หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อัปปมาทะ ทำไมพระพุทธเจ้าจึงเน้นเรื่องความไม่ประมาท

เขียนโดย thoughtloop

ในคำสอนของพระพุทธศาสนา มีคำหนึ่งที่ฟังดูเรียบง่าย แต่มีความหมายลึกมาก นั่นคือ “อัปปมาทะ” ซึ่งมักแปลว่า “ความไม่ประมาท”

หลายคนอาจเข้าใจว่าความไม่ประมาทหมายถึงการระมัดระวังตัว ไม่ขับรถเร็ว ไม่เดินในที่มืด หรือคิดก่อนทำอะไร แต่ในทางพระพุทธศาสนา อัปปมาทะมีความหมายกว้างกว่านั้นมาก

คือการ มีสติ รู้ตัว และไม่ปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามความเผลอไผล

พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะชีวิตของคนเรามีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งวัย สุขภาพ ความสัมพันธ์ ทรัพย์สิน และสถานการณ์รอบตัว สิ่งที่คิดว่าจะอยู่กับเราไปนาน ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าที่คิด

ใน อัปปมาทวรรค แห่งพระไตรปิฎก มีพุทธพจน์ที่กล่าวถึงความไม่ประมาทในทำนองว่า ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย ส่วนความประมาทเป็นทางแห่งความตาย

คำว่า “ไม่ตาย” ในบริบทนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ประมาทจะมีชีวิตเป็นอมตะ แต่ชี้ไปถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และไม่ปล่อยโอกาสในการพัฒนาตนเองให้สูญเปล่า

ลองนึกถึงชีวิตประจำวัน

บางครั้งเรารู้ว่าควรทำอะไร แต่กลับบอกตัวเองว่า “เอาไว้ก่อน” รู้ว่าควรดูแลสุขภาพ แต่คิดว่ายังมีเวลา รู้ว่าควรพูดดีกับคนในครอบครัว แต่รอไว้วันหน้า รู้ว่าควรจัดการเรื่องสำคัญ แต่กลับปล่อยให้วันเวลาผ่านไป

สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ก็สามารถกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้

อัปปมาทะจึงไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตด้วยความกลัว แต่เป็นการ รู้คุณค่าของเวลาที่กำลังผ่านไป

อีกด้านหนึ่ง ความไม่ประมาทยังเกี่ยวข้องกับการฝึกจิตใจ เมื่อเกิดความโกรธก็รู้ว่ากำลังโกรธ เมื่อเกิดความโลภก็รู้ว่ากำลังโลภ เมื่อเกิดความหลงก็รู้ว่ากำลังหลง การรู้ตัวทำให้เรามีโอกาสหยุดก่อนที่อารมณ์จะพาไปไกล

เพราะบางครั้งสิ่งที่สร้างปัญหาให้ชีวิตไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่โต แต่เกิดจากช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่เรา เผลอทำตามอารมณ์โดยไม่ได้คิด

ดังนั้น อัปปมาทะจึงเป็นมากกว่าคำเตือนให้ระวังอันตราย แต่เป็นแนวทางให้ใช้ชีวิตด้วยสติ รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรควรละ และเห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่

พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เรากังวลกับอนาคตจนลืมใช้ชีวิต แต่ชวนให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันอย่างรู้ตัว เพราะไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะมีโอกาสให้เราแก้ไขหรือเริ่มต้นใหม่อีกกี่ครั้ง

บางที “ความไม่ประมาท” จึงไม่ได้แปลว่าต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ

แต่อาจหมายถึงการ ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปโดยที่เราไม่เคยรู้เลยว่า กำลังใช้ชีวิตไปทางไหน

วันนี้ยังมีเวลาให้ทำสิ่งที่ควรทำ ยังมีโอกาสพูดคำที่ควรพูด และยังมีโอกาสฝึกใจให้ดีขึ้น

นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงย้ำเรื่อง อัปปมาทะ เพราะเวลาที่ผ่านไปแล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้ แต่ทุกขณะที่ยังอยู่ตรงหน้า เรายังเลือกได้ว่าจะใช้มันอย่างไร

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 วันหลังเกิดอุทกภัย ชายคนหนึ่งถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่งในเนปาลเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดเปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?มาตามนัด! เลขเด็ด “เจ้าแม่ตะเคียน” งวด 16 ก.ย. 69 เคาะเด่น 4 รอง 1เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาส่องที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยเขตกรุงเทพฯทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาแม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำการซื้อหวยสามตัวที่ถูกกฎหมาย10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นามสกุลไหนคนใช้เยอะที่สุดในไทยม้ายูนิคอร์นมีจริงไหมคลองลัดโพธิ์ ทางลัดของน้ำที่ช่วยให้กรุงเทพฯ ระบายทันเวลาปลานิลเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์จริง แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น
ตั้งกระทู้ใหม่