หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานแห่งความเร็ว “ยักษ์เขียวไทยรัฐ” ทำไมรถส่งหนังสือพิมพ์ต้องแข่งกับเวลา

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ตำนานแห่งความเร็ว “ยักษ์เขียวไทยรัฐ” ทำไมรถส่งหนังสือพิมพ์ต้องแข่งกับเวลา

ถ้าใครเคยขับรถบนถนนต่างจังหวัดในช่วงกลางคืนหรือก่อนฟ้าสาง อาจเคยเจอรถบรรทุกสีเขียวคันใหญ่ที่ดูเหมือนจะมีภารกิจบางอย่างต้องไปให้ทัน

รถคันนั้นคือ รถส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ยักษ์เขียว”

ชื่อเสียงของมันไม่ได้มาจากสีเขียวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับการวิ่งส่งหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ จนกลายเป็นภาพจำว่า ถ้าเห็นยักษ์เขียวบนถนน แปลว่ารถคันนี้กำลัง “แข่งกับเวลา”

แต่เอาเข้าจริงแล้ว เรื่องราวของรถเหล่านี้น่าสนใจกว่าคำว่า “รถเร็ว” มาก

เพราะเบื้องหลังมันคือการเปลี่ยนวิธีส่งข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยทั้งระบบ

จากหนังสือพิมพ์ที่ต้องรอ 2 วัน สู่การมีรถส่งของตัวเอง

ย้อนกลับไปในยุคแรกของไทยรัฐ การนำหนังสือพิมพ์ไปขายต่างจังหวัดไม่ได้รวดเร็วเหมือนทุกวันนี้

ข้อมูลจากไทยรัฐระบุว่า ในช่วงแรกต้องอาศัยระบบ “รวมห่อ” ก่อนนำหนังสือพิมพ์ขึ้นรถไฟ ทำให้หนังสือพิมพ์ใช้เวลาประมาณ 2 วันกว่าจะเดินทางไปถึงต่างจังหวัด

ลองนึกภาพตามง่าย ๆ

ข่าวเกิดขึ้นตอนกลางคืน
หนังสือพิมพ์ต้องพิมพ์ให้ทัน
จากนั้นต้องรวบรวมเป็นห่อ
นำไปขึ้นรถไฟ
เดินทางไปต่างจังหวัด
แล้วจึงกระจายต่อไปยังแผงหนังสือ

สำหรับหนังสือพิมพ์ที่มีคุณค่ามากที่สุดในช่วงเช้าของวันนั้น การมาถึงช้ากว่าคนอื่นหนึ่งวันอาจหมายถึงข่าวที่ “ไม่สด” อีกต่อไป

กำพล วัชรพล จึงตัดสินใจเปลี่ยนระบบครั้งสำคัญ โดยนำรถยนต์มาใช้ขนส่งหนังสือพิมพ์เองทั่วประเทศ

นี่คือจุดที่เรื่องของ “รถไทยรัฐ” เริ่มมีความหมายมากกว่ารถขนส่งธรรมดา

ความเร็วไม่ได้เกิดจากความซิ่ง แต่เกิดจากโจทย์เรื่องเวลา

คำว่า “ยักษ์เขียว” ถูกเล่าขานมานานในหมู่คนใช้รถ

มีทั้งเรื่องรถวิ่งเร็ว รถแซงรถบรรทุก และเรื่องราวของคนขับที่รู้จักเส้นทางเป็นอย่างดี

แม้กระทั่งสื่อยานยนต์และข่าวธุรกิจในอดีตเคยรายงานว่า รถขนส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นรถบรรทุก 6 ล้อที่ใช้เครื่องยนต์พิเศษ และมีการระบุความเร็วเฉลี่ยไว้สูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรนำเสนออย่างระมัดระวัง เพราะเป็นข้อมูลที่สื่อรายงานในปี 2563 และไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันหรือทุกเส้นทางจะวิ่งด้วยความเร็วดังกล่าวตลอดเวลา

ดังนั้น หากถามว่า

“รถไทยรัฐทุกคันวิ่ง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจริงหรือไม่?”

คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ ไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ยืนยันว่ารถทุกคันวิ่งด้วยความเร็วนั้นตลอดเวลา

แต่สิ่งที่มีหลักฐานชัดเจนกว่าคือ ไทยรัฐมีระบบรถขนส่งของตัวเองเพื่อให้หนังสือพิมพ์เดินทางไปยังสายส่งทั่วประเทศได้รวดเร็วขึ้น

และนี่ต่างหากคือหัวใจของเรื่อง

“ยักษ์เขียว” กับภารกิจส่งข่าวให้ทันเช้า

ในยุคที่หนังสือพิมพ์ยังเป็นแหล่งข่าวสำคัญ การพิมพ์เสร็จไม่ได้หมายความว่างานจบ

เพราะหนังสือพิมพ์ต้องเดินทางต่อ

โรงพิมพ์ → รถขนส่ง → สายส่ง → แผงหนังสือ → คนอ่าน

ทุกขั้นตอนมีเวลาเป็นตัวกำหนด

ไทยรัฐมีเส้นทางรถขนส่งไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2563 ระบุเส้นทาง เช่น พัทลุง หลังสวน อุบลราชธานี เลย หนองคาย นครพนม ลำปาง น่าน และตราด รวมถึงการแบ่งเส้นทางตามภูมิภาค

นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมรถส่งหนังสือพิมพ์จึงต้องออกเดินทางในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่กำลังหลับ

เพราะปลายทางไม่ได้รอแค่ “สินค้า”

ปลายทางกำลังรอ ข่าวของเช้าวันใหม่

ทำไมคนถึงจำ “ยักษ์เขียว” ได้มากกว่ารถส่งของทั่วไป?

ส่วนหนึ่งเพราะรถเหล่านี้วิ่งในช่วงเวลาที่ถนนโล่ง

คนขับรถที่เดินทางกลางคืนหรือเช้ามืดจึงมีโอกาสพบเห็นได้ชัด และภาพของรถบรรทุกสีเขียวขนาดใหญ่ที่เดินทางต่อเนื่อง กลายเป็นเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์

Pantip มีการพูดถึงรถส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาตั้งแต่กว่าสิบปีก่อน ทั้งเรื่องเครื่องยนต์ ความเร็ว เส้นทาง และประสบการณ์ของคนที่เคยพบรถบนถนน

แต่สิ่งสำคัญคือ เนื้อหาเหล่านั้นจำนวนหนึ่งเป็น ประสบการณ์หรือคำบอกเล่าของสมาชิก ไม่ใช่ข้อมูลทางเทคนิคที่บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ

ตรงนี้จึงควรแยกให้ออกระหว่าง “ตำนาน” กับ “ข้อเท็จจริง”

เรื่องเล่ากับข้อเท็จจริง ต่างกันตรงไหน?

เรื่องที่พูดถึงกันสิ่งที่ตรวจสอบได้
ยักษ์เขียวเป็นรถที่เร็วมาก มีรายงานจากสื่อว่ารถบางรุ่น/ระบบถูกระบุว่ามีความเร็วเฉลี่ยสูง แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคันวิ่งเท่ากัน
รถไทยรัฐส่งหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ มีข้อมูลยืนยันว่าไทยรัฐใช้รถยนต์ขนส่งหนังสือพิมพ์เองทั่วประเทศ
ต้องแข่งกับเวลา สอดคล้องกับเหตุผลในการเปลี่ยนจากระบบรถไฟและรวมห่อมาเป็นการขนส่งเอง
กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 4 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่ถูกเล่าซ้ำในโลกออนไลน์ แต่ไม่พบข้อมูลทางการที่ยืนยันว่าเป็นมาตรฐานของรถทุกคัน
รถทุกคันวิ่งเกิน 200 กม./ชม. ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้จากแหล่งทางการ

ดังนั้น คำว่า “ตำนานแห่งความเร็ว” จึงเหมาะกับเรื่องนี้ในฐานะ ภาพจำและเรื่องเล่าบนท้องถนน มากกว่าจะใช้เป็นข้อสรุปทางเทคนิคว่ารถทุกคันมีความเร็วเท่ากัน

จากรถส่งหนังสือพิมพ์ สู่รากฐานของธุรกิจโลจิสติกส์

เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ความสามารถด้านการขนส่งไม่ได้หายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสื่อสิ่งพิมพ์

ในปี 2563 ไทยรัฐกรุ๊ปมีแผนเปิด “ไทยรัฐ โลจิสติกส์” โดยต่อยอดจากความสามารถด้านการขนส่งที่มีอยู่เดิม

และข้อมูลจากไทยรัฐในภายหลังยังระบุว่า เครือข่ายเอเจนต์และพันธมิตรบางส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์มีรากมาจากเครือข่ายการส่งหนังสือพิมพ์ที่สร้างมาตั้งแต่รุ่นกำพล วัชรพล

พูดง่าย ๆ คือ

สิ่งที่เคยสร้างขึ้นเพื่อให้หนังสือพิมพ์ไปถึงแผงเร็วขึ้น กลายเป็นองค์ความรู้ด้านการกระจายสินค้าในเวลาต่อมา

นี่เป็นมุมที่น่าสนใจกว่าคำถามว่า “รถวิ่งเร็วแค่ไหน” เสียอีก

ยักษ์เขียวจึงเป็นมากกว่ารถบรรทุก

ทุกวันนี้ คนรุ่นใหม่อาจคุ้นกับการเปิดโทรศัพท์แล้วเห็นข่าวทันที

แต่ในยุคหนังสือพิมพ์ การที่คนต่างจังหวัดจะได้อ่านข่าวในตอนเช้า จำเป็นต้องมีคนพิมพ์ คนจัดห่อ คนจัดสาย และคนขับรถที่พาหนังสือพิมพ์ออกจากโรงพิมพ์ให้ทันเวลา

รถสีเขียวคันหนึ่งจึงไม่ได้บรรทุกเพียงกระดาษ

มันกำลังบรรทุก ข่าวของวันนั้น

และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ “ยักษ์เขียว” ยังถูกพูดถึงแม้ยุคของหนังสือพิมพ์กระดาษจะเปลี่ยนไปมากแล้ว

เพราะตำนานของมันไม่ได้เกิดจากความเร็วเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากยุคหนึ่งที่ ความเร็วของรถ มีผลโดยตรงต่อความเร็วที่คนไทยจะได้รับข่าวสาร

และสำหรับคนที่เคยเห็นยักษ์เขียววิ่งผ่านในช่วงเช้ามืด ภาพรถบรรทุกสีเขียวที่เดินทางต่อไปข้างหน้า อาจเป็นหนึ่งในภาพจำของยุคหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีวันย้อนกลับมาอีกแล้ว

เนื้อหาโดย: อเมริกาโน่ดำ

ประวัติของไทยรัฐ ระบุว่า กำพล วัชรพล ปฏิรูประบบจำหน่ายด้วยการใช้รถยนต์ขนส่งหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ และไทยรัฐเริ่มวางจำหน่ายในชื่อไทยรัฐวันที่ 25 ธันวาคม 2505
ไทยรัฐมีข้อมูลเกี่ยวกับ “ยักษ์เขียว” และบทความที่เผยแพร่ในปี 2568 โดยตรง แต่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 129 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: EvaAqua, อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันเปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารารู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน"นาร์วาฬ" ยูนิคอร์นแห่งมหาสมุทร กับความจริงของ "เขาในตำนาน" ที่แท้คือฟันทะลุริมฝีปากตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮาราประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่