ภาพเก่าหาดูยาก : ภาพของกองพันทหารราบที่ 1 แห่งนิวกินีในสงครามโลกครั้งที่สอง
Green Shadows เงามรณะกลางพงไพร : เรื่องราวของกองพันทหารราบที่ 1 แห่งนิวกินีในสงครามโลกครั้งที่สอง
ท่ามกลางสมรภูมิอันร้อนชื้นของมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ป่าดิบหนาทึบของนิวกินีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งสร้างความยากลำบากให้แก่ทหารทุกฝ่ายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความชื้น ฝนที่ตกหนัก เส้นทางเต็มไปด้วยโคลน โรคเขตร้อน ตลอดจนพงไม้ที่หนาแน่นเสียจนบางครั้งมองเห็นศัตรูได้ในระยะเพียงไม่กี่สิบเมตร แต่สำหรับทหารพื้นเมืองซึ่งเติบโตมากับภูมิประเทศเช่นนี้ ป่ากลับไม่ได้เป็นเพียงอุปสรรค หากยังเปรียบเสมือนบ้านและเป็นอาวุธที่พวกเขารู้จักใช้อย่างเชี่ยวชาญ
หนึ่งในหน่วยทหารที่แสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบดังกล่าวได้อย่างชัดเจนคือ กองพันทหารราบที่ 1 แห่งนิวกินี หรือ 1st New Guinea Infantry Battalion – 1 NGIB ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1944 ภายใต้กองทัพออสเตรเลีย หลังจากประสบการณ์ของ Papuan Infantry Battalion แสดงให้ฝ่ายออสเตรเลียเห็นว่าทหารพื้นเมืองสามารถมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรบในภูมิประเทศแบบป่าฝนเขตร้อน กองพันนิวกินีจึงถูกจัดตั้งขึ้นเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำสงครามกับกองทัพญี่ปุ่นในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
โครงสร้างกำลังพลของกองพันมีลักษณะเฉพาะอย่างมาก ตามอัตรากำลังของหน่วยทหารนิวกินีในยุคนั้น กองพันหนึ่งมีกำลังพลชาวยุโรปหรือออสเตรเลียประมาณ 77 นาย ทำหน้าที่เป็นนายทหารและนายทหารประทวน ขณะที่กำลังหลักอีกประมาณ 550 นายเป็นทหารพื้นเมืองนิวกินี หน้าที่สำคัญของหน่วยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรบแบบทหารราบทั่วไป แต่ครอบคลุมตั้งแต่การลาดตระเวน สืบหาตำแหน่งข้าศึก ก่อกวนเส้นทางเคลื่อนกำลัง ไปจนถึงการกวาดล้างทหารญี่ปุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ตามพื้นที่ห่างไกล
จุดแข็งของทหารเหล่านี้คือความสามารถในการอ่านภูมิประเทศ พวกเขารู้วิธีเลือกเส้นทางผ่านป่าที่แทบไม่มีทางเดิน รู้ว่าจะข้ามลำธารตรงไหนจึงจะปลอดภัย รู้จักเสียงและความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในธรรมชาติ และเหนือสิ่งอื่นใดคือสามารถเคลื่อนที่ผ่านพงไม้ได้อย่างเงียบเชียบจนศัตรูแทบไม่รู้ตัว ทหารของ 1 NGIB จึงมีชื่อเสียงในการค้นหาหน่วยลาดตระเวนและจุดซุ่มโจมตีของญี่ปุ่นก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะรู้ว่ากำลังถูกติดตามอยู่เสียอีก
คำว่า “Green Shadows” หรือ “เงาสีเขียว” มักปรากฏคู่กับเรื่องราวของทหารพื้นเมืองปาปัวและนิวกินีในสงครามครั้งนี้ โดยเฉพาะ Papuan Infantry Battalion ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการเคลื่อนที่อย่างไร้ร่องรอยในป่า ก่อนที่กองพันนิวกินีรุ่นหลังจะรับช่วงรูปแบบการรบในลักษณะเดียวกัน หนังสือประวัติศาสตร์ของ G. M. Byrnes ซึ่งเล่าเรื่อง Papuan Infantry Battalion รวมถึง 1st, 2nd และ 3rd New Guinea Infantry Battalion ก็ใช้ชื่อว่า Green Shadows เช่นกัน จึงทำให้คำนี้กลายเป็นภาพแทนของเหล่าทหารพื้นเมืองผู้ปรากฏตัวจากพงไพรอย่างเงียบงัน แล้วหายกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง
ปลายปี ค.ศ. 1944 ถือเป็นช่วงที่ 1 NGIB เริ่มแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ กองพันไม่ได้รวมกำลังอยู่ในพื้นที่เดียว แต่กระจายหน่วยระดับกองร้อยออกไปสนับสนุนแนวรบต่าง ๆ ทั้ง เกาะบูเกนวิลล์ นิวบริเตน และแผ่นดินใหญ่ของนิวกินี ซึ่งทำให้ทหารเหล่านี้กลายเป็นเสมือน “ดวงตาและหู” ให้กับหน่วยรบออสเตรเลียในแนวหน้า
ที่บูเกนวิลล์ กองร้อย A ถูกส่งเข้าไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1944 ก่อนกระจายหมวดทหารไปสนับสนุนกองพลออสเตรเลียหลายหน่วยในการรุกผ่านพื้นที่ป่าทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะ ภารกิจหลักคือการลาดตระเวน หาเส้นทาง ตรวจจับการเคลื่อนไหวของญี่ปุ่น และนำทางทหารออสเตรเลียผ่านพื้นที่ซึ่งไม่คุ้นเคย ความชำนาญนี้สร้างผลงานอย่างโดดเด่น ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1944 เพียงเดือนเดียว หน่วยลาดตระเวนของ 1 NGIB สามารถสังหารทหารญี่ปุ่นได้ 41 นาย และจับเป็นได้อีก 8 นาย จากการปะทะหลายครั้ง
ลักษณะการรบส่วนใหญ่ไม่ใช่การปะทะขนาดใหญ่ที่มีแนวรบชัดเจน หากเป็นสงครามระหว่างหน่วยลาดตระเวนขนาดเล็กที่ต่างฝ่ายต่างพยายามตามล่าอีกฝ่ายหนึ่ง ทหารต้องเดินเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันผ่านป่าที่แทบไม่มีเส้นทาง ก่อนหยุดฟังเสียงเพียงเล็กน้อย บางครั้งการพบรอยเท้า กิ่งไม้หัก หรือเถ้าถ่านจากกองไฟก็เพียงพอที่จะบอกว่ามีหน่วยญี่ปุ่นอยู่ไม่ไกล
การปฏิบัติการลักษณะนี้ดำเนินต่อเนื่องตลอดต้นปี ค.ศ. 1945 หน่วยของ 1 NGIB ข้ามแม่น้ำ ตั้งฐานลาดตระเวนระยะไกล และเข้าโจมตีที่มั่นขนาดเล็กของญี่ปุ่นหลายแห่ง ในเดือนมีนาคม หมวดหนึ่งโจมตีค่ายญี่ปุ่นบริเวณ Buritsiotorara สังหารทหารญี่ปุ่นเจ็ดนาย ก่อนเคลื่อนต่อไปตามแม่น้ำ Wakunai และสังหารฝ่ายตรงข้ามเพิ่มอีกสามนาย เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงรูปแบบการรบของหน่วยได้เป็นอย่างดี นั่นคือเคลื่อนที่รวดเร็ว เข้าโจมตีอย่างฉับพลัน และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว
ขณะเดียวกัน กองร้อย C ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บนแผ่นดินใหญ่นิวกินีก็มีผลงานที่น่าจดจำไม่แพ้กัน วันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1945 หน่วยลาดตระเวนของ 1 NGIB พบกำลังญี่ปุ่นขนาดประมาณหนึ่งหมวดบริเวณ Bosman และเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว ผลการปะทะทำให้ทหารญี่ปุ่นเสียชีวิต 22 นาย พร้อมกับสูญเสียอาวุธเบาและปืนกลจำนวนหนึ่ง ตลอดระยะเวลาราวสองเดือน ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมระหว่างกำลังพลออสเตรเลียและนิวกินีในบริเวณดังกล่าวทำให้มีทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตรวม 91 นาย
ส่วนที่เกาะ นิวบริเตน ภารกิจของ 1 NGIB มีเป้าหมายแตกต่างออกไปเล็กน้อย กองร้อย B และ D ถูกส่งเข้าไปปฏิบัติการบริเวณ Jacquinot Bay, Wide Bay และ Open Bay โดยทำงานร่วมกับหน่วยออสเตรเลียเพื่อสร้างแนวควบคุมพื้นที่ เป้าหมายสำคัญคือการบีบกองกำลังญี่ปุ่นจำนวนมากให้อยู่บริเวณฐานที่มั่นรอบเมือง Rabaul ไม่สามารถกระจายกำลังออกมารบในพื้นที่อื่นได้ เมื่อแนว Wide Bay–Open Bay ถูกสร้างขึ้น การปฏิบัติการในระยะต่อมาจึงเปลี่ยนไปเน้นการลาดตระเวนและรวบรวมข่าวกรองเป็นหลัก
บทบาทเหล่านี้อาจดูไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับยุทธการใหญ่ที่มีรถถัง ปืนใหญ่ และเครื่องบินจำนวนมาก แต่ในสงครามป่าของนิวกินี ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของข้าศึกมีค่าอย่างมหาศาล การรู้ว่าทหารญี่ปุ่นซ่อนตัวอยู่หลังสันเขาใด ใช้เส้นทางไหนในการลำเลียงเสบียง หรือมีจุดซุ่มโจมตีตรงใด อาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับการสูญเสียชีวิตของทหารจำนวนมาก
เมื่อสงครามสิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1945 กระบวนการปลดประจำการของ 1 NGIB จึงเริ่มขึ้น และกองพันถูกยุบอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1946 หลังดำรงอยู่เพียงประมาณสองปี แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หน่วยได้ผ่านสมรภูมิสำคัญหลายแห่งและได้รับเกียรติยศการรบ “Liberation of Australian New Guinea” สำหรับการมีส่วนร่วมในการปลดปล่อยดินแดนนิวกินีจากการยึดครองของญี่ปุ่น
ในด้านความสูญเสีย บันทึกระบุว่ากองพันมีทหารเสียชีวิตจากการรบ 15 นาย สูญหาย 1 นาย เสียชีวิตจากสาเหตุอื่นอีก 17 นาย และบาดเจ็บ 25 นาย ขณะที่ด้านเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลความกล้าหาญ มีการบันทึกสมาชิกของหน่วยได้รับ Military Medal จำนวน 3 เหรียญ และได้รับการกล่าวถึงในรายงานการรบหรือ Mentioned in Despatches อีก 6 ราย แม้แหล่งข้อมูลด้านรางวัลของ Pacific Islands Regiment ในยุคนั้นจะไม่สมบูรณ์ทั้งหมดก็ตาม
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ 1st New Guinea Infantry Battalion มีความหมายมากกว่าตัวเลขของศัตรูที่ถูกสังหารหรือจำนวนเหรียญกล้าหาญ คือการแสดงให้เห็นว่าความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศและทักษะที่สั่งสมจากวิถีชีวิตสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นกำลังทางทหารที่มีประสิทธิภาพสูงได้
สำหรับกองทัพญี่ปุ่น ป่าแห่งนิวกินีอาจเป็นกำแพงสีเขียวที่เต็มไปด้วยอันตรายและสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สำหรับทหารพื้นเมืองเหล่านี้ มันคือสถานที่ซึ่งพวกเขารู้จักทุกเสียง ทุกกลิ่น และแทบทุกจังหวะของธรรมชาติ
พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีรถถัง ไม่จำเป็นต้องมีอาวุธหนักจำนวนมาก สิ่งที่พวกเขามีคือความอดทน สายตาที่เฉียบคม ความสามารถในการเคลื่อนที่โดยไม่ส่งเสียง และความคุ้นเคยกับป่าที่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจเลียนแบบได้ง่าย ๆ
และนั่นเองคือเหตุผลที่เรื่องราวของเหล่า “Green Shadows” — เงาสีเขียวแห่งพงไพรนิวกินี ยังคงได้รับการกล่าวถึงในประวัติศาสตร์สงครามแปซิฟิกมาจนถึงทุกวันนี้
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"



