หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนมีบัตรประชาชน คนไทยใช้สิ่งใดยืนยันตัวตน

เขียนโดย thoughtloop

 

ทุกวันนี้ถ้ามีใครถามว่า “เป็นใคร” วิธีตอบที่ง่ายที่สุดอาจเป็นการหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋า บัตรใบเล็ก ๆ ใบเดียวมีชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด รูปถ่าย และเลขประจำตัวประชาชน ทำให้การพิสูจน์ว่าเราเป็นใครกลายเป็นเรื่องที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนเป็นครั้งแรก เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแบบทุกวันนี้

 

คำถามจึงน่าสนใจว่า ถ้ายังไม่มีบัตรประชาชน แล้วคนไทยสมัยก่อนใช้สิ่งใดยืนยันว่า “ตัวเองคือใคร”?

คำตอบคือไม่ได้มีเอกสารเพียงชนิดเดียว

ในสังคมไทยสมัยก่อน การระบุตัวบุคคลอาศัยหลายอย่างประกอบกัน ทั้งชื่อ ครอบครัว บ้านเกิด ชุมชน สังกัด เอกสารราชการ และคนที่รู้จักหรือรับรองตัวบุคคลนั้น

พูดง่าย ๆ คือ ตัวตนของคนคนหนึ่งไม่ได้ถูกเก็บอยู่ในบัตรใบเดียวเหมือนทุกวันนี้

ในสมัยที่ยังมีระบบไพร่ รัฐยังมีวิธีระบุและควบคุมผู้คนในระบบการปกครองของตนเอง เช่น การสักเลก ซึ่งเป็นการทำเครื่องหมายบนร่างกายของชายที่อยู่ในระบบไพร่เพื่อแสดงสังกัด การสักจึงมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารกำลังคนของรัฐ ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงามหรือความเชื่อส่วนตัวอย่างที่การสักในปัจจุบันมักเป็น

เมื่อสังคมและระบบราชการเปลี่ยนไป วิธีจัดการข้อมูลประชากรก็เริ่มเปลี่ยนตาม การปฏิรูปการปกครองในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ทำให้รัฐมีความจำเป็นต้องรู้จักประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบมากขึ้น จึงมีการจัดทำบัญชีและทะเบียนในงานปกครองหลายรูปแบบ

แต่จุดที่มีหลักฐานชัดเจนและเกี่ยวข้องกับการ “ยืนยันตัวบุคคล” โดยตรง เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2457

ในปีนั้นมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของกรมการอำเภอเอาไว้หลายอย่าง รวมถึงการจัดทำบัญชีสำมะโนครัวและทะเบียนต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อราชการ และที่น่าสนใจมากคือ กฎหมายฉบับนี้ยังกล่าวถึง “หนังสือเดินทางสำหรับราษฎร” ด้วย

หนังสือเดินทางในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพาสปอร์ตสำหรับบินไปต่างประเทศแบบที่เราใช้ในปัจจุบัน แต่เป็นเอกสารที่ใช้กับราษฎรที่ต้องเดินทางไปค้าขายในท้องที่อื่น

นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า ก่อนมีบัตรประชาชน รัฐไทยก็มีเอกสารที่ใช้รับรองตัวบุคคลอยู่แล้ว

คนที่เดินทางจึงไม่ได้มีเพียงชื่อบอกว่าเป็นใคร แต่มีเอกสารจากทางราชการช่วยยืนยันตัวตนและสถานะของตนเองด้วย

ถ้ามองจากชีวิตคนในยุคนั้น เรื่องนี้สมเหตุสมผลมาก

ลองนึกภาพพ่อค้าคนหนึ่งเดินทางออกจากบ้านไปค้าขายต่างเมือง ในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีฐานข้อมูลออนไลน์ และไม่มีเลขประจำตัวประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค้นหา หากเกิดข้อสงสัยว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน หรือมีสถานะอย่างไร การมีเอกสารจากทางราชการจึงมีประโยชน์อย่างมาก

แต่ก็ต้องระวังไม่เข้าใจผิดว่า หนังสือเดินทาง พ.ศ. 2457 คือบัตรประชาชนรุ่นแรกโดยตรง

มันยังไม่ใช่บัตรประชาชนในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐเริ่มมีระบบเอกสารสำหรับรับรองตัวบุคคลก่อนที่จะมีกฎหมายบัตรประชาชนโดยเฉพาะ

หลังจากนั้นระบบการบันทึกข้อมูลคนก็พัฒนาต่อไป

ข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียนระบุว่า การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรในรูปแบบเอกสารที่เรียกว่า สำเนาทะเบียนบ้าน เริ่มจัดเก็บอย่างเป็นระบบตั้งแต่ พ.ศ. 2499 โดยบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับบ้านและบุคคลที่อาศัยอยู่ เช่น ชื่อสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ และข้อมูลบิดามารดา

ตรงนี้ทำให้เห็นว่าระบบการรู้ว่า “ใครอยู่ที่ไหน” กับระบบ “บัตรประชาชน” เป็นคนละเรื่องกัน

ทะเบียนบ้านทำหน้าที่บันทึกความสัมพันธ์ระหว่าง คนกับบ้านและครอบครัว

ส่วนบัตรประชาชนทำหน้าที่ระบุ ตัวบุคคล

และประเทศไทยเพิ่งมีกฎหมายเฉพาะสำหรับบัตรประจำตัวประชาชนใน พ.ศ. 2486

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พุทธศักราช 2486 ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่กำหนดให้มีบัตรประจำตัวประชาชนโดยเฉพาะในประเทศไทย โดยในช่วงแรกบังคับใช้เฉพาะราษฎรในจังหวัดพระนครและธนบุรี ก่อนที่จะมีการขยายระบบในเวลาต่อมา

และบัตรประชาชนรุ่นแรกก็ไม่ได้หน้าตาเหมือนบัตรพลาสติกในกระเป๋าสตางค์ของเราทุกวันนี้

มันมีลักษณะเป็นเอกสารที่ พับเป็น 4 ตอน มีทั้งหมด 8 หน้า ภายในมีข้อมูลค่อนข้างละเอียด ทั้งชื่อ วันเดือนปีเกิด อายุ รูปถ่าย ลายมือ ชื่อบิดามารดา ชื่อคู่สมรส สถานที่เกิด ที่อยู่ อาชีพ รวมถึงรายละเอียดรูปพรรณและตำหนิแผลเป็นบางอย่าง

ลองนึกภาพบัตรประชาชนรุ่นแรกแล้วจะเห็นเลยว่า แนวคิดของมันแตกต่างจากบัตรยุคนี้พอสมควร

มันไม่ได้เป็นเพียงบัตรใบเล็ก ๆ สำหรับเสียบกระเป๋าสตางค์

แต่เป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของบัตรไว้จำนวนมาก เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือบุคคลเดียวกับที่ระบุไว้ในเอกสารจริงหรือไม่

ส่วนเรื่อง เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ก็เป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้ติดตัวมากับบัตรประชาชนรุ่นแรกตั้งแต่ต้น สำนักบริหารการทะเบียนระบุว่าการจัดทำเลขประจำตัวประชาชนและการคัดลอกทะเบียนบ้านเข้าสู่ระบบเลขประจำตัวเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อมา ก่อนจะพัฒนาไปสู่ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรในระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อมองย้อนกลับไปจึงเห็นเส้นทางที่น่าสนใจ

จากเดิมที่รัฐรู้จักคนผ่าน ชื่อ บ้าน ครอบครัว และสังกัด

ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ บัญชีสำมะโนครัวและทะเบียน

จากนั้นมี หนังสือเดินทางสำหรับราษฎร ที่ใช้รับรองบุคคลในบางกรณี

จนกระทั่งมี บัตรประจำตัวประชาชนโดยเฉพาะใน พ.ศ. 2486

และพัฒนาต่อมาเป็นระบบทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเลขประจำตัวประชาชนอย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน

เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า “ก่อนมีบัตรประชาชน คนไทยใช้อะไรยืนยันตัวตน?”

คำตอบที่ถูกต้องกว่าการบอกว่า “ใช้สิ่งนั้นสิ่งเดียว” คือ

ขึ้นอยู่กับยุคและสถานการณ์

ในอดีตอาจใช้สถานะและสังกัดที่รัฐรับรู้ ใช้บัญชีและทะเบียน ใช้เอกสารราชการอย่างหนังสือเดินทางสำหรับราษฎรในกรณีที่กำหนด และอาศัยคนในชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ช่วยรับรองตัวบุคคล

โลกในเวลานั้นไม่มีเลข 13 หลักให้กรอกลงแบบฟอร์ม

ไม่มีฐานข้อมูลกลางที่พิมพ์ชื่อแล้วข้อมูลปรากฏขึ้นทันที

และไม่มีบัตรใบเดียวที่รวมเรื่องราวของคนคนหนึ่งเอาไว้เกือบทั้งหมด

ตัวตนของคนจึงกระจายอยู่ในหลายสิ่ง

อยู่ในชื่อ

อยู่ในบ้าน

อยู่ในครอบครัว

อยู่ในชุมชน

อยู่ในทะเบียน

และบางครั้งก็อยู่ในคำรับรองของคนที่รู้จักกัน

จากนั้นรัฐค่อย ๆ นำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดระบบให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น จนในที่สุดตัวตนของคนไทยก็ถูกย่อมาอยู่ในบัตรใบเล็ก ๆ ใบหนึ่ง

วันนี้เราอาจใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวเพื่อบอกว่า

“นี่คือฉัน”

แต่ก่อนหน้านั้น การตอบคำถามเดียวกันอาจต้องใช้ทั้งเอกสาร สถานที่ ครอบครัว และผู้คนรอบตัวช่วยกันยืนยัน

จากโลกที่ คนรู้จักคน

ค่อย ๆ กลายเป็นโลกที่ ระบบรู้จักคนผ่านข้อมูล

และบัตรประชาชนก็คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางครั้งนั้น

หอสมุดรัฐสภา , สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 104 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/9/69เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่