หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมฆเลนติคูลาร์ เมฆรูปคล้ายจานบิน สวยแปลกตาดีแท้เน่อ

เขียนโดย dukedick

หากวันหนึ่งเราเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วพบก้อนเมฆรูปร่างประหลาด ลักษณะคล้ายจานบินขนาดยักษ์ หรือเหมือนเลนส์นูนที่กำลังลอยนิ่งอยู่เหนือยอดเขา อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นยานจากต่างดาว เพราะสิ่งที่เห็นอาจเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่สวยงามที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า “เมฆเลนติคูลาร์” (Lenticular Cloud) เมฆที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นจากการทำงานร่วมกันของภูเขา กระแสลม ความชื้น และอุณหภูมิในบรรยากาศ จนกลายเป็นประติมากรรมลอยฟ้าที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์วิทยาศาสตร์

คำว่า Lenticular มีรากความหมายเกี่ยวข้องกับลักษณะคล้ายเลนส์ และนั่นก็เป็นคำอธิบายรูปลักษณ์ของเมฆชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมฆเลนติคูลาร์มักมีรูปร่างเรียบมน แผ่กว้างตรงกลางและเรียวลงบริเวณขอบ บางก้อนดูเหมือนจานบิน บางก้อนเหมือนแพนเค้ก และในบางครั้งเมฆหลายชั้นอาจก่อตัวซ้อนกันขึ้นไป จนดูคล้ายกองจานขนาดมหึมาที่แขวนอยู่กลางท้องฟ้า เมฆเหล่านี้เป็นสัญญาณที่มองเห็นได้ของคลื่นอากาศที่เกิดจากลมพัดข้ามภูเขาหรือแนวเขา ซึ่งในทางอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า “คลื่นภูเขา” หรือ mountain waves

จุดเริ่มต้นของเมฆเลนติคูลาร์เกิดขึ้นเมื่อกระแสอากาศที่ค่อนข้างเสถียรและมีความชื้นพัดเข้าหาภูเขา เมื่อมวลอากาศไม่สามารถเคลื่อนผ่านภูเขาในแนวตรงได้ มันจึงถูกบังคับให้ไหลสูงขึ้นไปตามลาดเขา ยิ่งอากาศลอยสูง ความกดอากาศก็ยิ่งลดลง ทำให้อากาศขยายตัวและเย็นลง หากในอากาศมีไอน้ำมากเพียงพอ เมื่ออุณหภูมิลดลงถึงจุดที่เหมาะสม ไอน้ำก็จะควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ หรือผลึกน้ำแข็ง และปรากฏให้เราเห็นเป็นเมฆ

แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ หลังจากกระแสลมผ่านยอดเขาไปแล้ว อากาศไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรงเรียบ ๆ เสมอไป หากสภาพบรรยากาศเหมาะสม กระแสอากาศจะเกิดการกระเพื่อมขึ้นลงคล้ายกับคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นหลังจากน้ำไหลผ่านก้อนหิน ลักษณะดังกล่าวเรียกว่า “คลื่นภูเขา” หรือในด้านหลังภูเขามักเรียกว่า lee waves โดยยอดของคลื่นอากาศบางตำแหน่งจะเป็นบริเวณที่อากาศลอยตัวขึ้นและเย็นลงจนเกิดเมฆ ส่วนบริเวณที่อากาศไหลลงก็จะอุ่นขึ้นและทำให้หยดน้ำระเหยกลับไปอีกครั้ง

นี่เองคือเหตุผลว่าทำไมเมฆเลนติคูลาร์บางก้อนจึงดูราวกับ “หยุดนิ่ง” อยู่กลางอากาศ แม้ว่าบริเวณนั้นอาจมีกระแสลมแรงพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา ความจริงแล้วอนุภาคอากาศและไอน้ำกำลังเดินทางผ่านบริเวณเมฆอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ด้านที่อากาศกำลังยกตัวขึ้นจะเกิดการควบแน่นสร้างเมฆใหม่ ขณะที่อีกด้านหนึ่งซึ่งอากาศกำลังเคลื่อนต่ำลง หยดน้ำจะค่อย ๆ ระเหยหายไป ด้วยกระบวนการสร้างและสลายที่เกิดขึ้นเกือบพร้อมกันนี้ ตำแหน่งและรูปร่างโดยรวมของเมฆจึงสามารถคงอยู่ได้นานพอสมควร ทั้งที่อากาศภายในไม่ได้หยุดเคลื่อนที่เลย

เมฆเลนติคูลาร์สามารถเกิดขึ้นได้หลายระดับความสูง และบางครั้งเกิดขึ้นพร้อมกันหลายชั้น จึงสร้างภาพคล้ายจานบินจำนวนหลายลำเรียงซ้อนกันอยู่เหนือเทือกเขา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยังระบุว่าเมฆเลนติคูลาร์ที่เกิดจากอิทธิพลภูมิประเทศสามารถปรากฏในระดับความสูงแตกต่างกันในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นโครงสร้างแบบ “กองจาน” อันโดดเด่นของเมฆชนิดนี้

หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสำหรับการชมเมฆรูปร่างลักษณะนี้ก็คือบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น ภูเขาไฟทรงกรวยที่ตั้งโดดเด่นและมีรูปร่างเกือบสมมาตร เมื่อกระแสลมพัดปะทะฟูจิในสภาวะที่เหมาะสม สามารถเกิดเมฆรูปทรงเรียบมนบริเวณยอดหรือด้านใต้ลมได้ ภาษาญี่ปุ่นมีชื่อเรียกเมฆบางลักษณะที่เกี่ยวข้องกับฟูจิ เช่น เมฆที่คล้ายหมวกคลุมยอด และเมฆแขวนตัวบริเวณด้านใต้ลมที่มีรูปทรงเรียบคล้ายจานบิน

ภาพของเมฆทรงเลนส์เหนือภูเขาไฟฟูจิจึงมีเสน่ห์เป็นพิเศษ เพราะภูเขาที่มีรูปทรงกรวยสมมาตรอยู่แล้ว เมื่อมีเมฆสีขาวเรียบเนียนวางตัวอยู่เหนือยอด จึงดูเหมือนฟูจิกำลังสวมหมวกขนาดยักษ์ แต่หากวันใดเกิดเมฆขึ้นหลายชั้น ภาพที่ปรากฏอาจยิ่งน่าตื่นตา เพราะมันดูราวกับมียานอวกาศขนาดมหึมาหลายลำกำลังลอยอยู่เหนือภูเขา จนไม่น่าแปลกใจว่าทำไมภาพเมฆเลนติคูลาร์จึงมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ UFO อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ความงดงามของเมฆชนิดนี้ยังแฝงสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับสภาพอากาศ เพราะการเกิดเมฆเลนติคูลาร์บ่งบอกว่าบริเวณนั้นมีคลื่นภูเขาและกระแสลมค่อนข้างแรง แม้พื้นดินด้านล่างอาจดูสงบ แต่ในระดับความสูงใกล้ภูเขาอาจมีการเคลื่อนตัวของอากาศอย่างรุนแรงได้ ด้วยเหตุนี้ นักบินจึงให้ความสนใจกับเมฆชนิดนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากบริเวณคลื่นภูเขาสามารถสัมพันธ์กับความปั่นป่วนของอากาศ หรือ turbulence ได้ เมฆเลนติคูลาร์จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามสำหรับช่างภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนเครื่องหมายจากธรรมชาติที่บอกเราว่า กระแสอากาศเบื้องบนกำลังเคลื่อนตัวอย่างมีพลัง

ที่น่าทึ่งก็คือ สิ่งที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆเรียบเนียนราวกับวัตถุแข็งนั้น แท้จริงเป็นผลจากระบบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อากาศกำลังพัดผ่าน ภูเขากำลังบังคับทิศทางของกระแสลม อุณหภูมิกำลังเปลี่ยน ไอน้ำกำลังควบแน่นและระเหยสลับกันไม่หยุด แต่กระบวนการทั้งหมดกลับสมดุลกันมากพอที่จะสร้างรูปร่างซึ่งดูนิ่ง สงบ และสมมาตรอย่างน่าประหลาด

ปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์จึงเป็นตัวอย่างที่สวยงามว่าภูมิประเทศบนพื้นโลกสามารถมีอิทธิพลต่อท้องฟ้าได้มากเพียงใด ภูเขาลูกหนึ่งไม่ได้เป็นเพียงก้อนหินขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่กับที่ แต่มันสามารถเปลี่ยนทิศทางของสายลม สร้างคลื่นในบรรยากาศ และเปิดโอกาสให้ไอน้ำที่มองไม่เห็นรวมตัวกันจนกลายเป็นงานศิลปะขนาดยักษ์

และเมื่อศิลปะชิ้นนั้นเกิดขึ้นเหนือ ภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่มีเส้นสายงดงามและเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ภาพที่เกิดขึ้นก็ยิ่งดูเหนือจริง ฟูจิซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นโลกถูกแต่งเติมด้วยจานเมฆสีขาวบนฟ้า เกิดเป็นฉากที่บางครั้งดูเหมือนโลกแฟนตาซี บางครั้งเหมือนดาวเคราะห์ในภาพยนตร์ไซไฟ และบางครั้งก็เหมือนภาพวาดที่ศิลปินตั้งใจสร้างขึ้นอย่างประณีต

แต่ความจริงแล้ว ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังภาพทั้งหมดมีเพียงธรรมชาติเท่านั้น—โดยใช้ภูเขาเป็นแม่พิมพ์ ใช้สายลมเป็นมือที่ปั้น ใช้ความชื้นเป็นวัตถุดิบ และใช้อุณหภูมิเป็นเครื่องมือ จนเกิดเป็น “เมฆเลนติคูลาร์” ประติมากรรมบนท้องฟ้าที่อาจมีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่สามารถทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นจดจำภาพนั้นไปอีกนาน

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 50 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนมะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่