ต้มสุก โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการบริโภคไข่กึ่งสุกโดยเด็ดขาด

        สรุปได้ว่า หากต้องการดื่มด่ำกับเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของไข่ออนเซ็นหรือไข่ลวก ควรเลือกใช้ไข่สดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เก็บรักษาในตู้เย็นตลอดเวลา และบริโภคทันทีหลังปรุงเสร็จ การรู้จักความแตกต่างและเข้าใจวิธีการเลือกบริโภคอย่างปลอดภัย จะช่วยให้สามารถเพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้อย่างมั่นใจและได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มที่

เนื้อหาโดย: kyogisa
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kyogisa's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 131 ครั้ง
เขียนโดย kyogisa
นักเขียนข่าวออนไลน์ ติดตามสถานการณ์ทั้งในต่างประเทศ ความเชื่อ สิ่งลี้ลับ ดวงชะตา และสถิติชาวบ้าน เลขเด็ดสำนักดังต่างๆ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: famai, goldfish13, projor007, Freya Rune, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin, kyogisa
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขฝันเป็นจริง งวด 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569ศึกวันทรงชัย! "สาวไทย" VS "ปลาเสือ" พ่นน้ำใส่กัน..กลายเป็นไวรัลทั้งโซเชียลพญาบึ้งปราจีนบุรีให้โชค! คอหวยฝ่าความมืดเข้าป่ารอข้ามชั่วโมง เปิดเลขเสี่ยงทาย 2 ตัว 3 ตัว งวด 1 พ.ย. 6910 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคนส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569หวย AI งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดแนวทางเลขเด็ดจาก ChatGPT แยกเลข 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัวใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลขช็อค!คู่รักแค่กอดกันแต่ทำพิษ"ซี่โครงหัก"เทียบชัดชน ตารางมหาทักษา 4 สำนัก 1 พ.ย. 69เลขปริศนา ซองแดง งวด 1 พฤศจิกายน 69นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคนปฏิทินจีนวันออกพรรษา 26 ต.ค. 69 ส่องแนวทางลาวพัฒนา แยกชุดเลข 2 ตัวและ 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569เลขฝันเป็นจริง งวด 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569พญาบึ้งปราจีนบุรีให้โชค! คอหวยฝ่าความมืดเข้าป่ารอข้ามชั่วโมง เปิดเลขเสี่ยงทาย 2 ตัว 3 ตัว งวด 1 พ.ย. 69ศึกวันทรงชัย! "สาวไทย" VS "ปลาเสือ" พ่นน้ำใส่กัน..กลายเป็นไวรัลทั้งโซเชียลช็อค!คู่รักแค่กอดกันแต่ทำพิษ"ซี่โครงหัก"
ตำนานใบกะเพรา จากพืชสมุนไพรกลิ่นฉุนริมรั้ว สู่หัวใจอาหารจานเดียวของคนไทยไขปริศนาชื่ออาหารยอดฮิต ทำไมเนื้อย่างถึงมีชื่อว่า "เสือร้องไห้""บ๊วย" จากผลไม้รสเปรี้ยวจัดในแผ่นดินจีน สู่ภูมิปัญญาการถนอมอาหารและสมุนไพรระดับโลกปรากฏการณ์บะหมี่ต้มโคล้งใส่ต้นหอมเต็มชาม เมื่อวัตถุดิบธรรมดากลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์
ตั้งกระทู้ใหม่