หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วไทย : “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ความมหัศจรรย์กลางทะเลชุมพร

เขียนโดย dukedick

 

กลางผืนน้ำสีครามของทะเลชุมพร มีเกาะหินปูนแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางคลื่นลม ดูภายนอกอาจเป็นเพียงเกาะหินธรรมดาที่ถูกทะเลและกาลเวลากัดเซาะมานานนับพันนับหมื่นปี แต่เมื่อเรือนักท่องเที่ยวค่อย ๆ แล่นอ้อมไปยังอีกด้านของเกาะ ภาพหนึ่งจะปรากฏขึ้นบนหน้าผาอย่างน่าประหลาดใจ

มันดูคล้ายกับ “ฝ่ามือขวาขนาดมหึมา” ที่กำลังประทับอยู่บนผาหิน

ชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่เรียกสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้ว่า “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” หรือ “หัตถ์พระพุทธเจ้า” หนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เกาะง่ามใหญ่ จังหวัดชุมพร และเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งตารอชมเมื่อเดินทางออกมาท่องทะเลบริเวณหมู่เกาะชุมพร

 

ความน่าทึ่งของหน้าผาแห่งนี้อยู่ที่รูปร่างซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บริเวณผาหินมีสีออกเหลืองนวลตัดกับหินสีเทาเข้มโดยรอบ และมีแนวรอยแตกยาวหลายแนวเรียงตัวลงมาจากด้านบน เมื่อมองจากทะเลในมุมที่เหมาะสม รอยเหล่านั้นจะดูคล้ายนิ้วมือที่เรียงอยู่ติดกัน ขณะที่ก้อนหินอีกส่วนหนึ่งยื่นออกทางด้านข้างในตำแหน่งที่พอเหมาะพอดีจนชวนให้นึกถึงนิ้วโป้ง

ผลลัพธ์คือภาพของ “ฝ่ามือ” ขนาดมหึมาที่ดูเหมือนมีใครนำมือไปประทับไว้บนหน้าผา

และยิ่งมองจากระยะไกลเท่าไร ความคล้ายก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่าในทางธรรมชาติ หน้าผารูปฝ่ามือนี้ไม่ได้เกิดจากรอยประทับของมือมนุษย์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นผลจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ยาวนาน ทั้งรอยแตกตามธรรมชาติของชั้นหิน การผุพัง รวมถึงการกัดเซาะจากฝน ลม และสภาพแวดล้อมริมทะเล เมื่อกระบวนการเหล่านั้นดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน หินบางส่วนจึงค่อย ๆ ถูกแกะสลักโดยธรรมชาติจนเกิดรูปร่างที่สายตาของมนุษย์มองเห็นเป็นสิ่งที่คุ้นเคย

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่เรียกว่า pareidolia หรือการที่สมองของเรามองเห็นรูปร่างที่คุ้นเคย เช่น ใบหน้า คน หรือสัตว์ อยู่ในก้อนเมฆ หน้าผา และสิ่งต่าง ๆ ตามธรรมชาติ

แต่สำหรับชาวประมงที่ใช้ชีวิตอยู่กับทะเลชุมพรมาหลายชั่วอายุคน หน้าผาแห่งนี้มีความหมายมากกว่าความบังเอิญของรูปร่าง

เรื่องเล่าในท้องถิ่นกล่าวถึง “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ในฐานะสิ่งที่ชาวเรือให้ความเคารพและเชื่อมโยงกับความเป็นสิริมงคล โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นเสมือนสิ่งคุ้มครองผู้ที่ออกเดินเรือให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยจากคลื่นลมและอันตรายในทะเล เรื่องราวดังกล่าวจึงค่อย ๆ ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนประมง และทำให้รูปฝ่ามือบนหน้าผากลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเกาะง่ามใหญ่

ยิ่งน่าสนใจไปกว่านั้นคือ เมื่ออ้อมไปอีกฟากหนึ่งของเกาะ นักท่องเที่ยวยังสามารถพบกับก้อนหินรูปร่างโดดเด่นอีกแห่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หินเจดีย์” เพราะรูปร่างของยอดหินตั้งสูงขึ้นจากทะเลคล้ายกับองค์เจดีย์

เมื่อ “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” และ “หินเจดีย์” ปรากฏอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงยิ่งทำให้เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นสิริมงคลของเกาะง่ามใหญ่ถูกกล่าวขานต่อกันมา และกลายเป็นเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความมหัศจรรย์ของธรรมชาติกับความเชื่อของผู้คนริมทะเลได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นของเกาะง่ามใหญ่ไม่ได้มีเพียงหน้าผารูปฝ่ามือเท่านั้น

 

ใต้ผืนน้ำรอบเกาะยังซ่อนโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยสีสัน

เกาะง่ามใหญ่เป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมของทะเลชุมพร มีทั้งพื้นที่สำหรับดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก บริเวณโดยรอบสามารถพบแนวดอกไม้ทะเล ปลาเขตร้อนหลากหลายชนิด รวมถึงปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร และทากทะเลหลากสี โปรแกรมท่องเที่ยวทางเรือหลายแห่งจึงมักพานักท่องเที่ยวอ้อมชม “Right Hand of Buddha” ก่อนพาไปสัมผัสความงามใต้ทะเลต่อ

ภาพบนผิวน้ำและโลกใต้ทะเลจึงแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

เหนือผิวน้ำคือหน้าผาหินสูงชันสีเทาดำแซมเหลือง ต้นไม้เล็ก ๆ เกาะอยู่ตามซอกหินท่ามกลางลมทะเล ส่วนด้านล่างกลับเป็นน้ำสีฟ้าอมเขียวที่มีแนวปะการัง ดอกไม้ทะเล และฝูงปลาเคลื่อนตัวไปมา

นี่คือเหตุผลที่เกาะง่ามใหญ่ไม่ได้เป็นเพียง “จุดถ่ายรูปกับฝ่ามือพระพุทธเจ้า” แต่เป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติทางทะเลที่มีเสน่ห์มากแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร

ตัวเกาะอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร และครอบคลุมเกาะและระบบนิเวศชายฝั่งหลายแห่ง รวมถึงเกาะง่ามน้อยและเกาะง่ามใหญ่ด้วย

ด้วยลักษณะของเกาะที่เป็นหน้าผาหินสูงชัน เกาะง่ามใหญ่จึงไม่ใช่เกาะแบบที่นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปเที่ยวชายหาดหรือพักค้างคืนได้ง่าย ๆ การเที่ยวชมส่วนใหญ่มักทำจากเรือ โดยเรือจะแล่นวนรอบเกาะเพื่อชมหน้าผา ก่อนจอดบริเวณจุดดำน้ำตามสภาพคลื่นลมในวันนั้น

และแน่นอนว่าเมื่อเรือแล่นมาถึงด้านที่มองเห็นฝ่ามือ ทุกคนแทบจะพร้อมใจกันยกโทรศัพท์หรือกล้องขึ้นถ่ายภาพทันที

เพราะนี่คือหนึ่งในภาพที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่น

หน้าผาขนาดมหึมาที่ธรรมชาติค่อย ๆ แกะสลักจนดูราวกับมีฝ่ามือขนาดยักษ์ประทับอยู่กลางทะเล โดยมีน้ำทะเลสีครามเป็นฉากหน้าและท้องฟ้ากว้างใหญ่เป็นฉากหลัง

บางวันแสงแดดส่องกระทบผาหินสีเหลืองพอดี รูปร่างของฝ่ามือจะยิ่งชัดจนผู้ที่เห็นเป็นครั้งแรกอาจอดสงสัยไม่ได้ว่า “ธรรมชาติทำได้พอดีขนาดนี้เลยหรือ?”

สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าหลงใหลจึงไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ว่ารูปฝ่ามือมีความหมายเหนือธรรมชาติหรือไม่ หากเป็นการได้เห็นว่า การกัดเซาะ รอยแตกของหิน แสง เงา และจินตนาการของมนุษย์ สามารถมาบรรจบกันจนสร้างเรื่องราวที่งดงามได้อย่างไร

สำหรับชาวประมง มันอาจเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครอง

สำหรับนักธรณีวิทยา มันคือผลงานจากการเปลี่ยนแปลงของหินตามธรรมชาติ

สำหรับนักดำน้ำ เกาะแห่งนี้คือประตูสู่โลกใต้ทะเลอันอุดมสมบูรณ์

และสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป มันคือความมหัศจรรย์เล็ก ๆ กลางอ่าวไทยที่ได้เห็นสักครั้งก็คงยากจะลืม

การเดินทางไปชม ฝ่ามือพระพุทธเจ้า ต้องเดินทางทางเรือจากฝั่งจังหวัดชุมพร ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายแห่งจัดโปรแกรมท่องเที่ยวและดำน้ำบริเวณเกาะง่ามใหญ่ โดยบางโปรแกรมออกเดินทางจากท่าเรือท่ายางและพาเที่ยวร่วมกับเกาะหรือจุดดำน้ำอื่น ๆ ในหมู่เกาะชุมพร

เนื่องจากเป็นการเดินทางในทะเล สภาพคลื่นลมและทัศนวิสัยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ การตรวจสอบสภาพอากาศและโปรแกรมเรือกับผู้ให้บริการก่อนออกเดินทางจึงสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจไปดำน้ำ

และเมื่อเดินทางไปถึง หากมีโอกาสก็ควรลองมอง “ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เพราะภาพถ่ายอาจทำให้เราเห็นว่าหินก้อนหนึ่งมีรูปร่างเหมือนมือ แต่การได้ลอยเรืออยู่กลางทะเล มองขึ้นไปเห็นหน้าผาขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเหนือศีรษะ พร้อมเสียงคลื่นกระทบโขดหินและลมทะเลพัดผ่าน จะทำให้เข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงผูกพันกับจินตนาการและความเชื่อของผู้คนมานาน

“ฝ่ามือพระพุทธเจ้า” แห่งเกาะง่ามใหญ่จึงเป็นมากกว่าก้อนหินรูปร่างแปลกตา แต่เป็นจุดที่ธรรมชาติ ความเชื่อ วิถีชาวประมง และความงามของทะเลชุมพรมาพบกันพอดี

และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฝ่ามือหินขนาดมหึมานี้ยังคงดูราวกับกำลังยกขึ้นเพื่อปกปักรักษาผู้คนที่ล่องเรือผ่านไปผ่านมาอยู่กลางทะเลตราบจนทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันเมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970sเห็ดเยื่อไผ่ (Veiled Lady Mushroom) เห็ดที่เหมือนกับราชินีแห่งเห็ดป่าและความงามจากธรรมชาติทะเลสาบเนตรอน" (Lake Natron) ประเทศแทนซาเนีย ทะเลสาบสีเลือดแสนแฟตาซี แถมมีวิวทิวทัศน์คล้ายกับเหมือนอยู่บนดาวดวงอื่นเกาหลีใต้เจอฝนหนัก เกอเจ–ทงยองอ่วม อพยพประชาชนเกือบ 400 คนปริศนาใต้บ่อหิน 2,000 ปี! ขุดพบร่าง "สตรีปริศนาแห่งยุคเหล็ก" ในสุสานที่ประณีตจนนักโบราณคดีนึกว่าเป็นฝีมือคนยุคปัจจุบันประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านอินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชียเคยเรียกกันเล่นๆ ว่า “พี่น้อง” เกือบ 30 ปีต่อมา DNA ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970sเกาหลีใต้เจอฝนหนัก เกอเจ–ทงยองอ่วม อพยพประชาชนเกือบ 400 คนปริศนาใต้บ่อหิน 2,000 ปี! ขุดพบร่าง "สตรีปริศนาแห่งยุคเหล็ก" ในสุสานที่ประณีตจนนักโบราณคดีนึกว่าเป็นฝีมือคนยุคปัจจุบันกาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์วัยรุ่นไต้หวันแห่บูชา “กุมารทองไทย” หวังเสริมเสน่ห์ สุดท้ายครูผวา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิ่งที่คนไทยเคยห้ามทำตอนกลางคืน“ลิงเกลาดา” หรือ “Bleeding-heart monkey” ที่แปลว่า “ลิงหัวใจที่กำลังตกเลือด” ลิงที่มีสีสันแปลกตาเมื่อ “มินิสเกิร์ต” เคยถูกห้ามในโรงเรียน ศึกแฟชั่นร้อนแรงแห่งยุค 1970sไทยไปดวงจันทร์ครั้งแรกจริงไหม? ทำไม CE-7 MATCH ไม่ได้ลงจอด แต่จะไปวัดรังสีรอบดวงจันทร์
ตั้งกระทู้ใหม่