เปิด 7 ประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร?
7 ประเทศในอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด
หากพูดถึง “ทองคำสำรองของประเทศ” หมายถึงทองคำที่ธนาคารกลางหรือหน่วยงานทางการถือครองเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ไม่รวมทองคำที่ประชาชนถือครอง ทองคำของบริษัทเอกชน หรือทองคำที่ยังอยู่ใต้ดิน โดย World Gold Council (WGC) รวบรวมข้อมูลจาก IMF International Financial Statistics รวมถึงธนาคารกลางและแหล่งข้อมูลทางการอื่น ๆ และรายงานปริมาณเป็นตัน ทั้งนี้ฐานข้อมูลล่าสุดของ WGC เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 และชุดข้อมูลหลักระบุข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026
1. ไทย
— ประมาณ 234.5 ตัน ประเทศไทยเป็นประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองอย่างเป็นทางการมากที่สุดในกลุ่มนี้ โดยมีทองคำประมาณ 234.5 ตัน การถือทองคำในระดับสูงทำให้ไทยโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และทองคำมีบทบาทเป็นสินทรัพย์หนึ่งในทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์ประเภทเงินตราต่างประเทศเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้หมายถึงทองคำของภาครัฐที่นับเป็นทุนสำรอง ไม่ใช่ทองคำทั้งหมดที่อยู่ในประเทศไทย เพราะทองคำที่ประชาชนและธุรกิจถือครองไม่ได้รวมอยู่ในสถิตินี้
2. สิงคโปร์
— 197 ตัน สิงคโปร์อยู่ในอันดับสองของอาเซียน และเป็นกรณีที่น่าสนใจอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดประเทศ เพราะมีทองคำสำรองในระดับสูงถึง 197 ตัน World Gold Council รายงานว่า Monetary Authority of Singapore ซื้อทองคำเพิ่มอีก 4 ตันในเดือนพฤษภาคม 2026 ส่งผลให้ยอดทองคำสำรองของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 197 ตัน การซื้อดังกล่าวยังสะท้อนแนวโน้มการให้ความสำคัญกับทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรอง โดยสิงคโปร์กำลังพัฒนาบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและการจัดเก็บทองคำในภูมิภาคเอเชียด้วย
3. ฟิลิปปินส์
— ประมาณ 129.8 ตัน ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับสามของอาเซียน โดยมีทองคำสำรองทางการประมาณ 129.8 ตัน ทองคำส่วนนี้อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศของ Bangko Sentral ng Pilipinas หรือธนาคารกลางฟิลิปปินส์ และต้องแยกออกจากทองคำที่ประเทศผลิตได้จากอุตสาหกรรมเหมือง เพราะการเป็นประเทศผู้ผลิตทองคำไม่ได้หมายความว่าทองคำทั้งหมดจะถูกนำมาเก็บเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางโดยอัตโนมัติ การจัดอันดับจึงควรใช้ตัวเลข Official Gold Reserves เป็นหลักเพื่อให้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง
4. อินโดนีเซีย
— ประมาณ 78.5 ตัน อินโดนีเซียมีทองคำสำรองทางการประมาณ 78.5 ตัน อยู่ในอันดับสี่ของภูมิภาค แม้ปริมาณจะต่ำกว่าสามประเทศแรก แต่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำของเอเชียทั้งในด้านการผลิตและการบริโภค นอกจากนี้ World Gold Council ยังรายงานว่า Bank Indonesia ซื้อทองคำเพิ่มประมาณ 2 ตันในไตรมาสแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียยังคงใช้ทองคำเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับบริหารและกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศ
5. กัมพูชา
— ประมาณ 57 ตัน กัมพูชาเป็นประเทศที่น่าสนใจ เพราะทองคำสำรองทางการอยู่ในระดับประมาณ 57 ตัน และสูงกว่ามาเลเซียในชุดข้อมูลที่ใช้จัดอันดับนี้ World Gold Council รายงานว่า National Bank of Cambodia ซื้อทองคำเพิ่มอีกประมาณ 2 ตันในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกลางกัมพูชามีการเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีขนาดเศรษฐกิจและประชากรน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียนก็ตาม
6. มาเลเซีย
ประมาณ 38.9 ตัน มาเลเซียมีทองคำสำรองทางการประมาณ 38.9 ตัน และอยู่ในอันดับหกของอาเซียน อย่างไรก็ตาม มาเลเซียเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในช่วงล่าสุด โดย World Gold Council ระบุว่า Bank Negara Malaysia ซื้อทองคำเพิ่มประมาณ 5 ตันในไตรมาสแรกของปี 2026 ทำให้มาเลเซียเป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่มีการซื้อทองคำอย่างเห็นได้ชัดในช่วงดังกล่าว ดังนั้นอันดับและปริมาณอาจเปลี่ยนแปลงได้ในการอัปเดตครั้งต่อไปหากมีการซื้อเพิ่มเติม
7. เมียนมา
ประมาณ 7.3 ตัน เมียนมาอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองทางการในระดับหลายตัน โดยตัวเลขที่ใช้ในการจัดอันดับอยู่ที่ประมาณ 7.3 ตัน ซึ่งต่ำกว่าหกประเทศแรกอย่างมาก จุดสำคัญคือควรแยกทองคำสำรองของธนาคารกลางออกจากทองคำที่มีอยู่ในภาคเหมืองหรือทองคำที่ประชาชนถือครอง เพราะข้อมูลทั้งสองประเภทมีวัตถุประสงค์และนิยามแตกต่างกัน และการจัดอันดับประเทศด้วย Official Gold Reserves จำเป็นต้องยึดข้อมูลของธนาคารกลางและ IMF เป็นหลัก
จากข้อมูลทองคำสำรองอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดย World Gold Council สามารถเรียง 7 ประเทศในอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ได้เป็น ไทยประมาณ 234.5 ตัน, สิงคโปร์ 197 ตัน, ฟิลิปปินส์ประมาณ 129.8 ตัน, อินโดนีเซียประมาณ 78.5 ตัน, กัมพูชาประมาณ 57 ตัน, มาเลเซียประมาณ 38.9 ตัน และเมียนมาประมาณ 7.3 ตัน โดยตัวเลขควรถือเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ใช่ตัวเลขถาวร เนื่องจากธนาคารกลางสามารถซื้อหรือขายทองคำได้ และข้อมูลของบางประเทศอาจรายงานล่าช้ากว่าประเทศอื่น World Gold Council ระบุว่าฐานข้อมูลของตนใช้ข้อมูลจาก IMF, ธนาคารกลาง และแหล่งข้อมูลทางการอื่น ๆ เพื่อจัดทำสถิติทองคำสำรองของประเทศต่าง ๆ
ทองคำยังมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารทุนสำรองของธนาคารกลาง เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัย สภาพคล่อง และการกระจายความเสี่ยง World Gold Council ระบุว่าในการสำรวจปี 2026 มีธนาคารกลาง 89% ที่คาดว่าทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และ 45% คาดว่าสถาบันของตนเองจะเพิ่มทองคำสำรอง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจ สะท้อนว่าทองคำยังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์สำหรับการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ
หมายเหตุ:
“ทองคำสำรอง” หมายถึง Official Gold Reserves ของภาครัฐ/ธนาคารกลาง ไม่รวมทองคำที่ประชาชน ร้านทอง บริษัทเอกชน หรือเหมืองแร่ถือครอง ดังนั้นตัวเลขนี้จึงไม่ใช่ปริมาณทองคำทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศ และราคาทองคำที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ทำให้ “จำนวนตัน” ที่ธนาคารกลางถืออยู่เปลี่ยนโดยตรง
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970s
ทึ่งทั่วไทย : “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ความมหัศจรรย์กลางทะเลชุมพร
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เกาหลีใต้เจอฝนหนัก เกอเจ–ทงยองอ่วม อพยพประชาชนเกือบ 400 คน
เห็ดเยื่อไผ่ (Veiled Lady Mushroom) เห็ดที่เหมือนกับราชินีแห่งเห็ดป่าและความงามจากธรรมชาติ
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เคยเรียกกันเล่นๆ ว่า “พี่น้อง” เกือบ 30 ปีต่อมา DNA ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ทะเลสาบเนตรอน" (Lake Natron) ประเทศแทนซาเนีย ทะเลสาบสีเลือดแสนแฟตาซี แถมมีวิวทิวทัศน์คล้ายกับเหมือนอยู่บนดาวดวงอื่น
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
ทึ่งทั่วไทย : “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ความมหัศจรรย์กลางทะเลชุมพร







