หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คำว่า “Bye” มาจากอะไร? จากคำอำลาธรรมดากลายเป็นคำติดปากทั่วโลกได้อย่างไร

เขียนโดย Gario

คำว่า “Bye” เป็นหนึ่งในคำภาษาอังกฤษที่สั้นและใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในโลก ทุกวันนี้เราใช้เพียงคำเดียวก็เข้าใจตรงกันว่าเป็นการบอกลา แต่หากย้อนกลับไปดูประวัติของคำนี้ จะพบว่าต้นกำเนิดของมันยาวกว่าสามตัวอักษรมาก

 

คำว่า “Bye” เป็นรูปย่อของ “Goodbye” โดยพจนานุกรม Merriam-Webster ระบุว่า “goodbye” มีการใช้ครั้งแรกที่พบหลักฐานในปี ค.ศ. 1575 และเป็นรูปที่เปลี่ยนแปลงมาจากวลี “God be with you” ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “ขอพระเจ้าอยู่กับคุณ” หรือ “ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ” 

 

ในภาษาอังกฤษยุคก่อน วลีสำหรับกล่าวลาไม่ได้มีรูปแบบตายตัวเหมือนปัจจุบัน เมื่อผู้คนพูดวลี “God be with ye” ซ้ำ ๆ การออกเสียงและการเขียนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป จนเกิดรูปแบบอย่าง “godbwye” ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ก่อนพัฒนาเป็น “good-bye” ในเวลาต่อมา โดยคำว่า “good” ยังได้รับอิทธิพลจากคำอำลาอื่น ๆ เช่น “good day” และ “good evening” ด้วย 

 

แล้วคำว่า “Bye” ที่เราใช้ในปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อไร? หลักฐานทางนิรุกติศาสตร์ระบุว่า “bye” ในฐานะคำอุทานสำหรับบอกลาเป็นรูปย่อของ “good-bye” และมีหลักฐานการใช้ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1709 ส่วน “bye-bye” ปรากฏในเวลาต่อมา และมีลักษณะเป็นการพูดซ้ำแบบภาษาที่ใช้กับเด็ก 

 

การย่อจาก “goodbye” เหลือเพียง “bye” สอดคล้องกับธรรมชาติของภาษาพูด เมื่อคำใดถูกใช้บ่อย ผู้คนมักทำให้สั้นและพูดง่ายขึ้น เช่นเดียวกับคำทักทายหรือคำเรียกหลายคำในภาษาอังกฤษ เมื่อเวลาผ่านไป “Bye” จึงกลายเป็นคำอำลาที่เป็นกันเองและใช้ได้ในสถานการณ์ทั่วไป

 

ส่วน “Bye-bye” ก็มีเส้นทางที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้เป็นคำที่เกิดขึ้นแยกต่างหาก แต่เป็นการพูด “bye” ซ้ำ ซึ่งพจนานุกรม Merriam-Webster จัดว่าเป็นรูปแบบภาษาที่มีลักษณะคล้าย baby talk และมีหลักฐานการใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 

 

เมื่อภาษาอังกฤษแพร่กระจายไปทั่วโลกผ่านการค้า การศึกษา สื่อ ภาพยนตร์ เพลง โทรทัศน์ และต่อมาคืออินเทอร์เน็ต คำว่า “Bye” จึงเดินทางออกจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและกลายเป็นคำที่ผู้คนในหลายประเทศเข้าใจ แม้จะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ก็ตาม

 

ดังนั้น “Bye” ไม่ได้มีความหมายว่าเป็นคำย่อของคำอื่นอย่าง “Be yourself” หรือ “Before you exit” ตามคำอธิบายที่พบในอินเทอร์เน็ตบางแห่ง แต่หลักฐานทางพจนานุกรมและนิรุกติศาสตร์สนับสนุนว่าเส้นทางหลักคือ God be with you → goodbye → bye 

 

จากคำอำลาที่มีความหมายเชิงคำอวยพรเมื่อหลายร้อยปีก่อน จนเหลือเพียงคำสั้น ๆ ว่า “Bye” ในปัจจุบัน เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าภาษาสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามการใช้งานของผู้คนได้อย่างน่าสนใจ และคำเพียงสามตัวอักษรก็สามารถเดินทางข้ามประเทศจนกลายเป็นคำที่คนทั่วโลกคุ้นเคยได้

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 53 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/9/69มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่