พีระมิดแห่ง Cestius พีระมิดอียิปต์กลางกรุงโรม มรดกแห่งกระแสคลั่งไคล้อียิปต์เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
พีระมิดแห่ง Cestius พีระมิดอียิปต์กลางกรุงโรม มรดกแห่งกระแสคลั่งไคล้อียิปต์เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
หากพูดถึงกรุงโรม หลายคนคงนึกถึงโคลอสเซียม วิหารแพนธีออน หรือซากปรักหักพังของจักรวรรดิโรมัน แต่ท่ามกลางอาคารแบบโรมันโบราณเหล่านั้น กลับมีสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งที่ดูราวกับถูกยกมาจากดินแดนริมแม่น้ำไนล์ นั่นคือ “พีระมิดแห่ง Cestius” หรือ Pyramid of Cestius พีระมิดสีขาวสูงตระหง่านซึ่งตั้งอยู่ใกล้ Porta San Paolo ทางตอนใต้ของกรุงโรม ประเทศอิตาลี
พีระมิดแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นโดยชาวอียิปต์ และไม่ได้เป็นสุสานของฟาโรห์ หากเป็นสุสานของชายชาวโรมันชื่อ Gaius Cestius Epulo ผู้มีตำแหน่งสำคัญทางการเมืองและศาสนาในสังคมโรมันช่วงปลายศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สุสานของเขาถูกออกแบบในรูปทรงพีระมิดอย่างชัดเจน สะท้อนถึงกระแสความหลงใหลในวัฒนธรรมอียิปต์ที่กำลังแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูงของกรุงโรมในเวลานั้น
พีระมิดแห่ง Cestius เชื่อว่าสร้างขึ้นระหว่างประมาณ 18–12 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นช่วงไม่นานหลังจากอียิปต์ตกอยู่ภายใต้อำนาจของโรม การพิชิตอียิปต์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาลทำให้ศิลปะ สัญลักษณ์ และสถาปัตยกรรมแบบอียิปต์เริ่มปรากฏในกรุงโรมมากขึ้น ทั้งเสาโอเบลิสก์ รูปเคารพ และอาคารที่เลียนแบบศิลปะจากลุ่มแม่น้ำไนล์ พีระมิดของ Cestius จึงอาจมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระแส “Egyptianizing” ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ชาวโรมันผู้มีฐานะและอำนาจ
ตัวพีระมิดมีรูปทรงสูงชะลูดและด้านข้างค่อนข้างลาดชัน แตกต่างจากพีระมิดขนาดใหญ่แห่งกิซาที่มีสัดส่วนกว้างและลาดน้อยกว่า ลักษณะเช่นนี้ทำให้นักวิชาการจำนวนหนึ่งมองว่าแบบของมันมีความใกล้เคียงกับ พีระมิดของนูเบีย โดยเฉพาะกลุ่มพีระมิดในอาณาจักรเมโรเอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประเทศซูดานในปัจจุบันมากกว่า อย่างไรก็ตาม การระบุว่า Cestius ตั้งใจจำลองพีระมิดนูเบียโดยตรงยังคงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะหลักฐานเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของผู้ออกแบบไม่ได้หลงเหลือมาอย่างชัดเจน
ขนาดของสิ่งก่อสร้างแห่งนี้ถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย ฐานมีความกว้างประมาณ 29.6 เมตรต่อด้าน ขณะที่ยอดพีระมิดสูงประมาณ 36–37 เมตร โครงสร้างภายในสร้างด้วยคอนกรีตแบบโรมันและอิฐ ก่อนหุ้มด้านนอกด้วยแผ่นหินอ่อนสีขาวบนฐานหินทราเวอร์ทีน เมื่อครั้งสร้างเสร็จใหม่ ๆ พีระมิดแห่งนี้คงมีสีขาวสว่างสะท้อนแสงแดดจนมองเห็นได้จากระยะไกล
แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งคือ ระยะเวลาการก่อสร้าง
บนตัวพีระมิดมีข้อความจารึกระบุว่าสุสานแห่งนี้จะต้องสร้างเสร็จภายใน 330 วัน ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับพินัยกรรมของ Cestius ซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่สั้นอย่างเหลือเชื่อสำหรับอาคารหินขนาดใหญ่ที่มีความสูงเทียบเท่าตึกสมัยใหม่ประมาณ 10–12 ชั้น ความสามารถในการก่อสร้างอย่างรวดเร็วเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีคอนกรีตและระบบแรงงานของชาวโรมันที่มีประสิทธิภาพสูงมากในยุคนั้น
เจ้าของสุสานอย่าง Gaius Cestius ไม่ใช่จักรพรรดิหรือแม่ทัพผู้พิชิตดินแดนอันยิ่งใหญ่ แต่เป็นสมาชิกชนชั้นปกครองของกรุงโรม จารึกบนพีระมิดบอกว่าเขาเคยเป็น praetor หรือตำแหน่งผู้พิพากษาระดับสูง เป็น tribune และเป็นสมาชิกของ Septemviri Epulonum ซึ่งเป็นคณะนักบวชที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานเลี้ยงทางศาสนาเพื่อถวายแด่เทพเจ้าของโรม
การที่บุคคลผู้มั่งคั่งเลือกสร้างสุสานเป็นพีระมิดจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงรสนิยมและสถานะทางสังคมด้วย สำหรับชาวโรมันในช่วงเวลานั้น อียิปต์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ความเก่าแก่ และความมั่งคั่ง หลังอียิปต์ถูกผนวกเข้าสู่โลกของโรม ศิลปะอียิปต์จึงกลายเป็นของแปลกใหม่ที่มีเสน่ห์สำหรับชนชั้นสูง
ภายนอกของพีระมิดจึงดูเหมือนสิ่งก่อสร้างจากอียิปต์ แต่เมื่อเข้าไปด้านใน เรากลับพบความเป็นโรมันอย่างชัดเจน
ภายในมีห้องฝังศพเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 5.95 เมตร × 4.10 เมตร สูงประมาณ 4.8 เมตร หลังคาเป็นแบบโค้ง Barrel Vault ตามเทคนิคสถาปัตยกรรมของโรมัน ผนังภายในเคยตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกสีสันสดใส แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาพจำนวนมากสูญหายหรือซีดจางจนเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เดิมทีห้องฝังศพไม่มีประตูทางเข้าจากภายนอก เมื่อพิธีฝังศพเสร็จสิ้น สุสานก็ถูกปิดผนึกอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมามีผู้เจาะเข้าไปภายในและปล้นสิ่งของจากสุสาน ทำให้เมื่อมีการสำรวจอย่างจริงจังในยุคหลัง แทบไม่พบสมบัติหรือสิ่งของที่เคยอยู่กับร่างของ Cestius เหลืออยู่แล้ว
แรกเริ่มนั้นพีระมิดตั้งอยู่นอกเขตเมืองโรม เนื่องจากกฎหมายโรมันไม่อนุญาตให้ฝังศพภายในตัวเมือง ดังนั้นบริเวณริมถนนสายสำคัญที่ออกจากกรุงโรมจึงเต็มไปด้วยสุสานและอนุสรณ์สถานของผู้มีฐานะ
แต่เมื่อกรุงโรมขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ พีระมิดของ Cestius ก็ค่อย ๆ ถูกเมืองโอบล้อม
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 เมื่อจักรพรรดิ Aurelian มีคำสั่งสร้างกำแพงขนาดใหญ่รอบกรุงโรมระหว่างประมาณ ค.ศ. 271–275 เพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก แทนที่จะรื้อพีระมิดทิ้ง วิศวกรโรมันเลือกใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้อมปราการ โดยผนวกโครงสร้างของพีระมิดเข้าไปใน กำแพง Aurelian Walls โดยตรง
การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้พีระมิดแห่ง Cestius รอดมาจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมือง โครงสร้างจึงได้รับการดูแลและไม่ถูกรื้อเพื่อนำวัสดุไปใช้ก่อสร้างอย่างง่ายดายเหมือนอาคารโบราณอื่น ๆ ในกรุงโรม ด้วยเหตุนี้ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,000 ปี พีระมิดสีขาวแห่งนี้ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในตำแหน่งเดิม และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างยุคโรมันที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง
ที่จริงแล้วกรุงโรมในอดีตไม่ได้มีพีระมิดเพียงแห่งเดียว
เคยมีพีระมิดอีกแห่งตั้งอยู่บริเวณใกล้วาติกัน ซึ่งในยุคกลางถูกเรียกว่า Meta Romuli หรือ “พีระมิดของโรมูลุส” แต่โครงสร้างนั้นถูกรื้อออกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 และหินบางส่วนถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างบริเวณมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ส่งผลให้พีระมิดของ Cestius กลายเป็นพีระมิดโรมันโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์โดดเด่นที่สุดในกรุงโรม
ในยุคกลาง เรื่องราวที่แท้จริงของเจ้าของสุสานกลับถูกลืมเลือนไปเสียด้วยซ้ำ ชาวโรมบางส่วนเชื่อว่าพีระมิดแห่งนี้คือสุสานของ Remus หนึ่งในสองพี่น้องในตำนานผู้เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งกรุงโรม ส่วนพีระมิดที่วาติกันถูกเชื่อว่าเป็นสุสานของ Romulus
ความเข้าใจดังกล่าวดำรงอยู่นานหลายศตวรรษ จนกระทั่งมีการขุดค้นและศึกษาตัวอาคารอย่างจริงจังในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในสมัยสมเด็จพระสันตะปาปา Alexander VII นักสำรวจจึงสามารถอ่านจารึกและยืนยันได้ว่าแท้จริงแล้วพีระมิดนี้คือสุสานของ Gaius Cestius
ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 พีระมิดแห่ง Cestius กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางชาวยุโรปที่ออกเดินทางแบบ Grand Tour ผู้มาเยือนต่างหลงใหลกับภาพของพีระมิดสีขาวที่ยืนอยู่เคียงข้างกำแพงโรมันเก่าแก่ มันจึงปรากฏในงานวาดภาพ ภาพพิมพ์ และบทกวีจำนวนมาก
พื้นที่รอบพีระมิดยังมี Non-Catholic Cemetery of Rome ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงกวีอังกฤษอย่าง John Keats และ Percy Bysshe Shelley ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์โรมันเข้ากับวัฒนธรรมยุโรปยุคใหม่อย่างน่าสนใจ
เมื่อมองพีระมิดแห่ง Cestius ในวันนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราจึงไม่ได้เป็นเพียงสุสานของชายชาวโรมันคนหนึ่ง แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวของโลกเมดิเตอร์เรเนียนในยุคที่วัฒนธรรมต่าง ๆ กำลังเดินทางข้ามพรมแดน
มันคือสถาปัตยกรรมที่ใช้ รูปทรงแบบอียิปต์และนูเบีย ผสมกับเทคนิคคอนกรีต ห้องโค้ง และงานจิตรกรรมแบบโรมัน จนเกิดเป็นสิ่งก่อสร้างที่แทบไม่มีใครเหมือน
พีระมิดแห่ง Cestius จึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนของกรุงโรมเอง เมืองที่ไม่ได้เติบโตจากวัฒนธรรมเพียงชนชาติเดียว หากหยิบยืมและผสมผสานความรู้ ความเชื่อ และศิลปะจากดินแดนที่ตนติดต่อหรือพิชิตเข้ามา แล้วสร้างสิ่งใหม่ขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง
กว่า 2,000 ปีหลังจาก Gaius Cestius เสียชีวิต ชื่อของเขาอาจไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่าจักรพรรดิ Caesar หรือ Augustus แต่สุสานที่เขาทิ้งไว้กลับกลายเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่แปลกตาและน่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรม
พีระมิดสีขาวที่ยืนอยู่ข้างกำแพงเมืองโบราณ จึงเป็นทั้งสุสาน อนุสรณ์แห่งกระแสคลั่งไคล้อียิปต์ และหลักฐานของการหลอมรวมวัฒนธรรมอันน่าทึ่งในโลกโรมันเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
สัญลักษณ์ “CE” บนของเล่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร?
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
Grade Libelle “แมลงปอแห่งท้องฟ้า” เครื่องบินลำเล็กที่ช่วยเปิดยุคการบินของเยอรมนี
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569
เรือเฟอร์รี่ล่มในซิมบับเว ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 94 ราย รัฐเผยบรรทุกเกินความจุ
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 19/08/69 จ้า
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ทำไมคนถึงเชื่อว่า “กินดีงูสด ๆ” ช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย? ความเชื่อเก่าแก่ที่อาจแลกมาด้วยความเสี่ยง
สัญลักษณ์ “CE” บนของเล่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร?
Grade Libelle “แมลงปอแห่งท้องฟ้า” เครื่องบินลำเล็กที่ช่วยเปิดยุคการบินของเยอรมนี
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
เรือเฟอร์รี่ล่มในซิมบับเว ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 94 ราย รัฐเผยบรรทุกเกินความจุ
ไต้หวันจะ "แจกเงินจาก AI" ให้ทุกคนจริงไหม? 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันคืออะไร และอะไรยังไม่เกิดขึ้น
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
สัญลักษณ์ “CE” บนของเล่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร?
Grade Libelle “แมลงปอแห่งท้องฟ้า” เครื่องบินลำเล็กที่ช่วยเปิดยุคการบินของเยอรมนี
สามเหลี่ยมเล็ก ๆ กับตัวเลขใต้ขวดน้ำ มีความหมายอะไรที่หลายคนไม่เคยรู้
ภาพเก่าหาดูยาก : ภาพของกองพันทหารราบที่ 1 แห่งนิวกินีในสงครามโลกครั้งที่สอง



