“ลิงเกลาดา” หรือ “Bleeding-heart monkey” ที่แปลว่า “ลิงหัวใจที่กำลังตกเลือด” ลิงที่มีสีสันแปลกตา
หากมีลิงชนิดไหนที่เพียงเห็นครั้งแรกก็จำได้ทันที หนึ่งในนั้นคงต้องมีชื่อของ “ลิงเกลาดา” หรือ Gelada ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน เพราะเจ้าลิงขนฟูจากที่ราบสูงเอธิโอเปียชนิดนี้มีรูปลักษณ์โดดเด่นชนิดที่แทบไม่เหมือนใคร ทั้งใบหน้าสีเข้ม แผงขนยาวฟูรอบลำตัว เขี้ยวคู่ใหญ่ที่ดูราวกับแวมไพร์ และที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ปื้นผิวหนังสีแดงสดกลางหน้าอก ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหยดเลือดหรือนาฬิกาทราย จนทำให้มันมีชื่อเล่นในภาษาอังกฤษว่า “Bleeding-heart monkey” หรือ “ลิงหัวใจที่กำลังตกเลือด” นั่นเอง
แม้หลายคนจะเรียกมันว่า “บาบูนเกลาดา” แต่ความจริงแล้วเกลาดาไม่ใช่บาบูนแท้ ๆ มันเป็นลิงโลกเก่าชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Theropithecus gelada และเป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในสกุล Theropithecus ปัจจุบันลิงชนิดนี้พบตามธรรมชาติในประเทศเอธิโอเปีย โดยเฉพาะพื้นที่สูงและทุ่งหญ้าบนภูเขา ซึ่งเป็นโลกที่เต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ลมหนาว และภูมิประเทศที่ดูราวกับฉากภาพยนตร์แฟนตาซี
ถิ่นอาศัยของมันก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย ลิงเกลาดาสามารถพบได้ในพื้นที่สูงประมาณ 1,800–4,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บริเวณทุ่งหญ้าแบบ Afro-alpine ของเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ทั้งเย็น ลมแรง และบางช่วงอาจมีน้ำค้างแข็งหรือพายุลูกเห็บ แต่ลิงเกลาดากลับปรับตัวเข้ากับโลกบนภูเขาเหล่านี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ภาพที่น่าจดจำที่สุดของเกลาดาจึงมักเป็นภาพฝูงลิงจำนวนมากนั่งกระจายกันอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยมีหน้าผาลึกของเทือกเขาเอธิโอเปียเป็นฉากหลัง
และหากมองพวกมันนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนพื้นนาน ๆ เราอาจสังเกตเห็นสิ่งแปลกอย่างหนึ่ง
พวกมันกำลัง...กินหญ้า
ใช่แล้ว ลิงที่มีเขี้ยวใหญ่จนน่าจะเป็นนักล่าผู้ดุร้าย กลับใช้เวลาส่วนมากของวันนั่งเด็ดใบหญ้ากินอย่างสงบ
เกลาดาเป็นไพรเมตที่มีความพิเศษอย่างยิ่งในเรื่องอาหาร เพราะเป็น ไพรเมตเพียงชนิดเดียวในปัจจุบันที่ดำรงชีวิตแบบกินหญ้าเป็นหลักอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า graminivorous primate ในบางพื้นที่หญ้าสามารถคิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของอาหาร โดยพวกมันกินทั้งใบหญ้าและเมล็ด เมื่อเมล็ดหญ้ามีมากก็จะเลือกกินเมล็ดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังสามารถกินราก เหง้า ดอกไม้ สมุนไพร และพืชชนิดอื่นตามฤดูกาลได้บ้าง
นี่ทำให้พฤติกรรมของเกลาดาดูคล้ายสัตว์กินหญ้าอย่างม้าหรือม้าลายมากกว่าลิงเสียอีก
ในตอนเช้า ฝูงเกลาดาจะออกจากหน้าผาซึ่งใช้เป็นที่นอน แล้วขึ้นมายังพื้นที่ราบด้านบน ก่อนจะค่อย ๆ กระจายตัวออกไปตามทุ่ง สมาชิกแต่ละตัวจะนั่งยอง ๆ ใช้นิ้วมือที่คล่องแคล่วเด็ดหญ้าและเมล็ดเข้าปากอย่างต่อเนื่อง บางครั้งจึงเกิดภาพฝูงลิงหลายสิบหรือหลายร้อยตัวก้มหน้ากินหญ้าพร้อมกัน คล้ายกับฝูงแกะขนสีน้ำตาลขนาดใหญ่บนภูเขา
แต่เบื้องหลังภาพสงบ ๆ นั้น เกลาดามีสังคมที่ซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง
หน่วยพื้นฐานของสังคมมักเป็น หน่วยสืบพันธุ์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเมียหลายตัว ลูก ๆ และตัวผู้หนึ่งหรือหลายตัว ขณะที่ตัวผู้บางส่วนรวมกันเป็นกลุ่มชายล้วน หน่วยเหล่านี้สามารถรวมตัวกันเป็นระดับที่ใหญ่ขึ้น เช่น band และ herd จนในบางสถานการณ์เกิดการชุมนุมของลิงจำนวนมากบนทุ่งหญ้าเดียวกันได้ สังคมของพวกมันจึงไม่ใช่แค่ “ฝูงลิงหนึ่งฝูง” แบบง่าย ๆ แต่คล้ายชุมชนขนาดใหญ่ที่มีครอบครัวย่อยจำนวนมากซ้อนอยู่ภายใน
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตัวเมียมีบทบาทสำคัญในสังคมมาก
ตัวเมียที่อยู่ในหน่วยเดียวกันมักเป็นญาติกันและสร้างสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นผ่านการเล็มขนและการเข้าสังคม หากมีตัวผู้ตัวใหม่เข้ามาพยายามยึดหน่วย ตัวเมียสามารถมีบทบาทว่าจะสนับสนุนหรือขัดขวางตัวผู้นั้นได้ด้วย ดังนั้นภาพของ “จ่าฝูงตัวผู้ผู้ควบคุมทุกสิ่ง” จึงไม่ตรงกับสังคมเกลาดาเสียทีเดียว
อีกหนึ่งความสามารถที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลงใหลคือ การสื่อสาร
เกลาดามีเสียงร้องหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่เสียงสำหรับรักษาการติดต่อในฝูง เสียงปลอบประโลม เสียงแสดงการยอมแพ้ เสียงเตือนภัย ไปจนถึงเสียงที่ใช้ในบริบททางสังคมประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้สีหน้าและท่าทางประกอบการสื่อสารด้วย นักวิจัยจึงมักยกเกลาดาเป็นหนึ่งในไพรเมตที่มีระบบเสียงร้องซับซ้อนอย่างโดดเด่น
หากได้ยืนอยู่ใกล้ฝูงเกลาดา เราจึงอาจไม่ได้ยินเพียงเสียงร้องแหลม ๆ แบบที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงลิง แต่จะได้ยินเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กหลากหลายจังหวะราวกับกำลังเดินผ่านตลาดเล็ก ๆ บนภูเขา
ส่วนหน้าตาอันน่าเกรงขามนั้นก็มีรายละเอียดน่าสนใจไม่แพ้กัน
เกลาดามีใบหน้าสีเข้มและแทบไม่มีขนบริเวณหน้า ดวงตามีเปลือกตาสีอ่อนจนทำให้สายตาดูโดดเด่น ส่วนตัวผู้โตเต็มวัยจะมีขนยาวฟูบริเวณศีรษะ ไหล่ และหลัง จนคล้ายกำลังสวมเสื้อคลุมหรือแผงคอของสิงโต ยิ่งเมื่อมันยืนหันหน้าเข้าหากล้อง ภาพลักษณ์จึงดูสง่างามและน่าเกรงขามไม่น้อย
และแน่นอน สิ่งที่เด่นที่สุดคือ ปื้นสีแดงกลางอก
ทั้งตัวผู้และตัวเมียต่างมีบริเวณผิวหนังไร้ขนบนหน้าอก แต่ในตัวผู้โตเต็มวัยปื้นสีแดงมักเห็นเด่นชัดมาก มีรูปทรงคล้ายกับนาฬิกาทรายหรือหัวใจแหลม ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “bleeding-heart” ส่วนในตัวเมีย สีและลักษณะของบริเวณดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงตามสภาวะการสืบพันธุ์ได้ด้วย
ถ้าเห็นตัวผู้กำลังอ้าปากโชว์เขี้ยว ความน่ารักอาจหายไปในทันที
เขี้ยวของเกลาดาตัวผู้มีขนาดใหญ่และคมมาก แต่ไม่ได้มีไว้สำหรับฉีกกินเนื้อเป็นอาหารหลัก เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว อาหารส่วนใหญ่ของมันคือพืช เขี้ยวจึงมีบทบาทสำคัญในการแสดงข่มขู่และต่อสู้ระหว่างตัวผู้ โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องสถานะและการครอบครองหน่วยสืบพันธุ์
บางครั้งเพียงแค่ยกริมฝีปากขึ้น โชว์เหงือกและเขี้ยวคู่ยาว ก็เพียงพอที่จะส่งสัญญาณว่า
“อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้นะ!”
ถึงกลางวันจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนพื้น แต่เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก โลกของเกลาดาก็เปลี่ยนไป
พวกมันจะเคลื่อนตัวกลับไปยังหน้าผาและเลือกพักค้างคืนตามชะง่อนหรือขอบผาที่เข้าถึงยาก หน้าผาเหล่านี้เปรียบเสมือน “โรงแรมธรรมชาติบนตึกสูง” เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากสัตว์นักล่าบนพื้น เมื่อรุ่งเช้าจึงค่อยปีนกลับขึ้นมาบนที่ราบเพื่อกินหญ้าและเข้าสังคมอีกครั้ง
ชีวิตของเกลาดาจึงผูกพันกับหน้าผาและทุ่งหญ้าอย่างแยกไม่ออก
หน้าผาคือที่หลบภัย
ส่วนทุ่งหญ้าคือโต๊ะอาหารขนาดมหึมา
และบริเวณที่สูงของเอธิโอเปียก็คือโลกทั้งใบของพวกมัน
ในเชิงวิวัฒนาการ เรื่องราวของเกลาดายิ่งน่าสนใจ เพราะปัจจุบัน Theropithecus gelada เป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวของสกุล Theropithecus ที่ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ญาติของมันในอดีตเคยมีการกระจายตัวกว้างขวางกว่ามาก ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและกาลเวลา เหลือเพียงเกลาดาบนภูเขาเอธิโอเปียเป็นตัวแทนของสายวิวัฒนาการเก่าแก่สายหนึ่งมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเรามองฝูงเกลาดานั่งกินหญ้าอยู่ริมหน้าผา สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เพียง “ลิงหน้าตาแปลกชนิดหนึ่ง”
แต่มันคือผู้รอดชีวิตจากประวัติศาสตร์วิวัฒนาการอันยาวนาน
เป็นลิงที่เปลี่ยนทุ่งหญ้าบนภูเขาให้กลายเป็นบ้าน
เป็นสัตว์ที่มีเขี้ยวเหมือนนักล่า แต่ใช้เวลาทั้งวันกินต้นหญ้า
เป็นไพรเมตที่มีเสียงสนทนามากมายจนสังคมบนภูเขาดูเหมือนไม่เคยเงียบ
และเป็นเจ้าของสัญลักษณ์รูปหัวใจสีแดงกลางหน้าอก ที่ทำให้ไม่มีใครลืมมันได้ง่าย ๆ
ลิงเกลาดาจึงเป็นหนึ่งในสัตว์ที่แสดงให้เห็นอย่างงดงามว่า วิวัฒนาการไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งมีชีวิตให้เหมือนใคร ธรรมชาติสามารถสร้างลิงที่กินหญ้าเหมือนม้าลาย นอนบนหน้าผาเหมือนนักปีนเขา มีแผงขนราวสิงโต และสวม “หัวใจสีแดง” เอาไว้กลางอกได้ในสัตว์เพียงชนิดเดียว
และถ้าวันหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปยังเทือกเขาสูงของเอธิโอเปีย แล้วเห็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยฝูงลิงขนฟูนั่งก้มหน้ากินหญ้าอยู่เงียบ ๆ อย่าเพิ่งตกใจ
เพราะนั่นอาจเป็นการพบกับหนึ่งในไพรเมตที่ประหลาดและน่าหลงใหลที่สุดบนโลก — ลิงเกลาดา ผู้ครองทุ่งหญ้าบนหลังคาแห่งเอธิโอเปีย
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970s
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
เกาหลีใต้เจอฝนหนัก เกอเจ–ทงยองอ่วม อพยพประชาชนเกือบ 400 คน
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ทึ่งทั่วไทย : “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ความมหัศจรรย์กลางทะเลชุมพร
เห็ดเยื่อไผ่ (Veiled Lady Mushroom) เห็ดที่เหมือนกับราชินีแห่งเห็ดป่าและความงามจากธรรมชาติ
อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไร
เคยเรียกกันเล่นๆ ว่า “พี่น้อง” เกือบ 30 ปีต่อมา DNA ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
ทึ่งทั่วไทย : “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ความมหัศจรรย์กลางทะเลชุมพร
เมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970s





