หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนไทยนั่งยอง ๆ ได้สบาย แต่ต่างชาติบางคนกลับทำไม่ได้

เขียนโดย thoughtloop

ลองนึกภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้าตลาดไทย แล้วเห็นคนขายของนั่งยอง ๆ อยู่หน้าร้าน

เขาอาจลองทำตาม เพราะคิดว่าเป็นเพียงท่านั่งธรรมดา

ย่อตัวลง...

เข่าพับ...

แต่พอถึงจุดหนึ่ง ส้นเท้ากลับลอยขึ้นจากพื้น ตัวเริ่มเอนไปข้างหน้า หรือไม่ก็เสียสมดุลจนต้องรีบลุกขึ้น

ในขณะที่คนไทยบางคนสามารถนั่งท่านี้คุยกันได้เป็นสิบนาที กินข้าว นั่งเล่น หรือก้มเก็บของโดยแทบไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องพิเศษ

ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดคำถามน่าสนใจว่า หรือคนไทยมีร่างกายที่เหมาะกับการนั่งยอง ๆ มากกว่าคนต่างชาติ?

คำตอบจริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเชื้อชาติแบบตรงไปตรงมา และไม่ได้หมายความว่าชาวต่างชาติจะนั่งยอง ๆ ไม่ได้ทุกคน

คนจากยุโรป อเมริกา หรือประเทศอื่น ๆ ก็มีคนที่นั่งยอง ๆ ได้สบายมาก ขณะเดียวกันคนไทยเองก็มีจำนวนไม่น้อยที่นั่งยอง ๆ ไม่ถนัด โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว

สิ่งที่แตกต่างจึงน่าสนใจกว่าคำว่า “คนไทยกับฝรั่ง”

มันคือ ร่างกายคุ้นเคยกับท่านี้แค่ไหน

เพราะการนั่งยอง ๆ แบบที่ส้นเท้ายังติดพื้นไม่ใช่ท่าที่ง่ายอย่างที่หน้าตาดู

ข้อเท้าต้องสามารถกระดกขึ้นไปทางด้านหน้าได้มากพอ ขณะเดียวกันเข่าต้องงอ สะโพกต้องพับ และลำตัวต้องรักษาสมดุลให้อยู่เหนือฐานของเท้า

งานวิจัยเกี่ยวกับท่า deep squat พบว่าการเคลื่อนไหวของข้อเท้า โดยเฉพาะการกระดกข้อเท้า หรือ ankle dorsiflexion มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการลงสู่ท่านั่งยอง ๆ ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวของเข่าและสะโพกก็มีบทบาทร่วมกันด้วย 

ลองสังเกตเวลาคนที่นั่งยอง ๆ ไม่ได้

สิ่งที่มักเห็นได้ชัดคือ ส้นเท้ายกขึ้น

พอส้นเท้าลอย จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายก็เปลี่ยน การทรงตัวจึงยากขึ้น บางคนต้องยื่นแขนไปข้างหน้า บางคนต้องก้มตัวมากขึ้น และบางคนสุดท้ายก็ล้มไปด้านหลัง

งานวิจัยด้านการประเมินท่านั่งยองพบความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการรักษาท่านั่งยองโดยให้ส้นเท้าติดพื้นกับช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเท้า โดยกลุ่มที่ทำท่าได้สบายมีการกระดกข้อเท้ามากกว่ากลุ่มที่ทำได้ยากอย่างชัดเจน 

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมคนสองคนซึ่งมีรูปร่างใกล้เคียงกัน ถึงนั่งยอง ๆ ได้ไม่เหมือนกัน

คนหนึ่งลงไปได้เหมือนนั่งเก้าอี้

อีกคนลงไปได้ครึ่งทางแล้วต้องยกส้นเท้า

ไม่ได้แปลว่าคนหนึ่งแข็งแรงกว่าเสมอไป

แต่ร่างกายของแต่ละคนมี ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อและความยืดหยุ่น แตกต่างกัน

ข้อเท้าจึงเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องนี้

เวลายืนตรง ข้อเท้าแทบไม่ต้องทำงานในลักษณะเดียวกับตอนนั่งยอง แต่เมื่อลงลึกมากขึ้น กระดูกหน้าแข้งจะเคลื่อนไปด้านหน้าเหนือเท้า ข้อเท้าจึงต้องมีช่วงการเคลื่อนไหวเพียงพอ

ถ้าข้อเท้าตึงเกินไป ร่างกายก็ต้องหาทางชดเชย

อาจยกส้นเท้า

อาจก้มตัวไปข้างหน้า

หรืออาจปรับตำแหน่งเท้าให้กว้างขึ้น

งานวิจัยด้านชีวกลศาสตร์ก็พบว่าความกว้างของท่ายืนและสัดส่วนของร่างกายสามารถเปลี่ยนมุมการเคลื่อนไหวของข้อเท้า เข่า และสะโพกขณะย่อตัวได้ด้วย 

แต่แล้วทำไมคนไทยถึงดูเหมือนนั่งท่านี้กันเยอะ?

ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปดู วิถีชีวิต

ในหลายพื้นที่ของเอเชีย การนั่งยอง ๆ เป็นท่าที่พบได้ในชีวิตประจำวันมานาน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน นั่งพัก นั่งคุย ทำอาหาร หรือใช้พื้นที่ระดับพื้นในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

เมื่อร่างกายถูกใช้ในลักษณะเดิมซ้ำ ๆ ตั้งแต่เด็ก คนคนนั้นก็มีโอกาสคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นมากขึ้น

ไม่ได้หมายความว่าการนั่งยอง ๆ ตั้งแต่เด็กจะเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกจนทำให้ทุกคนทำได้

แต่การใช้ท่านั้นเป็นประจำสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ด้านการเคลื่อนไหวและความคุ้นเคยของร่างกาย

พูดง่าย ๆ คือ

ร่างกายไม่ได้แค่รู้ว่าท่านี้คืออะไร แต่มันรู้ว่าต้องจัดตัวอย่างไรถึงจะอยู่ในท่านั้นได้

เหมือนคนที่ขี่จักรยานมาตั้งแต่เด็ก

คนที่ไม่เคยขี่อาจมองจักรยานแล้วคิดว่า “ก็แค่ขึ้นไปนั่งแล้วปั่น”

แต่พอลองจริง การทรงตัวกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

การนั่งยอง ๆ ก็มีลักษณะคล้ายกัน

คนที่คุ้นเคยอาจไม่ต้องคิดอะไรเลย

แต่คนที่ไม่คุ้นอาจต้องคิดทุกส่วนของร่างกายพร้อมกัน

เข่าต้องงอแค่ไหน

สะโพกต้องลงอย่างไร

ส้นเท้าจะเอาไว้ตรงไหน

ตัวต้องเอนไปทางไหน

และต้องรักษาสมดุลอย่างไร

นอกจากข้อเท้าแล้ว สะโพกและเข่า ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน

งานวิจัยอีกชิ้นที่ศึกษาความสามารถในการทำ deep squat พบว่ากลุ่มที่ทำท่าได้มีช่วงการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกและข้อเท้ามากกว่ากลุ่มที่ทำไม่ได้ และยังพบความสัมพันธ์กับลักษณะเนื้อเยื่อและองค์ประกอบร่างกายบางอย่างด้วย

จึงไม่มี “สูตรคนไทย” หรือ “สูตรคนต่างชาติ” ที่อธิบายเรื่องนี้ได้ทั้งหมด

บางคนมาจากประเทศที่ไม่ค่อยนั่งยอง ๆ แต่มีข้อเท้าดีมากและสามารถลงท่าได้สบาย

บางคนเป็นคนไทยแท้ ๆ แต่ข้อเท้าตึงหรือมีปัญหาข้อเข่า ก็อาจนั่งไม่ได้เช่นกัน

อายุเองก็มีส่วน

เด็กจำนวนมากสามารถนั่งยอง ๆ ได้ง่าย เพราะมีความคล่องตัวของข้อต่อและเนื้อเยื่อที่ดี แต่เมื่อโตขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป คนจำนวนมากนั่งเก้าอี้มากขึ้น เดินน้อยลง และแทบไม่มีเหตุผลต้องใช้ท่านั่งยอง ๆ ในชีวิตประจำวัน

เมื่อไม่ได้ใช้การเคลื่อนไหวบางรูปแบบเป็นเวลานาน ความสามารถในการทำท่านั้นก็อาจลดลงได้

นี่จึงเป็นเรื่องน่าสนใจของวัฒนธรรมไทย

เพราะบางท่าทางที่คนไทยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจเป็นผลจากการใช้ชีวิตที่สะสมมานานโดยที่เราไม่ทันสังเกต

การนั่งพื้น

การนั่งยอง

การนั่งพับเพียบ

การนั่งขัดสมาธิ

ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมด้วย

ในขณะที่บางสังคมใช้เก้าอี้เป็นหลักมาตั้งแต่เด็ก คนในสังคมอื่นอาจใช้พื้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่า

เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายก็มีประสบการณ์กับท่าทางเหล่านั้นแตกต่างกัน

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ควรระวังมาก

นั่งยอง ๆ ได้ ไม่ได้แปลว่าข้อต่อแข็งแรงกว่า

และ นั่งไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายแย่กว่า

บางคนอาจมีความยืดหยุ่นดีแต่ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ดี

บางคนกล้ามเนื้อแข็งแรงมากแต่ข้อเท้ามีช่วงการเคลื่อนไหวจำกัด

บางคนทำได้แต่มีอาการเจ็บ

และถ้ามีอาการปวดเข่า ปวดข้อเท้า หรือปวดสะโพกขณะนั่งยอง ๆ ก็ไม่ควรฝืนเพียงเพราะอยากทำให้ได้เหมือนคนอื่น

เพราะท่านั่งที่ดูง่ายจากภายนอก จริง ๆ แล้วเป็นการทำงานร่วมกันของหลายส่วนตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไป

ที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่คำถามว่า

“ทำไมฝรั่งนั่งยองไม่ได้?”

แต่คือ

“ทำไมท่าที่คนไทยทำจนแทบไม่รู้ตัว จึงต้องใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่าที่คิด?”

คำตอบทำให้เห็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก

วัฒนธรรมไม่ได้อยู่แค่ในภาษา อาหาร หรือประเพณี

บางครั้งมันซ่อนอยู่ใน ท่าทางของร่างกาย

คนไทยอาจนั่งยอง ๆ คุยกันหน้าร้านได้โดยไม่คิดอะไร

แม่ค้าบางคนอาจนั่งท่านี้เตรียมของตั้งแต่เช้า

เด็ก ๆ อาจย่อตัวลงเล่นกับพื้นโดยไม่รู้ว่ากำลังใช้ข้อเท้าและสะโพกอย่างไร

ทั้งหมดเป็นเรื่องธรรมดา เพราะร่างกายเรียนรู้มันมาตั้งแต่ยังเล็ก

แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวจากอีกวัฒนธรรมหนึ่งลองทำตามแล้วล้มเหลว ท่านั้นจึงเผยตัวตนออกมาเป็นครั้งแรก

สิ่งที่เราคิดว่า “ธรรมดา” อาจเป็นทักษะทางร่างกายที่เราฝึกมาตลอดชีวิต โดยไม่เคยรู้ตัวเลย

และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่ภาพนักท่องเที่ยวพยายามนั่งยอง ๆ แบบคนไทยแล้วเสียสมดุล จึงดูน่าขำในสายตาคนไทย

เพราะสำหรับเรา มันไม่ใช่ท่ายาก

มันเป็นเพียงท่าที่ร่างกายคุ้นเคยมาตั้งแต่จำความได้เท่านั้นเอง 

Pubmed Central, Pubmed
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทยไปชายหาดเปลือยครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นเลขปฏิทินจีน งวด 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติความถี่ 0–9 ผ่าฤกษ์วันอังคารคัดชุดเด่น 3 ตัวตรงเรย์ แมคโดนัลด์ เสียชีวิตวัย 49 ปี ข่าวเศร้าวงการบันเทิงไทย เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์และผลงานที่คนยังคิดถึงถอดรหัสเลขเจาะใจ "ลุงหวัง" งวด 1 กันยายน 2569โซเชียลแห่แชร์! แฟนคลับสังเกตเห็น "รอยโรค" บนใบหน้า เรย์ แมคโดนัลด์ เตือนให้รีบตรวจระบบหลอดเลือด หัวใจ และสมองชวนมาส่อง! สถิติหวยงวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี สายมูและนักเสี่ยงโชคห้ามพลาด!ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านค่าตัวพิธีกรรายการดัง คิดกันอย่างไร ได้มากกว่าที่คนดูคาดหรือไม่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยไปชายหาดเปลือยครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กระทะแบบไหนใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้4 วิธีเด็ด ตัดใจจากคนเจ้าชู้ มูฟออนยังไงไม่ให้กลับไปโง่อีก!ระวังคนนี้ไว้ให้ดี หลอกลวง ใครที่ชอบนัด ใครที่ชอบคอล ให้แต่งตัวให้ไปหา สรุปเท ไอดีไลน์มัน singtoshrเส้นคาลาซาช่วยยึดไข่แดงให้อยู่กลางฟองไข่
ตั้งกระทู้ใหม่