หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทะเลสาบเนตรอน" (Lake Natron) ประเทศแทนซาเนีย ทะเลสาบสีเลือดแสนแฟตาซี แถมมีวิวทิวทัศน์คล้ายกับเหมือนอยู่บนดาวดวงอื่น

เขียนโดย dukedick

 

หากมีสถานที่ใดบนโลกที่มองเพียงแวบแรกแล้วทำให้เราสงสัยว่า “นี่คือโลกจริง ๆ หรือฉากจากดาวดวงอื่นกันแน่” หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ทะเลสาบเนตรอน หรือ Lake Natron ทะเลสาบน้ำเค็มและด่างจัดทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย ใกล้ชายแดนประเทศเคนยา สถานที่ซึ่งมีทั้งผืนน้ำสีแดงอมชมพู พื้นเกลือสีขาวแตกระแหง ภูเขาไฟตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล และฝูงนกฟลามิงโกสีชมพูที่รวมตัวกันนับแสนถึงนับล้านตัว จนภูมิประเทศทั้งหมดดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ

ทะเลสาบแห่งนี้มักถูกเรียกกันอย่างหวือหวาว่า “ทะเลสาบมรณะ” เพราะสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปจะทนได้ น้ำในทะเลสาบมีความเค็มสูงและมีความเป็นด่างจัด บางช่วงสามารถมีค่า pH สูงกว่า 12 ขณะที่อุณหภูมิของน้ำในบางบริเวณอาจสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จึงไม่ใช่สถานที่ที่นักท่องเที่ยวควรคิดจะกระโดดลงไปเล่นน้ำเหมือนทะเลสาบทั่วไปอย่างเด็ดขาด

 

แต่สิ่งที่ทำให้ Lake Natron โด่งดังที่สุดกลับไม่ใช่ความร้อนหรือความเค็ม หากเป็น สีแดงสดและสีชมพูประหลาดของผืนน้ำ ซึ่งเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นแถบสีแดง ส้ม ชมพู และขาวกระจายไปทั่วบริเวณ เหมือนศิลปินยักษ์นำพู่กันมาระบายสีลงบนพื้นโลก

สีเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเลือดหรือสารพิษลึกลับแต่อย่างใด แต่เกี่ยวข้องกับสภาพน้ำที่มีแร่ธาตุและเกลือเข้มข้นสูง เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อากาศแห้งและน้ำระเหยออกไปมาก ความเค็มจะยิ่งเพิ่มขึ้น กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับจุลชีพบางชนิดซึ่งชอบความเค็มจัด โดยเฉพาะกลุ่มจุลชีพและไซยาโนแบคทีเรียที่มีรงควัตถุสีแดงและสีส้ม เมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น น้ำและคราบเกลือบริเวณผิวทะเลสาบจึงปรากฏเป็นสีแดง ชมพู หรือส้มเข้มอย่างที่เราเห็นในภาพถ่ายชื่อดังของ Lake Natron

ส่วนความเป็นด่างรุนแรงนั้นเกิดจากภูมิประเทศและธรณีวิทยาโดยรอบ น้ำที่ไหลเข้าสู่แอ่งทะเลสาบพาแร่ธาตุต่าง ๆ มาสะสม รวมถึงสารประกอบของโซเดียมคาร์บอเนต เมื่อทะเลสาบแทบไม่มีทางระบายน้ำออกและต้องสูญเสียน้ำจำนวนมากด้วยการระเหย แร่ธาตุเหล่านั้นจึงค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดสภาพของทะเลสาบโซดาที่มีเอกลักษณ์อย่างมาก

อีกด้านหนึ่งของ Lake Natron ที่ทำให้คนทั่วโลกขนลุกมาแล้วก็คือเรื่องราวของ “สัตว์กลายเป็นหิน”

เมื่อหลายปีก่อน ภาพถ่ายนกและค้างคาวที่มีร่างแข็งเกร็งราวกับรูปปั้นถูกเผยแพร่ออกไปและกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก หลายคนเห็นครั้งแรกถึงกับคิดว่าน้ำใน Lake Natron มีพลังประหลาด สามารถเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นก้อนหินได้ทันทีที่สัมผัสกับน้ำ

ความจริงไม่ได้เหนือธรรมชาติขนาดนั้น

สัตว์ที่ปรากฏในภาพไม่ได้ถูกน้ำเปลี่ยนให้กลายเป็นหินขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นซากสัตว์ที่เสียชีวิตแล้วและถูกพบตามบริเวณทะเลสาบ จากนั้นแร่ธาตุและเกลือจำนวนมากในสภาพแวดล้อมก็สามารถสะสมหรือเคลือบร่างกายของมัน ทำให้ซากมีลักษณะแข็งและดูคล้ายกับรูปปั้นที่ผ่านการชุบแร่ตามธรรมชาติ จึงกลายเป็นภาพชวนพิศวงที่ทำให้ชื่อเสียงของทะเลสาบแห่งนี้ยิ่งลึกลับขึ้นไปอีก

ดังนั้นคำว่า “ทะเลสาบที่เปลี่ยนสัตว์เป็นหิน” จึงควรเข้าใจว่าเป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบมากกว่าความหมายตรงตัว และสัตว์ก็ไม่ได้ตกลงไปแล้วแข็งเป็นหินภายในไม่กี่วินาทีเหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี

ความน่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ในขณะที่ Lake Natron ดูเหมือนสถานที่ซึ่งแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถอาศัยอยู่ได้ ที่นี่กลับเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดชีวิตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของแอฟริกาตะวันออก เพราะทะเลสาบแห่งนี้คือพื้นที่เพาะพันธุ์สำคัญอย่างยิ่งของ นกฟลามิงโกเล็ก หรือ Lesser Flamingo

มีการประเมินว่าฟลามิงโกเล็กประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเกิดที่บริเวณ Lake Natron และทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ประจำที่สำคัญที่สุดสำหรับประชากรฟลามิงโกเล็กในแอฟริกาตะวันออกอีกด้วย

บางปีเมื่อสภาพน้ำและระดับทะเลสาบเหมาะสม ฟลามิงโกอาจรวมฝูงกันเป็นจำนวนมหาศาล จนเกิดภาพนกสีชมพูปกคลุมผืนน้ำและแนวสันเกลือไกลสุดสายตา ตัวเลขที่มักถูกกล่าวถึงกันคือประมาณ 2.5 ล้านตัว แต่จำนวนจริงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล ระดับน้ำ แหล่งอาหาร และสภาพแวดล้อมในแต่ละปี จึงไม่ควรเข้าใจว่า Lake Natron จะมีฟลามิงโก 2.5 ล้านตัวอยู่ตลอดเวลาทุกวัน

เหตุผลที่สถานที่ซึ่งดูโหดร้ายเช่นนี้กลับเหมาะกับการวางไข่ของฟลามิงโกก็เพราะ “ความอันตราย” ของทะเลสาบนั่นเอง

เมื่อน้ำลดลง บริเวณกลางทะเลสาบสามารถเกิดสันหรือเกาะจากตะกอนเกลือและแร่ระเหย ซึ่งฟลามิงโกใช้เป็นพื้นที่ทำรัง สภาพน้ำที่เค็มและเป็นด่างรอบพื้นที่วางไข่กลายเป็นกำแพงธรรมชาติ ทำให้นักล่าบนบกจำนวนมากเข้าถึงรังได้ยากกว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมดา ๆ เรียกได้ว่าสภาพแวดล้อมซึ่งดูเหมือนนรกสำหรับสัตว์หลายชนิด กลับกลายเป็นป้อมปราการชั้นดีสำหรับฟลามิงโก

นี่จึงเป็นเสน่ห์ที่น่าประหลาดที่สุดของ Lake Natron เพราะสถานที่เดียวกันสามารถเป็นทั้งพื้นที่ซึ่งดูแห้งแล้ง ร้อน เค็ม และอันตราย แต่ในเวลาเดียวกันกลับเป็นแหล่งอนุบาลชีวิตที่มีความสำคัญในระดับโลก

รอบทะเลสาบยังมีฉากหลังซึ่งยิ่งทำให้ภูมิประเทศดูเหมือนต่างดาวเข้าไปอีก นั่นคือ Ol Doinyo Lengai ภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในบริเวณ East African Rift และมีความสำคัญทางวัฒนธรรมต่อชาวมาไซ ชื่อ Ol Doinyo Lengai มักแปลกันว่า “ภูเขาแห่งพระเจ้า” หรือ “Mountain of God” รูปทรงของภูเขาที่ตั้งอยู่เหนือพื้นแห้งแล้งและผืนน้ำสีแดงทำให้ภาพของ Lake Natron มีเอกลักษณ์แทบไม่เหมือนสถานที่ใดในโลก

สำหรับนักเดินทางที่ชอบเส้นทางธรรมชาติแบบสมบุกสมบัน Lake Natron จึงเป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย การเดินทางนิยมเริ่มต้นจาก เมืองอารูชา (Arusha) และใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปยังบริเวณทะเลสาบ เนื่องจากถนนบางช่วงเป็นทางลูกรังและสภาพเส้นทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากตามฤดูกาล การเดินทางจึงควรใช้รถที่เหมาะสมและหากไม่ชำนาญพื้นที่ การมีคนขับหรือไกด์ท้องถิ่นจะช่วยให้ปลอดภัยกว่ามาก

ส่วนช่วง มิถุนายนถึงตุลาคม เป็นช่วงฤดูแล้งและยังตรงกับฤดูท่องเที่ยวหลักของแทนซาเนียหลายพื้นที่ จึงเป็นช่วงที่นักเดินทางจำนวนมากเลือกมาเยือน Lake Natron เพราะเดินทางสะดวกกว่าฤดูฝน และเมื่อการระเหยของน้ำเพิ่มขึ้น สีของทะเลสาบและคราบเกลือบางบริเวณก็อาจปรากฏเด่นชัดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากจุดประสงค์หลักคือการมาดูฟลามิงโกจำนวนมาก ควรตรวจสอบสถานการณ์จริงก่อนเดินทาง เพราะจำนวนนกและตำแหน่งของฝูงเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับน้ำและสภาพการเพาะพันธุ์ในแต่ละปี

นอกจากชมทะเลสาบแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมักจัดรวมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน เช่น การเดินเที่ยวบริเวณ Engare Sero ซึ่งมีเส้นทางธรรมชาติและน้ำตก หรือการชมภูมิประเทศบริเวณ Ol Doinyo Lengai สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินเขาและภูเขาไฟ โดยกิจกรรมบางประเภทจำเป็นต้องใช้ไกด์ท้องถิ่นและต้องพิจารณาสภาพอากาศรวมถึงความพร้อมของร่างกายเป็นสำคัญ

และถ้ามีโอกาสได้ยืนอยู่ริม Lake Natron จริง ๆ ภาพตรงหน้าอาจทำให้ความหมายของคำว่า “ทะเลสาบมรณะ” เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เพราะภายใต้สีแดงที่ดูน่ากลัวกลับมีจุลชีพจำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ ภายใต้น้ำด่างจัดก็ยังมีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นบางชนิดเอาตัวรอดได้ และเหนือผืนน้ำที่เหมือนจะไม่ต้อนรับชีวิต กลับมีฝูงฟลามิงโกใช้เป็นสถานที่ให้กำเนิดลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า

Lake Natron จึงไม่ใช่เพียง “ทะเลสาบสีเลือด” ที่มีไว้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นตัวอย่างชั้นยอดของธรรมชาติที่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตสามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วได้อย่างน่าอัศจรรย์

บางครั้งสถานที่ที่ดูเหมือนอันตรายและว่างเปล่าที่สุด อาจกำลังซ่อนระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อนและสำคัญที่สุดเอาไว้ก็เป็นได้

หากใครกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่ไม่ใช่ชายหาดสีขาวหรือภูเขาเขียวขจีแบบที่เราคุ้นเคย แต่ต้องการเห็นภูมิประเทศซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์อีกดวง Lake Natron ประเทศแทนซาเนีย ก็น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ทริปในฝันอย่างแน่นอน

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากกินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไรจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านกาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ยิ่งเครียดยิ่งอยากหวาน ลองเปลี่ยนเป็น 4 กลุ่มอาหารนี้อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชียงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำปริศนาใต้บ่อหิน 2,000 ปี! ขุดพบร่าง "สตรีปริศนาแห่งยุคเหล็ก" ในสุสานที่ประณีตจนนักโบราณคดีนึกว่าเป็นฝีมือคนยุคปัจจุบัน“WC” กับ “Toilet” ต่างกันอย่างไร และทำไมหลายประเทศจึงใช้คำเรียกห้องน้ำไม่เหมือนกัน?หัวจ่ายน้ำมันรู้ได้ยังไงว่าถังใกล้เต็ม? ทั้งที่มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถเราถังใหญ่แค่ไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปริศนาใต้บ่อหิน 2,000 ปี! ขุดพบร่าง "สตรีปริศนาแห่งยุคเหล็ก" ในสุสานที่ประณีตจนนักโบราณคดีนึกว่าเป็นฝีมือคนยุคปัจจุบันกาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไรวัยรุ่นไต้หวันแห่บูชา “กุมารทองไทย” หวังเสริมเสน่ห์ สุดท้ายครูผวา"ดึงเช็ง" แปลว่าอะไร? สแลงรุ่นเก๋าประวิงเวลา...ที่สายยื้อชอบใช้กัน!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เห็ดเยื่อไผ่ (Veiled Lady Mushroom) เห็ดที่เหมือนกับราชินีแห่งเห็ดป่าและความงามจากธรรมชาติจากผู้แพ้สู่วันแห่งการล้างตา! ชายผู้ปลูก "มะเขือยาวที่สุดในโลก" ทลายสถิติ Guinness World Records 2026ไทยนำสกอร์รวม 3–1 ก่อนเจอสิงคโปร์คืนนี้ แต่เกมไม่ได้เริ่มที่ 3–1 — อ่านคำว่า Aggregate ให้ไม่สับสนกาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์
ตั้งกระทู้ใหม่