หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ่านไฟฉายในตำนาน “ตรากบ–ตรารักชาติ” หายไปไหน ทำไมวันนี้แทบไม่มีให้เห็น

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ถ่านไฟฉายในตำนาน “ตรากบ–ตรารักชาติ” หายไปไหน ทำไมวันนี้แทบไม่มีให้เห็น

ถ้าใครเกิดและโตในช่วงที่ วิทยุทรานซิสเตอร์ยังเป็นเครื่องใช้สำคัญของบ้าน ภาพของถ่านไฟฉายก้อนทรงกระบอกคงไม่ใช่เรื่องแปลก

เปิดฝาหลังวิทยุออกมา ถ่านหมดก็ต้องเปลี่ยน

หยิบไฟฉายขึ้นมาแล้วไฟเริ่มหรี่ ก็ถึงเวลาหาถ่านก้อนใหม่

ในยุคนั้นชื่ออย่าง “ถ่านไฟฉายตรากบ” หรือ “ถ่านไฟฉายตรารักชาติ” จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสินค้า แต่เป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นตาจากชีวิตประจำวัน

วันนี้ถ้าเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เราแทบไม่เห็นภาพนั้นแล้ว

คำถามคือ แบรนด์เหล่านี้หายไปไหน และเกิดอะไรขึ้นกับตลาดถ่านไฟฉายของไทย?

ถ่านไฟฉายเคยเป็นของจำเป็นมากกว่าที่เราคิด

ก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นทั้งวิทยุ ไฟฉาย กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์สื่อสารในเครื่องเดียว การมีไฟฉายติดบ้านถือเป็นเรื่องธรรมดา

ส่วนวิทยุทรานซิสเตอร์ก็เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการรับข่าวสารและความบันเทิง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่โทรทัศน์หรือไฟฟ้ายังไม่ได้เข้าถึงอย่างสะดวก

มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่อธิบายว่า เมื่อวิทยุทรานซิสเตอร์เข้ามา ทำให้วิทยุมีขนาดเล็กและพกพาได้มากขึ้น จากเดิมที่วิทยุรุ่นเก่าอาจต้องใช้ถ่านจำนวนมาก เหลือเพียงประมาณ 3–4 ก้อนในเครื่องทรานซิสเตอร์บางประเภท

นั่นหมายความว่า ตลาดถ่านไฟฉายไม่ได้อยู่แค่กับไฟฉาย

มันอยู่กับวิทยุด้วย

และเมื่อวิทยุทรานซิสเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ถ่านไฟฉายจึงกลายเป็นสินค้าที่ผู้คนต้องซื้อซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

“ตรากบ” ไม่ได้เป็นแค่ถ่าน แต่มีเพลงโฆษณาที่คนจำได้

หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ ถ่านไฟฉายตรากบ

ภาพจำของสินค้านี้คือถ่านทรงกระบอกที่มีสีแดงและเหลือง พร้อมสัญลักษณ์กบ และชื่อแบรนด์ที่จำง่าย

แต่สิ่งที่ทำให้ตรากบโดดเด่นกว่าถ่านไฟฉายธรรมดาอาจไม่ใช่แค่ตัวสินค้า

มันคือ เพลงโฆษณา

เพลงโฆษณา “ถ่านไฟฉายตรากบ” ถูกระบุว่าเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้ นคร มงคลายน นักแต่งเพลงโฆษณาที่มีผลงานเป็นที่จดจำในยุคนั้น และมีหลักฐานจากสื่อและงานศึกษาด้านเพลงโฆษณาที่กล่าวถึงเพลงชิ้นนี้โดยตรง

โฆษณาไม่ได้ขายเพียงเรื่อง “ถ่านใช้กับไฟฉาย”

แต่พยายามผูกสินค้าเข้ากับความทันสมัยของชีวิตยุคนั้น ทั้งวิทยุและไฟฉาย

จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนอาจจำ ทำนองและคำร้อง ได้ แม้จะไม่ได้เห็นตัวถ่านมานานแล้ว

นี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการตลาดในยุคที่วิทยุเป็นสื่อสำคัญ เพราะสินค้าไม่ได้เพียงเข้าไปอยู่ในร้านค้า แต่เข้าไปอยู่ในเสียงที่ผู้คนได้ยินซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน

แล้ว “ตรารักชาติ” คืออะไร

อีกชื่อหนึ่งที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคยคือ ถ่านไฟฉายตรารักชาติ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่ามีโฆษณาถ่านไฟฉาย “รักชาติ” ปรากฏในหนังสือ นาวิกศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2482 และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับกิจการอุตสาหกรรมถ่านไฟฉายในประเทศไทย

หนังสือ พ่อค้าไทยยุค 2480-2490 ของเอนก นาวิกมูล ซึ่งมีรายการเนื้อหาเกี่ยวกับ “ชวน-เกรียง มาลาสิทธิ์ ผู้ผลิตถ่านไฟฉายตรารักชาติ” ก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ช่วยให้เห็นว่าถ่านตรารักชาติมีประวัติอยู่ในภาคอุตสาหกรรมไทยมานาน ไม่ใช่เพียงชื่อที่เกิดขึ้นในความทรงจำของคนรุ่นหลัง

ในเวลาต่อมา ถ่านตรารักชาติยังถูกจดจำในบริบทของวิทยุทรานซิสเตอร์ โดยมีผู้เล่าประสบการณ์ว่าเคยใช้ถ่านชนิดนี้กับวิทยุในวัยเด็ก

ทำไมถ่านไฟฉายสมัยก่อนถึงมีชื่อแปลก ๆ

ถ้าลองนึกย้อนกลับไป จะพบว่าถ่านไฟฉายไทยในอดีตมีชื่อแบรนด์ที่จำง่ายมาก

กบ ม้าขาว 5 แพะ รักชาติ และอีกหลายชื่อ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ข้อมูลจาก BrandAge อธิบายว่าตลาดถ่านไฟฉายในอดีตมีแบรนด์ท้องถิ่นจำนวนมาก และหลายแบรนด์ใช้ชื่อสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ เพราะช่วยให้ผู้บริโภคจำได้ง่าย

ที่น่าสนใจคือแต่ละแบรนด์ยังมีฐานตลาดต่างกัน เช่น ตรากบแข็งแรงในภาคกลางและภาคตะวันออก ขณะที่ตรารักชาติเป็นที่รู้จักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พูดง่าย ๆ คือ สมัยนั้นตลาดถ่านไฟฉายไม่ได้มีผู้ชนะเพียงรายเดียว

แต่มีแบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งแรงในพื้นที่ของตัวเอง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ “ถ่านดีหรือไม่ดี”

เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามา สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีเพียงตัวถ่าน

แต่รวมถึง เทคโนโลยี การกระจายสินค้า และการทำตลาด

ข้อมูลจาก BrandAge ระบุว่าแบรนด์ท้องถิ่นจำนวนมากใช้ถ่านแมงกานีสแบบปลอกกระดาษ ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่พัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบจัดจำหน่ายที่มีความแข็งแรงมากกว่า ทำให้สามารถขยายเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก

เพราะสินค้าบางอย่างอาจไม่ได้หายไปเพราะ “ของไม่ดี”

แต่อาจหายไปเพราะตลาดเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่ธุรกิจเดิมจะปรับตัวทัน

เมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกใหม่ ระบบร้านค้าก็เปลี่ยน และผู้ผลิตรายใหญ่สามารถนำสินค้าไปวางขายได้ครอบคลุมกว่าเดิม แบรนด์ท้องถิ่นที่เคยแข็งแรงก็มีโอกาสถูกเบียดออกจากพื้นที่เดิมของตัวเอง

จากของใช้ประจำบ้าน สู่ของสะสมในความทรงจำ

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน บทบาทของถ่านไฟฉายก็เปลี่ยนตาม

วิทยุทรานซิสเตอร์ไม่ได้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงเหมือนเดิม

ไฟฉายก็มีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

โทรศัพท์มือถือเข้ามาทำหน้าที่หลายอย่างแทนอุปกรณ์หลายชนิด

ส่วนตลาดถ่านไฟฉายเองก็มีแบรนด์และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแข่งขัน

ผลที่เกิดขึ้นคือชื่อที่เคยเห็นบนชั้นวางสินค้าเป็นประจำค่อย ๆ หายออกไปจากชีวิตประจำวัน

ตรากบจึงไม่ได้หายไปจากความทรงจำ เพียงแต่หายไปจากชั้นวางสินค้า

แต่เรื่องของตรากบยังเหลือร่องรอยอยู่ในกรุงเทพฯ

เรื่องนี้น่าสนใจกว่าที่คิด

เพราะอดีตโรงงานถ่านไฟฉายตรากบไม่ได้หายไปพร้อมกับสินค้าเสียทั้งหมด

บริเวณคลองสานริมแม่น้ำเจ้าพระยา เคยเป็นพื้นที่ของโรงงานและโกดังอุตสาหกรรมเก่า และมีหลักฐานจากกรุงเทพมหานครระบุว่าพื้นที่ที่ต่อมากลายเป็น The Jam Factory เคยเป็นโรงงานถ่านไฟฉายตรากบ รวมถึงโรงน้ำแข็งและโรงทำยา

ข้อมูลจากบทความประวัติพื้นที่คลองสานก็ระบุถึงโกดังของโรงงานถ่านไฟฉายตรากบในบริเวณดังกล่าวเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าใครเคยคิดว่าเรื่องของถ่านตรากบจบลงพร้อมกับการเลิกผลิตสินค้า ก็อาจต้องมองใหม่

เพราะ ร่องรอยของโรงงานยังเชื่อมโยงอยู่กับภูมิทัศน์เมือง

สถานที่ที่เคยผลิตสินค้าที่คนไทยใช้กันในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และธุรกิจรูปแบบใหม่ในเวลาต่อมา

แล้วทำไมวันนี้เราถึงแทบไม่เห็นถ่านตรากบและตรารักชาติ

ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าการหายไปของแต่ละแบรนด์เกิดจากเหตุผลเดียวกันทั้งหมด

แต่จากข้อมูลที่มี สามารถมองภาพใหญ่ได้ว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

1. ตลาดถ่านไฟฉายเปลี่ยน

ผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามาพร้อมผลิตภัณฑ์และระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแรงกว่าเดิม

2. อุปกรณ์ที่ใช้ถ่านเปลี่ยน

วิทยุทรานซิสเตอร์ซึ่งเคยเป็นอุปกรณ์สำคัญของครัวเรือนค่อย ๆ สูญเสียบทบาทลงเมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามา

3. ช่องทางการขายเปลี่ยน

การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหน้าร้านโชห่วยอีกต่อไป แต่ระบบค้าปลีกสมัยใหม่และช่องทางจำหน่ายรูปแบบใหม่มีความสำคัญมากขึ้น

4. แบรนด์ท้องถิ่นต้องเจอกับผู้เล่นที่มีขนาดใหญ่กว่า

จากเดิมที่แต่ละแบรนด์อาจครองพื้นที่ของตัวเอง การเข้ามาของผู้ผลิตรายใหญ่ทำให้การแข่งขันกลายเป็นระดับประเทศมากขึ้น

ของบางอย่างหายไปจากตลาด แต่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้อาจไม่ใช่ว่า “ถ่านตรากบเลิกผลิตเมื่อปีไหน”

เพราะข้อมูลที่ยืนยันปีสิ้นสุดการผลิตอย่างชัดเจนหาได้ยาก และไม่ควรใส่ตัวเลขโดยไม่มีหลักฐาน

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ถ่านก้อนเล็ก ๆ เหล่านี้เคยเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนอย่างไร

มันอยู่ในวิทยุที่เปิดฟังข่าวตอนเช้า

อยู่ในไฟฉายที่ใช้เดินทางในความมืด

อยู่ในร้านขายของชำหน้าบ้าน

และอยู่ในเสียงเพลงโฆษณาที่ได้ยินซ้ำจนจำได้ขึ้นใจ

วันนี้เราอาจไม่เจอถ่านตรากบบนชั้นวางสินค้าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

แต่เมื่อได้ยินชื่อ “ถ่านไฟฉายตรากบ” หรือ “ตรารักชาติ” หลายคนกลับนึกภาพยุคหนึ่งของชีวิตขึ้นมาได้ทันที

และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมสินค้าบางอย่างแม้จะหายจากตลาดไปนานแล้ว แต่กลับยังไม่หายไปจากความทรงจำของคนไทย

หอสมุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — รายละเอียดหนังสือ พ่อค้าไทยยุค 2480-2490 ซึ่งระบุเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ผลิตถ่านไฟฉายตรารักชาติ
กรุงเทพมหานคร — เอกสารประวัติพื้นที่คลองสาน ระบุพื้นที่อดีตโรงงานถ่านไฟฉายตรากบ
BrandAge Online — ข้อมูลภาพรวมการแข่งขันของตลาดถ่านไฟฉายไทย แบรนด์ท้องถิ่น และการเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามา
สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (NRCT) — งานศึกษาที่กล่าวถึงเพลงโฆษณาถ่านไฟฉายตรากบและนคร มงคลายน
Workpoint Official — แหล่งบันทึกเพลงโฆษณาถ่านไฟฉายตรากบ
OFM Blog — ข้อมูลลักษณะสินค้าและการที่ตรากบเลิกผลิตไปแล้ว
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยเปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดีเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันเปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหนส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชียHonda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไปรั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
น้ำยาลบคำผิด ทำไมต้องเขย่าก่อนใช้? ความจริงอยู่ที่เม็ดสีในขวดทำข้อสอบ ทำไมต้องใช้ดินสอ 2B คำตอบอยู่ที่กระดาษคำตอบและเครื่องตรวจโอโซนเร่งรอยแตกลายงาบนยางล้อรถที่จอดทิ้งไว้ทำไมหนัง AV ญี่ปุ่นจึงต้องเซ็นเซอร์ด้วยโมเสก
ตั้งกระทู้ใหม่