อาวาโมริต้นกำเนิดมาจากสยาม
เหล้าอาวาโมริของโอกินาวา มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับสยามเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ถ้าพูดถึงโอกินาวา หลายคนคงนึกถึงทะเลสีฟ้า เกาะสวย ๆ และวัฒนธรรมริวกีว
แต่มีเรื่องหนึ่งที่คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจไม่เคยรู้...
สุราพื้นเมืองชื่อดังของโอกินาวาอย่าง “อาวาโมริ” (Awamori) มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสยามอย่างน่าสนใจ
ไม่ใช่แค่เรื่องของข้าวไทย
ไม่ใช่แค่เรื่องของการค้าขาย
แต่เกี่ยวข้องไปถึง “สุรากลั่น” และภูมิปัญญาการทำเหล้า ที่เดินทางข้ามทะเลเมื่อหลายร้อยปีก่อน
และเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงยุคที่กรุงศรีอยุธยายังรุ่งเรือง...
🌊 เมื่ออยุธยาไม่ได้อยู่ไกลจากโอกินาวาอย่างที่เราคิด
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาณาจักรริวกีว หรือโอกินาวาในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญของเอเชีย
เรือของริวกีวเดินทางค้าขายกับหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง สยาม
เวลานั้นอยุธยากำลังเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าแห่งสำคัญ
สินค้าหลากหลายชนิดเดินทางเข้าออกเมืองท่า
และแน่นอนว่า สิ่งที่เดินทางไปกับพ่อค้าไม่ได้มีเพียงผ้า เครื่องเทศ เครื่องปั้นดินเผา หรือของป่า
ภูมิปัญญาการทำอาหารและเครื่องดื่มก็เดินทางไปพร้อมกับผู้คนด้วย
หลักฐานจากมรดกวัฒนธรรมริวกีวระบุว่า ในช่วงราวศตวรรษที่ 15 ชาวริวกีวมีการนำสุรากลั่นและเทคนิคการผลิตกลับไปยังริวกีว ก่อนที่การผลิตอาวาโมริจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายศตวรรษเดียวกัน (琉球文化日本遺産 琉球料理と泡盛そして芸能)
แล้วสยามมีสุรากลั่นในเวลานั้นจริงหรือ?
มีหลักฐานที่น่าสนใจมาก
บันทึกเกี่ยวกับสยามในสมัยอยุธยาตอนปลายของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ กล่าวถึงการนำข้าวมาหมัก แล้วกลั่นออกมาเป็นสุรา
กรมศิลปากรยังเผยแพร่ข้อมูลจากบันทึกดังกล่าวว่า ชาวสยามนำเครื่องดื่มจากข้าวมาผ่านกระบวนการกลั่นจนได้สิ่งที่เรียกว่า “เหล้า”
พูดง่าย ๆ คือ...
คนสยามในสมัยอยุธยารู้จักการทำสุรากลั่นจากข้าวแล้ว
นี่จึงเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของเรื่องราวที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับอาวาโมริน่าสนใจขึ้นมาก (กรมศิลปากร)
“ข้าวไทย” ไปเกี่ยวอะไรกับอาวาโมริ?
นี่คืออีกเรื่องที่น่าสนใจ
อาวาโมริแบบดั้งเดิมใช้ ข้าวเมล็ดยาวสายพันธุ์อินดิกา ซึ่งข้าวจากประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผลิตอาวาโมริมาช้านาน
เหตุผลไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติ
ข้าวชนิดนี้เหมาะกับกระบวนการผลิตของอาวาโมริ และยังเข้ากับวิธีการใช้ โคจิดำ (Black Koji) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสุราโอกินาวา
ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาวาโมริยังคงใช้ข้าวอินดิกาจากไทยเป็นวัตถุดิบสำคัญ แม้ว่าจะมีความพยายามเพิ่มการใช้ข้าวที่ปลูกในโอกินาวาด้วยก็ตาม (วิกิพีเดีย)
ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงอาวาโมริ...
“ข้าวไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องในอดีต แต่ยังอยู่ในกระบวนการผลิตของอาวาโมริในยุคปัจจุบันด้วย
🏺 จากสุราที่เดินทางมากับเรือ สู่เครื่องดื่มประจำราชสำนักริวกีว
อาวาโมริไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องดื่มของชาวบ้าน
เมื่อเวลาผ่านไป การผลิตถูกควบคุมโดยรัฐบาลริวกีว และอาวาโมริกลายเป็น สุราที่ใช้ในราชสำนัก รวมถึงใช้ต้อนรับคณะทูตจีนและบุคคลสำคัญจากต่างแดน
เมื่อริวกีวมีความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นมากขึ้น อาวาโมริก็ถูกส่งไปยังราชสำนักโชกุนในญี่ปุ่นในฐานะของกำนัลสำคัญด้วย (琉球文化日本遺産 琉球料理と泡盛そして芸能)
จากสุราที่มีร่องรอยการเดินทางมาจากโลกการค้าทางทะเล...
สุดท้ายมันกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เป็นตัวแทนของโอกินาวา
🇹🇭 เรื่องนี้จึงไม่ได้แปลว่า “อาวาโมริคือเหล้าขาวไทย”
ตรงนี้สำคัญมาก
เราไม่ควรพูดว่า อาวาโมริเป็นเหล้าขาวไทยที่ถูกนำไปเปลี่ยนชื่อในญี่ปุ่น
เพราะประวัติศาสตร์ไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนั้น
สิ่งที่หลักฐานสนับสนุนได้มากกว่าคือ
สยามและริวกีวมีเครือข่ายการค้าทางทะเลที่เชื่อมถึงกัน และมีหลักฐานว่าความรู้เกี่ยวกับสุรากลั่นเดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังริวกีว ก่อนที่ชาวริวกีวจะพัฒนาเป็นอาวาโมริในแบบของตัวเอง
ชาวโอกินาวาไม่ได้แค่ “ลอก” สูตรมา
แต่พวกเขานำความรู้ที่ได้รับมาปรับให้เข้ากับภูมิอากาศ วัตถุดิบ และวัฒนธรรมของตนเอง จนเกิดเป็นสุราชนิดใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
🥃 จากสยาม...สู่โอกินาวา
ลองคิดดูว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อน
เรือสำเภาลำหนึ่งออกจากท่าเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บนเรืออาจมีสินค้า ข้าว เครื่องเทศ เครื่องปั้นดินเผา และผู้คนจากต่างวัฒนธรรม
พร้อมกับภูมิปัญญาบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ว่า วันหนึ่งมันจะเดินทางไปไกลถึงเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
เวลาผ่านไปหลายร้อยปี
ภูมิปัญญานั้นถูกปรับเปลี่ยน
กลายเป็น “อาวาโมริ”
สุราที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของโอกินาวา
และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ...
ข้าวจากประเทศไทยยังคงมีบทบาทอยู่ในอาวาโมริจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้น ครั้งต่อไปถ้ามีใครพูดถึงอาวาโมริของโอกินาวา
คนไทยอาจมองมันในมุมใหม่ได้ว่า
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสุราญี่ปุ่น แต่เป็นร่องรอยหนึ่งของโลกการค้าโบราณที่ครั้งหนึ่งสยามกับริวกีวเคยเชื่อมถึงกัน”
ประวัติศาสตร์บางครั้งไม่ได้ซ่อนอยู่ในพระราชวังหรือโบราณสถาน
แต่อาจซ่อนอยู่ในเมล็ดข้าวหนึ่งเมล็ด และเรื่องราวของเครื่องดื่มหนึ่งถ้วยที่เดินทางข้ามทะเลมานานหลายร้อยปี
เขียนโดย tutmuek
ปริศนาศตวรรษ “เรือผีแมรี่ เซเลสต์” สภาพเรือสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยต่อสู้ แต่คนหายไปไหนหมด?
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
กระเป๋าเล็กจิ๋วบนกางเกงยีนส์มีไว้ใส่อะไร? จริง ๆ มันเก่ากว่า “กระเป๋าที่ 5” เสียอีก
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที แล้วทำไมยังบอกว่า “ยังไม่กระทบกรุงเทพฯ”?
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที แล้วทำไมยังบอกว่า “ยังไม่กระทบกรุงเทพฯ”?
ปริศนาศตวรรษ “เรือผีแมรี่ เซเลสต์” สภาพเรือสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยต่อสู้ แต่คนหายไปไหนหมด?
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา
ย้อนวันวาน “ร้านเช่าวิดีโอ” : เสน่ห์ยุค 80s-90s ที่เน็ตลื่นแค่ไหนก็แทนไม่ได้!
ปริศนาศตวรรษ “เรือผีแมรี่ เซเลสต์” สภาพเรือสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยต่อสู้ แต่คนหายไปไหนหมด?
กระเป๋าเล็กจิ๋วบนกางเกงยีนส์มีไว้ใส่อะไร? จริง ๆ มันเก่ากว่า “กระเป๋าที่ 5” เสียอีก
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา




