โนเกียหายไปไหน จากราชามือถือสู่บริษัทโครงข่ายระดับโลก
โนเกียไม่ได้หายไปไหน แค่เลิกเป็นบริษัทมือถือแบบที่คนไทยคุ้นเคย
ถ้าเติบโตมากับโทรศัพท์มือถือช่วงปลายยุค 1990 ถึงกลางยุค 2000 ชื่อ Nokia แทบไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่ม เสียงเรียกเข้าทำนองสั้น ๆ โลโก้ตัวอักษรสีขาวบนพื้นน้ำเงิน เครื่องทรงแท่งที่ใส่กระเป๋ากางเกงได้พอดี และเกมงูที่ทำให้การรอรถเมล์กลายเป็นการแข่งขันทำคะแนน ล้วนเป็นภาพจำร่วมของคนทั้งยุค
คำถามว่า บริษัทโนเกียหายไปไหน จึงมีคำตอบอยู่สองชั้น ชั้นแรกคือธุรกิจโทรศัพท์มือถือของ Nokia Corporation จบเส้นทางเดิมลงหลัง Microsoft เข้าซื้อธุรกิจ Devices & Services โดยประกาศข้อตกลงในปี 2013 และปิดดีลในเดือนเมษายน 2014 ส่วนชั้นที่สองคือ Nokia Corporation เองยังดำเนินงานอยู่ เพียงหันมาเน้นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เครือข่ายมือถือ ระบบไฟเบอร์ ระบบขนส่งข้อมูล งานวิจัย และการให้สิทธิ์ใช้สิทธิบัตร
ทุกวันนี้ชื่อ Nokia บนโทรศัพท์มือถือจึงไม่ได้หมายถึงโรงงานมือถือของ Nokia Corporation โดยตรง HMD Global เป็นผู้ทำโทรศัพท์ Nokia ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้แบรนด์ ส่วน Nokia Corporation ยังคงทำงานเบื้องหลังระบบสื่อสารที่ทำให้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกันได้ ในรายงานธุรกิจล่าสุดของ Nokia โครงสร้างหลักตั้งแต่ปี 2026 แบ่งเป็น Network Infrastructure และ Mobile Infrastructure ภาพของบริษัทจึงขยับจากของที่วางอยู่ในมือ ไปอยู่ในเสาสัญญาณ สายไฟเบอร์ ห้องเครือข่าย และเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการทั่วโลก
จากโรงงานเยื่อกระดาษสู่ผู้กำหนดทิศทางการสื่อสาร
Nokia เริ่มต้นในฟินแลนด์เมื่อปี 1865 จากโรงงานเยื่อกระดาษของ Fredrik Idestam ต่อมาชื่อ Nokia เดินทางผ่านธุรกิจยาง สายเคเบิล อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนรวมตัวเป็น Nokia Corporation ในปี 1967 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อบริษัทมองเห็นว่าการสื่อสารไร้สายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ช่วงทศวรรษ 1980 Nokia เริ่มลงลึกด้านโทรคมนาคมอย่างจริงจัง ปี 1991 มีการโทรศัพท์ด้วยมาตรฐาน GSM ครั้งแรกของโลกผ่านอุปกรณ์เครือข่ายของ Nokia เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า Nokia ไม่ได้เก่งแค่ทำเครื่องสวยหรือทำเครื่องทน แต่ยังมีบทบาทในชั้นโครงสร้างของระบบมือถือด้วย
ปี 1998 Nokia ขึ้นเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือระดับโลก จากนั้นชื่อของบริษัทก็เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนหลายประเทศ รุ่นหนึ่งตามด้วยอีกรุ่นหนึ่ง ตั้งแต่ 5110, 3210, 3310, 8210, 8850, 6100 ไปจนถึงโทรศัพท์ตระกูล Nseries รายได้จากธุรกิจมือถือพาบริษัทเติบโตจนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจของฟินแลนด์
ยุคทองของโนเกีย ว้าวตรงไหนถึงครองใจได้นาน
เสน่ห์ของ Nokia ยุคทองไม่ได้มีแค่คำว่าอึด รุ่นยอดนิยมจำนวนมากออกแบบมาให้ใช้งานง่ายตั้งแต่เปิดเครื่อง เมนูเป็นลำดับ ตัวอักษรอ่านง่าย ปุ่มกดมีน้ำหนักพอดี และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานจนไม่ต้องพกสายชาร์จติดตัวตลอดเวลา ความรู้สึกตอนถอดฝาหน้าเปลี่ยนสี หรือเลือกหน้ากากลายใหม่ให้เครื่อง จึงคล้ายการแต่งตัวให้ของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่กับตัวทั้งวัน
Nokia 5110 ทำให้การเปลี่ยนหน้ากากกลายเป็นเรื่องสนุก Nokia 3210 ทำให้โทรศัพท์ทรงแท่งดูทันสมัยและเข้าถึงง่าย ส่วน Nokia 3310 ที่เปิดตัวในปี 2000 กลายเป็นภาพแทนของความแข็งแรง เมนูแต่งเสียงเรียกเข้า การตั้งภาพพักหน้าจอ และเกม Snake II ทำให้เครื่องมือสื่อสารมีบุคลิกมากกว่าเครื่องรับสายธรรมดา มีรายงานยอดขาย Nokia 3310 ทั่วโลกมากกว่า 126 ล้านเครื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่คนจดจำมากที่สุด
ความสนุกอีกแบบเกิดจากข้อจำกัดของเทคโนโลยี ตอนนั้นข้อความ SMS มีจำนวนตัวอักษรจำกัด การพิมพ์ภาษาไทยทำได้ช้า หลายคนจึงใช้คำย่อ ตัดสระ หรือส่งข้อความสั้น ๆ ให้ได้ใจความ การโทรศัพท์หนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่าย จึงเกิดวัฒนธรรมโทรเข้าหนึ่งครั้งแล้ววางสายเพื่อส่งสัญญาณว่า ถึงบ้านแล้วนะ หรือช่วยโทรกลับหน่อย
เสียงเรียกเข้าก็เป็นสนามประกวดเล็ก ๆ ใครมีเสียงโนเกียแบบไหน ใครตั้งเพลงใหม่ได้ก่อน ใครแกะทำนองเองจนเพื่อนจำได้ เครื่องที่มีอินฟราเรดทำให้การส่งภาพหรือรายชื่อเบอร์โทรกลายเป็นกิจกรรมที่ต้องเอาโทรศัพท์สองเครื่องมาวางใกล้กัน ห้ามขยับ และภาวนาให้การส่งไฟล์สำเร็จ ส่วน Bluetooth ในเวลาต่อมาก็ทำให้การแบ่งปันเพลงกับภาพถ่ายเกิดขึ้นในห้องเรียน ร้านเกม และกลุ่มเพื่อน
รุ่นระดับสูงก็แสดงให้เห็นว่า Nokia ทดลองอนาคตอยู่ตลอด Nokia 7650 นำกล้องถ่ายรูปเข้ามาในโทรศัพท์ N-Gage พยายามพาเกมพกพามารวมกับมือถือ และ Nokia N95 รวมกล้อง GPS Wi-Fi 3G และเครื่องเล่นมัลติมีเดียไว้ในเครื่องเดียว สำหรับคนยุคนั้น N95 ให้ความรู้สึกเหมือนพกอุปกรณ์หลายชิ้นไว้ในกระเป๋าเดียว
แล้วอะไรทำให้ราชามือถือเสียตำแหน่ง
การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เกิดจาก Nokia ไม่มีนวัตกรรม บริษัทมี Nseries, N9, N8 และ 808 PureView ซึ่งหลายรุ่นล้ำมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ปัญหาอยู่ที่โลกมือถือเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่องเครื่อง ขนาด น้ำหนัก และแบตเตอรี่ ไปเป็นการแข่งขันเรื่องระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน หน้าจอสัมผัส บริการออนไลน์ และประสบการณ์ใช้งานแบบต่อเนื่อง
หลัง iPhone เปิดตัวในปี 2007 และ Android ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้เริ่มมองโทรศัพท์เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก การมีเว็บเบราว์เซอร์ที่ดี ร้านแอปที่มีนักพัฒนาเข้าร่วมจำนวนมาก และระบบอัปเดตที่ต่อเนื่องเริ่มมีน้ำหนักมากกว่าความอึดของตัวเครื่อง ระบบ Symbian เคยทำงานได้ดีในยุคปุ่มกด แต่การปรับให้เหมาะกับโลกหน้าจอสัมผัสและแอปสมัยใหม่ทำได้ช้ากว่าจังหวะตลาด
ปี 2011 Nokia เลือกจับมือกับ Microsoft และใช้ Windows Phone เป็นแกนหลักของสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia การตัดสินใจนี้มีข้อดีด้านการออกแบบและการเชื่อมกับบริการของ Microsoft แต่ตลาดแอปยังตามหลัง iOS และ Android ความลังเลของผู้ใช้จึงเพิ่มขึ้น นักพัฒนาไม่อยากลงทุนกับแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้เล็ก ขณะที่ผู้ใช้ก็ไม่อยากซื้อเครื่องที่มีแอปน้อย วงจรนี้ทำให้ Lumia ต้องทำงานหนักมากเพื่อไล่ตามคู่แข่ง
แรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อ Nokia ต้องรักษาธุรกิจโทรศัพท์รุ่นประหยัดจำนวนมหาศาลไปพร้อมกับสร้างสมาร์ทโฟนระดับสูง การจัดการผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ และกลยุทธ์จึงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้วิศวกรทำฮาร์ดแวร์ได้ยอดเยี่ยม แต่ถ้าระบบนิเวศไม่พอ ผู้ใช้ก็อาจเลือกเครื่องอื่นที่ตอบโจทย์ชีวิตออนไลน์มากกว่า
ดีล Microsoft และวันที่ชื่อ Nokia หายจากหน้าร้าน
เดือนกันยายน 2013 Microsoft ประกาศเข้าซื้อธุรกิจ Devices & Services ของ Nokia มูลค่ารวมตามข้อตกลง 5.44 พันล้านยูโร แบ่งเป็นเงินซื้อธุรกิจ 3.79 พันล้านยูโร และค่าสิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรกับบริการแผนที่ 1.65 พันล้านยูโร การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2014 ทีมงาน โรงงาน การออกแบบ และผลิตภัณฑ์มือถือจำนวนมากจึงย้ายไปอยู่ใต้ Microsoft Mobile
ช่วงเวลานั้น Microsoft ตั้งใจผลักดัน Windows Phone ให้เป็นคู่แข่งสำคัญ แต่ยอดขายไม่เติบโตตามเป้าหมาย ปี 2015 Microsoft ประกาศตัดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโทรศัพท์ และลดความทะเยอทะยานในการทำมือถือของตัวเอง ต่อมาในปี 2016 Microsoft ขายธุรกิจฟีเจอร์โฟนระดับเริ่มต้นให้ FIH Mobile และ HMD Global พร้อมเปิดทางให้ HMD ทำโทรศัพท์ภายใต้ชื่อ Nokia
จึงเกิดภาพที่หลายคนจำได้ว่า Nokia หายจากตลาด ทั้งที่ในความจริงชื่อบริษัทกับธุรกิจมือถือแยกทางกันแล้ว Nokia Corporation หันกลับมาเน้นอุปกรณ์เครือข่ายและสิทธิบัตร ส่วน HMD นำชื่อ Nokia กลับมาใช้กับโทรศัพท์รุ่นใหม่ รวมถึงการปลุกตำนาน 3310 รุ่นปรับปรุงในปี 2017
โนเกียในวันนี้ยังทำอะไร
ถ้าเห็นชื่อ Nokia ในข่าวธุรกิจเทคโนโลยีปัจจุบัน เนื้อหามักเกี่ยวกับสถานีฐาน 4G และ 5G เครือข่ายไฟเบอร์ อุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล ระบบสื่อสารขององค์กร เทคโนโลยีออปติคัล และสิทธิบัตรมาตรฐานสื่อสาร บริษัทมีลูกค้าหลักเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม รัฐบาล องค์กรขนาดใหญ่ และพันธมิตรทางเทคโนโลยี ไม่ได้พึ่งยอดขายโทรศัพท์มือถือหน้าร้านเป็นแกนหลักอีกแล้ว
ฝั่งโทรศัพท์ HMD ยังคงดูแลผลิตภัณฑ์ Nokia บางกลุ่ม โดยเฉพาะฟีเจอร์โฟนที่เน้นแบตเตอรี่นาน ปุ่มกด และการใช้งานพื้นฐาน เว็บไซต์ของ HMD ระบุชัดว่า HMD เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ใช้แบรนด์ Nokia สำหรับโทรศัพท์ ดังนั้น Nokia 3210 4G หรือรุ่นปุ่มกดอื่น ๆ จึงเป็นโทรศัพท์ของ HMD ที่ใช้ชื่อ Nokia ภายใต้ข้อตกลง ไม่ใช่การกลับมาทำมือถือแบบเดิมของ Nokia Corporation
ความสุขของยุคโนเกียที่สมาร์ทโฟนให้แทนได้ไม่หมด
สิ่งที่หลายคนคิดถึงไม่ใช่เพียงตัวเครื่อง แต่เป็นจังหวะชีวิตที่มากับมัน ตอนนั้นการนัดหมายต้องเผื่อเวลา เพราะไม่มีแผนที่สด ไม่มีแชตกลุ่มให้ถามว่าอยู่ตรงไหน การจำเบอร์โทรเป็นเรื่องธรรมดา รายชื่อในสมุดโทรศัพท์มีความหมาย และข้อความหนึ่งข้อความทำให้รอคอยได้ทั้งวัน
มือถือหนึ่งเครื่องทำหน้าที่ไม่กี่อย่าง แต่ทุกอย่างชัดเจน โทรออก รับสาย ส่ง SMS ตั้งปลุก เล่นเกม ฟังวิทยุ หรือถ่ายภาพหยาบ ๆ ความจำกัดทำให้การใช้มือถือมีพิธีกรรม ตั้งแต่ชาร์จแบตตอนกลางคืน เช็กเครดิตคงเหลือ เก็บสายชาร์จไว้ในลิ้นชัก ไปจนถึงเลือกเคสที่ไม่เหมือนใคร
ใครเกิดทันยุคนั้นน่าจะมีเรื่องเล่าคนละแบบ บางคนเคยทำเครื่องตกจากชั้นสองแล้วหยิบขึ้นมาใส่แบตต่อ บางคนเคยแข่งคะแนน Snake กับเพื่อน บางคนเคยรอ SMS จากคนที่ชอบ บางคนมี 6600, 7610, N70, N73 หรือ N95 เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ และบางคนจำได้ว่าการเปลี่ยนจากจอขาวดำเป็นจอสีทำให้รู้สึกเหมือนเทคโนโลยีกระโดดไปอีกโลกหนึ่ง
เรื่องของ Nokia จึงไม่ใช่แค่บริษัทหนึ่งล้มแล้วหายไป แต่เป็นภาพของตลาดที่เปลี่ยนกติกา จากยุคที่ความแข็งแรง แบตเตอรี่ และปุ่มกดเป็นหัวใจ ไปสู่ยุคที่ระบบนิเวศ ซอฟต์แวร์ แอป และบริการออนไลน์เป็นตัวตัดสิน Nokia ยังอยู่ เพียงย้ายจากหน้าจอในมือไปอยู่หลังเครือข่ายที่เชื่อมต่อโลก
ส่วนความทรงจำของเสียงเรียกเข้า เกมงู หน้ากากสีส้ม ปุ่มกดแข็งแรง และการส่งอินฟราเรดให้เพื่อน ยังคงอยู่ในแบบที่เทคโนโลยีรุ่นใหม่ลอกเลียนได้ยาก เพราะมันผูกกับช่วงเวลาที่มือถือเพิ่งเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และทุกฟังก์ชันเล็ก ๆ ยังสร้างความว้าวได้จริง ใครเคยใช้ Nokia รุ่นไหน หรือมีวีรกรรมกับมือถือยุคนั้น ลองเล่าไว้ต่อได้เลย รุ่นไหนทำให้จำได้ไม่ลืมที่สุด
https://news.microsoft.com/source/2013/09/03/microsoft-to-acquire-nokias-devices-services-business-license-nokias-patents-and-mapping-services/
https://news.microsoft.com/europe/2014/04/25/microsoft-officially-welcomes-the-nokia-devices-and-services-business/
https://news.microsoft.com/source/2016/05/18/microsoft-selling-feature-phone-business-to-fih-mobile-ltd-and-hmd-global-oy/
https://www.nokia.com/about-us/investors/results-reports/annual-report/
https://www.hmd.com/en_int
https://www.silicon.co.uk/mobility/smartphones/nokia-3310-history-205762
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
หวยลาววันนี้ 18 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด็ดจากกระแส Facebook TikTok และ YouTube เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์










