หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้จัก “วัดพระแก้ววังหน้า” ก่อนเปิดให้ชมฟรี ย้อนรอยวัดสำคัญแห่งวังหน้า


เขียนโดย เด็กประวัติ

จากโบราณสถานสำคัญที่ปกติเปิดให้ชมได้เพียงภายนอก วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ “วัดพระแก้ววังหน้า” กำลังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปสัมผัสความงดงามภายในอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง โดยกรมศิลปากรเปิดให้เข้าชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00–16.00 น. พร้อมจัดนำชมภายในพระอุโบสถวันละ 2 รอบ เวลา 13.00 น. และ 15.00 น.

การเปิดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ที่ต้องการเชื่อมโยงแหล่งประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ และชวนประชาชนกลับมาทำความรู้จักมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย วัดพระแก้ววังหน้าจึงเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้ชมทั้งสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่าที่โดยปกติไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายในอย่างเสรี

ประวัติวัดพระแก้ววังหน้า หรือวัดบวรสถานสุทธาวาส

ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตร์ของ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ยังมีโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งที่คนทั่วไปอาจคุ้นชื่อ แต่ไม่ค่อยรู้จักเรื่องราว นั่นคือ วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้า วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณพระราชฐานชั้นนอกด้านทิศเหนือของวังหน้า และมีสถานะเป็นวัดประจำพระราชวังบวรสถานมงคล เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่เป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวัง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอย่างสามัญว่า “วัดพระแก้ววังหน้า”

เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพระราชอุทยาน และในสมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้สร้างเป็น วัดหลวงชี สำหรับนักนางแม้น มารดาของนักองอีและนักองเภา พระสนม ใช้เป็นสถานที่จำศีลภาวนา ต่อมาเมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ไม่มีหลวงชีดูแลวัด จึงมีการรื้อกุฏิและปรับพื้นที่เป็นสวนเลี้ยงกระต่าย

กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพมีพระราชศรัทธา จึงทรงอุทิศพื้นที่สวนกระต่ายเพื่อสร้างพระอารามขึ้นใหม่ให้เป็นวัดในวังหน้า แต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จก็เสด็จทิวงคต ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินการก่อสร้างต่อ จนแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 4 และพระราชทานนามว่า “วัดบวรสถานสุทธาวาส”

ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้ยังอยู่ที่สถาปัตยกรรมของพระอุโบสถ ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคาจตุรมุขซ้อนสองชั้น ประดับตกแต่งอย่างประณีต ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร และมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับ ตำนานพระพุทธสิหิงค์และอดีตพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ รวมถึงภาพเทพเจ้าฮินดูบริเวณบานประตูและหน้าต่าง

 

ความสำคัญของวัดบวรสถานสุทธาวาส

วัดบวรสถานสุทธาวาสมีความสำคัญมากกว่าการเป็นโบราณสถานทางศาสนา เพราะเป็น หลักฐานสำคัญที่สะท้อนบทบาทและความสำคัญของพระราชวังบวรสถานมงคลในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ การมีวัดประจำวังหน้าแสดงให้เห็นถึงคติการสร้างวัดภายในเขตพระราชวัง ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง และเนื่องจากเป็นวัดในพระราชวัง จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเช่นเดียวกัน

อีกช่วงเวลาที่ทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญคือภายหลังการยกเลิกตำแหน่งวังหน้าในรัชกาลที่ 5 วัดเริ่มถูกทิ้งร้างและทรุดโทรมลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้รื้ออาคารต่าง ๆ เหลือไว้เพียงพระอุโบสถ และต่อมาใน พ.ศ. 2443 ได้มีการซ่อมแปลงพระอุโบสถเป็นพระเมรุพิมาน เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งพระศพของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ รวมถึงเจ้านายอีกหลายพระองค์

ปัจจุบัน แม้พื้นที่โดยรอบจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่พระอุโบสถของวัดบวรสถานสุทธาวาสยังคงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยง พระราชวัง ศาสนา ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์นาฏศิลป์ไทย เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งพื้นที่ปัจจุบันยังเกี่ยวข้องกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และใช้ประกอบพิธีสำคัญของศิลปินด้านนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ ทำให้วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียง “วัดเก่าในวังหน้า” แต่เป็นพื้นที่ที่มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

ภานในวัดพระแก้ววังหน้าหรือวัดบวรสถานสุทธาวาส

ภาพจาก: https://www.facebook.com/Aj.ton.Yothin/posts

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เด็กประวัติ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย เด็กประวัติ
เด็กประวัติ(นามปากกา) เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้รอบตัวทั่วไป สามารถติดตามเนื้อได้ที่โปรไฟล์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำรอยเลื่อนซานแอนเดรียสกำลังขยับ สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์รู้และยังตอบไม่ได้เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากพบแคมเปญ FakeGit ใช้ GitHub ปลอมกว่า 7,600 Repo ปล่อยมัลแวร์ SmartLoader5 มุ้งไทยโบราณ ที่กลายเป็นไอเทมแต่งห้องนอนสไตล์โบฮีเมียนในยุโรปประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านก่อนมีกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยเคยอยู่ที่ไหนบ้าง7 น้ำอบและน้ำหอมไทยโบราณ ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้โลกน้ำหอม Nicheจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันอินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเงินไทยจึงใช้หน่วยว่า “บาท”Lake MacDonnell ทะเลสาบสีชมพูแห่งออสเตรเลีย กับผืนน้ำต่างสีสองฝั่งถนน7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"ดึงเช็ง" แปลว่าอะไร? สแลงรุ่นเก๋าประวิงเวลา...ที่สายยื้อชอบใช้กัน!แหล่งเหมืองทองคำสำคัญของประเทศไทยถ้ำในไทยที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนถนนสายแรกของกรุงเทพฯ เกิดขึ้นเพราะอะไร
ตั้งกระทู้ใหม่