10 สิ่งที่เด็กยุค 90 เคยเห็น แต่เด็กยุคนี้อาจไม่รู้ว่าคืออะไร
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งของในอดีตที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ของเหล่านั้นกลับค่อย ๆ หายไปจากสายตาของผู้คน
ทำให้ผู้เขียนอดนึกถึงช่วงเวลาของคนที่เติบโตมาในยุค 90 ไม่ได้
สำหรับคนรุ่นนั้น ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีใครอธิบาย เพราะเราเคยหยิบ เคยใช้ เคยรอ และเคยมีประสบการณ์ร่วมกับมันจริง ๆ แต่สำหรับเด็กที่เกิดในยุคดิจิทัล สิ่งเหล่านี้บางชิ้นอาจดูไม่ต่างจากของโบราณที่ไม่เข้าใจว่ามีไว้ทำอะไร
ลองย้อนความทรงจำกันสักครั้งว่า 10 สิ่งต่อไปนี้ มีใครยังจำได้บ้าง
1. เทปคาสเซ็ต — เพลงหนึ่งเพลงต้องใช้เวลา “กรอ”
ก่อนที่เราจะกดเลือกเพลงบนโทรศัพท์มือถือได้ทันที การฟังเพลงเคยต้องอาศัยเทปคาสเซ็ต
คนยุค 90 น่าจะจำภาพการใส่เทปเข้าเครื่องเล่น กดปุ่มเล่น แล้วหากต้องการฟังเพลงก่อนหน้าหรือเพลงถัดไป ก็ต้องกดกรอหรือเดินหน้าเทปกันเอาเอง บางครั้งถ่านใกล้หมด เสียงก็เริ่มอืดจนเพลงแทบไม่เป็นเพลง
ที่สำคัญ เทปหนึ่งม้วนยังสามารถอัดเพลงที่ชอบเรียงกันเองได้ จนเกิดวัฒนธรรม “มิกซ์เทป” ซึ่งทำให้การเลือกเพลงกลายเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างหนึ่ง
ข้อมูลจาก Sony ระบุว่า Compact Cassette ถูกนำมาใช้กับเครื่องบันทึกเสียงของ Sony ตั้งแต่ปี 1966 ก่อนที่เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาอย่าง Walkman จะเปลี่ยนวิธีการฟังเพลงของผู้คนทั่วโลก ขณะที่ Smithsonian ระบุว่าเครื่องเล่นเทปแบบพกพาได้รับความนิยมอย่างมากก่อนที่รูปแบบเทปจะค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลงในเวลาต่อมา
2. เพจเจอร์ — ข้อความสั้น ๆ ที่ต้องโทรกลับเอง
เด็กยุคนี้อาจสงสัยว่า ในเมื่อโทรศัพท์มือถือส่งข้อความได้ แล้วทำไมต้องมีเครื่องเล็ก ๆ อีกเครื่องหนึ่งไว้รับข้อความ
สิ่งนั้นคือ “เพจเจอร์” หรือวิทยุติดตามตัว
ในช่วงหนึ่ง เพจเจอร์เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ได้รับความนิยม โดยผู้ส่งสามารถส่งหมายเลขโทรศัพท์หรือข้อความสั้น ๆ ไปยังเครื่องของผู้รับได้ แต่ผู้รับยังต้องใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งโทรกลับหากต้องการพูดคุยกัน
ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่า เพจเจอร์เคยเป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญในช่วงก่อนยุคการแชต อีเมล และวิดีโอคอล และได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 90
สำหรับคนรุ่นก่อน ภาพคนเดินเข้าร้านโทรศัพท์เพื่อ “โทรกลับเบอร์ที่เพจมา” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
3. ตู้โทรศัพท์สาธารณะ — โทรหาใครสักคนโดยไม่มีมือถือ
ปัจจุบันหากโทรศัพท์มือถือแบตหมด หลายคนอาจรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
แต่ในอดีต การไม่มีโทรศัพท์มือถือไม่ได้หมายความว่าจะติดต่อใครไม่ได้ เพราะตามสถานที่ต่าง ๆ ยังมีโทรศัพท์สาธารณะให้บริการ
ผู้ใช้ต้องหยอดเหรียญหรือใช้บัตรโทรศัพท์ตามประเภทของเครื่อง จากนั้นจึงกดหมายเลขปลายทาง
องค์การระหว่างประเทศด้านโทรคมนาคม หรือ ITU มีนิยามโทรศัพท์สาธารณะว่าเป็นโทรศัพท์ที่ประชาชนสามารถใช้งานโดยมีการชำระเงิน รวมถึงแบบใช้เหรียญและแบบใช้บัตร และเอกสารด้านโทรคมนาคมของไทยในช่วงทศวรรษ 1990 ก็มีการกล่าวถึงการใช้โทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่ชนบทด้วย
ลองคิดดูว่า เด็กสมัยนี้ที่คุ้นเคยกับการกดโทรจากหน้าจอมือถือ อาจแทบจินตนาการไม่ออกว่า ครั้งหนึ่งการโทรศัพท์ต้องเดินหา “ตู้โทรศัพท์” ก่อนจึงจะติดต่อคนที่บ้านได้
4. วิดีโอเทป VHS — อยากดูหนังต้องไปหา “ม้วนเทป”
ก่อนบริการสตรีมมิง การดูภาพยนตร์ที่บ้านไม่ได้หมายความว่าเปิดโทรศัพท์หรือโทรทัศน์แล้วเลือกเรื่องที่ต้องการได้ทันที
หลายคนต้องเดินเข้าร้านเช่าวิดีโอ เลือกหนังจากชั้นวาง แล้วนำเทป VHS กลับมาดูที่บ้าน
VHS คือระบบบันทึกภาพและเสียงลงบนเทปแม่เหล็ก โดย Smithsonian ระบุว่า VHS พัฒนาขึ้นโดยบริษัทในญี่ปุ่น และในเวลาต่อมากลายเป็นมาตรฐานสำคัญของการบันทึกวิดีโอภายในบ้าน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสื่อแบบออปติคัลอย่างดีวีดีในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา
และใครที่เคยใช้จริงน่าจะจำได้ว่า เมื่อดูจบแล้วต้อง “กรอเทปกลับ” ก่อนนำไปคืนร้านด้วย
เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ เด็กยุคใหม่อาจไม่เคยมีประสบการณ์เลย
5. กล้องถ่ายรูปฟิล์ม — ถ่ายแล้วต้อง “รอลุ้น”
ทุกวันนี้ถ่ายรูปเสร็จแล้วสามารถเปิดดูได้ทันที ถ้าไม่ชอบก็ลบทิ้งแล้วถ่ายใหม่
แต่กล้องฟิล์มในยุคก่อนมีความรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ถ่ายภาพหนึ่งครั้ง ภาพนั้นยังไม่ปรากฏให้เห็นทันที ต้องถ่ายไปเรื่อย ๆ จนหมดม้วน แล้วนำฟิล์มไปล้างและอัดภาพ
นั่นหมายความว่าเวลาถ่ายรูป เราแทบไม่มีโอกาสรู้ทันทีว่าภาพที่ได้สวยหรือไม่ หลับตาหรือเปล่า ภาพสั่นหรือไม่ หรือมีใครเดินผ่านด้านหลังหรือไม่
Smithsonian ระบุว่ากล้องฟิล์ม 35 มม. มีบทบาทสำคัญในการทำให้การถ่ายภาพด้วยฟิล์มแพร่หลาย และพิพิธภัณฑ์ยังคงเก็บรักษากล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพฟิล์มหลายรูปแบบไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การถ่ายภาพ
6. แผ่นดิสก์เก็ต — แผ่นเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งสำคัญมาก
เด็กยุคนี้อาจรู้จักรูปไอคอน “บันทึก” ที่มีหน้าตาคล้ายแผ่นดิสก์เก็ต แต่บางคนอาจไม่เคยเห็นของจริงด้วยซ้ำ
ดิสก์เก็ต โดยเฉพาะขนาด 3.5 นิ้ว เคยเป็นสื่อสำคัญสำหรับเก็บและถ่ายโอนข้อมูลคอมพิวเตอร์
Computer History Museum ระบุว่าแผ่นดิสก์เก็ตขนาด 3.5 นิ้วเปิดตัวในปี 1981 และกลายเป็นรูปแบบที่ใช้อย่างแพร่หลาย ก่อนจะถูกแทนที่ในเวลาต่อมาด้วยซีดีและแฟลชไดรฟ์
ความน่าสนใจคือ ความจุของมันเมื่อเทียบกับมาตรฐานปัจจุบันถือว่าน้อยมาก แต่ในยุคนั้น การมีแผ่นหนึ่งแผ่นสำหรับเก็บไฟล์งานก็ถือว่าเป็นเรื่องทันสมัยแล้ว
7. โทรทัศน์จอตู้ — เครื่องใหญ่ หนัก และต้องยกกันหลายคน
เด็กยุคนี้เติบโตมากับโทรทัศน์จอแบนที่บางจนแทบติดผนังได้
แต่คนยุค 90 คุ้นเคยกับโทรทัศน์จอตู้ หรือโทรทัศน์ระบบหลอดภาพ หรือ CRT ซึ่งมีตัวเครื่องขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าทีวีสมัยใหม่อย่างเห็นได้ชัด
จอประเภท CRT เคยเป็นเทคโนโลยีหลักของอุปกรณ์แสดงผลมานาน ก่อนที่เทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่จะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่
ดังนั้นประโยคว่า “ช่วยยกทีวีหน่อย” ในบ้านสมัยก่อนจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ทันที เพราะโทรทัศน์หนึ่งเครื่องไม่ใช่ของที่คนคนเดียวจะยกขึ้นชั้นสองได้อย่างสบาย ๆ
8. สมุดโทรศัพท์ — หนังสือเล่มใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมายเลข
ก่อนยุคที่โทรศัพท์มือถือสามารถบันทึกเบอร์โทรศัพท์ได้หลายร้อยหรือหลายพันรายการ คนจำนวนมากต้องพึ่งพาสมุดโทรศัพท์
สมุดเล่มหนึ่งอาจเต็มไปด้วยชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ และเวลาจะโทรหาใคร ก็ต้องเปิดหาชื่อกันทีละรายการ
ปัจจุบันการค้นหาเบอร์โทรศัพท์ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ในอดีต “จำเบอร์โทรศัพท์” เป็นทักษะที่หลายคนมีติดตัว
โดยเฉพาะเบอร์บ้านของพ่อแม่ เบอร์เพื่อนสนิท หรือเบอร์ร้านค้าที่โทรกันเป็นประจำ บางคนยังจำได้แม่นจนถึงทุกวันนี้
9. โทรศัพท์บ้านแบบมีสาย — อยากคุยต้องอยู่ใกล้เครื่อง
โทรศัพท์บ้านสมัยก่อนมีข้อจำกัดที่ชัดเจนมาก คือสายโทรศัพท์
เมื่อโทรเข้ามา คนในบ้านต้องรีบรับสาย และถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็อาจต้องเดินไปหามุมที่ไกลจากคนอื่นเท่าที่สายโทรศัพท์จะพาไปได้
ที่สำคัญ หากโทรศัพท์บ้านดังขึ้นมา ทุกคนในบ้านจะรู้ทันทีว่า “มีคนโทรมา”
ข้อมูลของ ITU ระบุว่าในประเทศไทยช่วงต้นทศวรรษ 1990 การขยายตัวของเศรษฐกิจทำให้ความต้องการบริการโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดการขยายโครงข่ายและการให้บริการโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง
ทุกวันนี้โทรศัพท์กลายเป็นของส่วนตัวอย่างแท้จริง แต่ในยุคนั้น โทรศัพท์เครื่องหนึ่งอาจเป็นอุปกรณ์สื่อสารของคนทั้งบ้าน
10. เครื่องเล่นเพลงพกพา — ความบันเทิงที่ต้องพก “สื่อ” ไปด้วย
ก่อนสมาร์ตโฟนจะกลายเป็นศูนย์รวมทั้งเพลง หนัง เกม และอินเทอร์เน็ต การฟังเพลงระหว่างเดินทางต้องพกเครื่องเล่นและสื่อเพลงไปด้วย
เครื่องเล่นเทปพกพาอย่าง Walkman เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของยุคนั้น เพราะทำให้ผู้คนสามารถฟังเพลงส่วนตัวระหว่างเดินทางได้
Sony ระบุว่า Walkman รุ่นแรกเปิดตัวในปี 1979 และภายในปี 1999 มียอดจัดส่งเครื่องเล่น Walkman แบบเทปสะสมทั่วโลกถึง 186 ล้านเครื่อง ขณะที่ในปี 1992 Sony ก็เปิดตัว MiniDisc Walkman ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของสื่อเพลงแบบพกพา
สำหรับคนยุค 90 การเลือกว่าจะพกเทปม้วนไหนไปโรงเรียน ไปเที่ยว หรือเดินทางไกล จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันจริง ๆ
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของของเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงความเก่า หรือความล้าสมัยของเทคโนโลยี แต่คือการที่มันทำให้เราเห็นว่า “ชีวิตประจำวันของคนเราเปลี่ยนไปเร็วเพียงใด”
เมื่อก่อนการฟังเพลงต้องมีเทป การถ่ายรูปต้องใช้ฟิล์ม การดูหนังต้องเช่าวิดีโอ การส่งข้อความต้องพึ่งเพจเจอร์ และการโทรหาใครสักคนอาจต้องเดินไปหาตู้โทรศัพท์
แต่วันนี้ ทุกอย่างแทบถูกรวมเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว
ผู้เขียนมองว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้โชคดีน้อยกว่าคนรุ่นก่อน และคนรุ่นก่อนก็ไม่ได้ล้าสมัยกว่า เพียงแต่แต่ละยุคมีวิธีใช้ชีวิตแตกต่างกัน
สิ่งหนึ่งที่คนยุค 90 มี และน่าจะเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าไม่น้อย คือ “การรอ”
เรารอเพลงโปรดจากวิทยุ รอรูปจากร้านล้างฟิล์ม รอเพื่อนโทรกลับ รอหนังเรื่องโปรดในร้านเช่าวิดีโอ และบางครั้งรอเพียงแค่ใครสักคนเดินทางมาถึงบ้าน
วันนี้เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และแทบไม่ต้องรออีกแล้ว
แต่บางครั้ง ผู้เขียนก็อดคิดไม่ได้ว่า ในวันที่ทุกอย่างเร็วขึ้นจนแทบไม่มีช่วงให้รอ เราอาจกำลังสูญเสียความรู้สึกบางอย่างที่คนรุ่นก่อนเคยมีไปโดยไม่รู้ตัว
ของ 10 อย่างเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียง “ของเก่า” หากแต่เป็นหลักฐานเล็ก ๆ ที่บอกเราว่า ครั้งหนึ่งคนรุ่นหนึ่งเคยใช้ชีวิตอย่างไร
และเมื่อเด็กยุคนี้ถามว่า “สิ่งนี้เอาไว้ทำอะไรครับ/คะ?”
บางทีคำตอบอาจไม่ได้สำคัญเท่ากับการได้เล่าให้พวกเขาฟังว่า
“นี่คือสิ่งที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เคยใช้ และครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของธรรมดาที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา”
หมายเหตุจากผู้เขียน: รายการนี้ตั้งใจเลือกสิ่งของและเทคโนโลยีที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ และอธิบายโดยเน้นบริบทของชีวิตประจำวันในช่วงยุค 90 ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของทุกชิ้นจะหายไปจากประเทศไทยพร้อมกันทั้งหมด เพราะบางอย่างยังมีการใช้งานต่อเนื่องในช่วงหลังจากนั้น
แหล่งที่มาของข้อมูล:
- Sony Group — ประวัติ Walkman และเทคโนโลยีเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา
- Science and Technology Knowledge Centre (STKC) — ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยุติดตามตัวหรือเพจเจอร์
- Smithsonian National Museum of American History — ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเล่นเทปและระบบ VHS
- Computer History Museum — ประวัติแผ่นดิสก์เก็ตและสื่อบันทึกข้อมูล
- Smithsonian Institution — ประวัติและพัฒนาการของกล้องถ่ายภาพฟิล์ม
- International Telecommunication Union (ITU) — ข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์สาธารณะและพัฒนาการโทรคมนาคมของไทย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
กรีกโยเกิร์ต แพงกว่าโยเกิร์ตธรรมดาเพราะอะไร?
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ภาพเก่าในตำนาน : อุวัยส์ อัคทาเยฟ “Vasya Chechen” ยักษ์ใหญ่แห่งสนามบาสเกตบอลโซเวียต
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยแห่ลงทะเบียน เปิดสิทธิใช้ฟรี ได้อะไรบ้าง
ดราม่าเดือด! ไบเกอร์มาเลย์ประกาศบอยคอตเที่ยวไทย ปมถูกปรับที่หาดใหญ่
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
5 ประเทศที่รถติดที่สุดในโลกจากดัชนี Traffic Index 2026
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ข้าวซอยไทย เคยคว้าอันดับ 1 เมนูเส้นโลกจาก TasteAtlas ปี 2023
อ่างล้างหน้าบางใบมีรูใกล้ขอบ บางใบไม่มี: จุดต่างเล็ก ๆ ที่ทำให้น้ำมีทางสำรอง
กรีกโยเกิร์ต แพงกว่าโยเกิร์ตธรรมดาเพราะอะไร?
ทำไมหลังออกกำลังกาย น้องชายถึงดูเล็กลง? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด”
“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนกันหรือไม่? รู้ความต่างก่อนสายเกินไป
เปิดประวัติ “เร แม๊คโดแนลด์” จากหนุ่มทีนไอดอลยุค 90 สู่เจ้าพ่อสายเดินทาง
ลูกพลับ 2 แบบ ต่างกันตรงไหน? ทำไมบางลูกกินกรอบ แต่บางลูกต้องรอจนเละ
แค่ฟังเพลงทุกวัน! งานวิจัยพบ อาจลดเสี่ยงสมองเสื่อมถึง 39เปอร์เซ็นต์
“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนกันหรือไม่? รู้ความต่างก่อนสายเกินไป