หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รถหลังน้ำท่วม 10 จุดต้องเช็ก มีอะไรบ้าง ก่อนนำกลับมาใช้

เขียนโดย EvaAqua

 

น้ำลดแล้วไม่ได้หมายความว่ารถจะกลับมาใช้งานได้ทันที

รถที่จอดแช่น้ำ หรือแม้แต่รถที่ขับผ่านน้ำท่วม อาจมีความเสียหายซ่อนอยู่ในเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก เกียร์ และชิ้นส่วนใต้ท้องรถ

คู่มือของโตโยต้าสำหรับรถที่เสียหายจากน้ำท่วมระบุว่า การประเมินต้องดูทั้งระดับน้ำ ตำแหน่งที่น้ำเข้า และสภาพของชิ้นส่วนสำคัญ เช่น กรองอากาศ น้ำมันเครื่อง ระบบไฟฟ้า และระบบต่าง ๆ ของรถ

ดังนั้นหลังน้ำลด สิ่งแรกไม่ใช่การลองสตาร์ท แต่คือ ตรวจสอบความเสียหายก่อน

1. เช็กระดับน้ำและคราบน้ำก่อน

เริ่มจากดูว่าน้ำเคยขึ้นสูงถึงระดับไหน

ให้สังเกตคราบน้ำ โคลน หรือเศษสิ่งสกปรกตามตัวถัง ห้องเครื่อง ประตู พรม เบาะ และห้องเก็บสัมภาระ เพราะระดับน้ำเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินว่าชิ้นส่วนใดอาจได้รับผลกระทบ

รถที่น้ำท่วมถึงพื้นรถ กับรถที่น้ำขึ้นถึงเบาะหรือคอนโซลหน้า ไม่ได้มีความเสี่ยงเท่ากัน

ยิ่งระดับน้ำสูง ความเสียหายที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ภายในก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

2. เช็กแบตเตอรี่ ขั้วไฟ และระบบไฟฟ้า

น้ำกับระบบไฟฟ้าเป็นอีกจุดที่ต้องระวัง

ควรตรวจแบตเตอรี่ ขั้วต่อ สายไฟ กล่องฟิวส์ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ว่ามีน้ำ โคลน หรือคราบความชื้นหรือไม่

คู่มือการซ่อมรถที่เสียหายจากน้ำท่วมของโตโยต้ามีรายการตรวจระบบไฟฟ้าและขั้วต่อต่าง ๆ ตามระดับความเสียหายของรถ

ถ้าพบความผิดปกติ ไม่ควรทดลองต่อไฟหรือแก้ระบบไฟฟ้าด้วยตัวเอง โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่มีระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก

3. เช็กกรองอากาศและระบบไอดี

จุดนี้เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์โดยตรง

ถ้าไส้กรองอากาศเปียก หรือพบร่องรอยน้ำในหม้อกรองอากาศ ต้องระวังว่าน้ำอาจเข้าไปตามระบบไอดี

โตโยต้าระบุว่า หากกรองอากาศเปียก อาจเป็นสัญญาณว่ารถได้รับน้ำเข้าไปถึงระบบไอดี และจำเป็นต้องตรวจสอบเครื่องยนต์เพิ่มเติม

การสตาร์ทเครื่องในขณะที่ยังมีน้ำอยู่ในระบบจึงอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

4. เช็กน้ำมันเครื่อง

เปิดตรวจน้ำมันเครื่องตามวิธีที่เหมาะกับรถรุ่นนั้น

หากพบว่าน้ำมันมีลักษณะผิดปกติ เช่น ขุ่นหรือเปลี่ยนสภาพ อาจเป็นสัญญาณว่ามีน้ำปนอยู่

คู่มือโตโยต้าระบุให้ตรวจทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำมันเครื่อง และหากพบว่าน้ำเข้า ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

จุดสำคัญคืออย่ามองเพียงว่าน้ำท่วมถึงตัวรถหรือไม่ แต่ต้องดูว่าน้ำไปถึงระบบใดแล้ว

5. เช็กน้ำมันเกียร์และระบบส่งกำลัง

นอกจากน้ำมันเครื่องแล้ว น้ำยังสามารถสร้างปัญหาให้ระบบส่งกำลังได้

ควรตรวจน้ำมันเกียร์ตามชนิดและวิธีตรวจของรถรุ่นนั้น รวมถึงน้ำมันเฟืองท้ายในรถที่มีระบบดังกล่าว

คู่มือโตโยต้าระบุให้ตรวจน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ โดยดูทั้งปริมาณและสภาพของน้ำมัน หากมีน้ำปนควรเปลี่ยนถ่าย

รถที่น้ำท่วมถึงระดับสูงจึงไม่ควรตรวจเพียงเครื่องยนต์แล้วจบ

6. เช็กระบบเบรก

ระบบเบรกเป็นอีกจุดที่ไม่ควรข้าม

ควรตรวจจานเบรก ผ้าเบรก ระบบเบรก และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะรถที่แช่น้ำอาจมีความชื้น สิ่งสกปรก หรือสนิมเกิดขึ้นตามชิ้นส่วนต่าง ๆ

แหล่งข้อมูลด้านการซ่อมรถน้ำท่วมระบุให้ตรวจระบบเบรก รวมถึง ABS หม้อลมเบรก และแม่ปั๊มในกรณีที่ระดับน้ำสูงขึ้น

หลังซ่อมแล้วควรทดสอบระบบเบรกให้มั่นใจก่อนนำรถออกใช้งานจริง

7. เช็กช่วงล่าง ลูกปืนล้อ และพวงมาลัย

ชิ้นส่วนใต้ท้องรถมักเป็นส่วนที่สัมผัสน้ำโดยตรง

ควรตรวจลูกปืนล้อ ลูกหมาก ลูกยาง เพลาขับ โช้คอัพ และระบบบังคับเลี้ยวตามความเหมาะสมของรถ

น้ำที่ปนโคลนหรือทรายอาจทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปตามชิ้นส่วนบางประเภท และความชื้นที่ค้างอยู่เป็นเวลานานสามารถนำไปสู่สนิมและการสึกหรอ

หากหลังน้ำลดพบเสียงผิดปกติ รถสั่น หรือพวงมาลัยมีอาการแปลกไป ควรให้ช่างตรวจทันที

8. เช็กเบาะ พรม ห้องโดยสาร และเข็มขัดนิรภัย

ถ้าน้ำเข้าห้องโดยสาร อย่าคิดเพียงเรื่องกลิ่นอับ

ต้องถอดและทำความสะอาดพรม เบาะ และชิ้นส่วนที่เปียกตามความเหมาะสม เพราะความชื้นที่ค้างอยู่สามารถทำให้เกิดกลิ่น เชื้อรา และความเสียหายต่อวัสดุภายใน

ถ้าน้ำขึ้นถึงเบาะ ควรตรวจระบบเข็มขัดนิรภัยและชิ้นส่วนที่อยู่บริเวณเบาะเพิ่มเติม

คู่มือโตโยต้าระบุถึงการถอดเบาะและชิ้นส่วนภายในเพื่อทำความสะอาด รวมถึงการตรวจระบบที่เกี่ยวข้องตามระดับน้ำ

9. เช็กไฟ แอร์ หน้าปัด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

หลังซ่อม อย่าเช็กแค่ว่าเครื่องยนต์ติดหรือไม่

ควรตรวจไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ระบบปรับอากาศ พัดลม แผงหน้าปัด เครื่องเสียง เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ตามอุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถ

ในรถรุ่นใหม่ กล่องควบคุมและเซ็นเซอร์มีจำนวนมาก ความเสียหายจากน้ำบางอย่างอาจไม่แสดงอาการทันที

ดังนั้นการตรวจด้วยระบบวิเคราะห์ของศูนย์บริการหรืออู่ที่มีเครื่องมือเหมาะสมจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะรถที่น้ำขึ้นถึงระดับคอนโซล

10. เช็กทั้งระบบก่อนนำกลับไปใช้งาน

เมื่อซ่อมและทำความสะอาดแล้ว ควรตรวจระบบสำคัญอีกครั้งก่อนใช้งานจริง

อย่างน้อยควรตรวจ

จากนั้นจึงค่อยทดสอบรถตามขั้นตอนของศูนย์บริการหรืออู่ซ่อม

กรมการขนส่งทางบกเองมีหลักเกณฑ์และระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถ แต่การตรวจรถที่เสียหายจากน้ำท่วมโดยเฉพาะควรอาศัยช่างหรือศูนย์บริการที่สามารถตรวจระบบของรถรุ่นนั้นได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่สำคัญที่สุด: รถจมน้ำอย่าเพิ่งสตาร์ท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์แนะนำว่า หากรถจมน้ำ ไม่ควรบิดกุญแจหรือสตาร์ททันที เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในเครื่องยนต์อาจสร้างความเสียหายรุนแรง และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็อาจได้รับความเสียหายได้เช่นกัน

กรณีรถที่สงสัยว่าน้ำเข้าเครื่องยนต์ การเรียกรถยกหรือรถสไลด์นำไปตรวจสอบจึงปลอดภัยกว่าการทดลองติดเครื่องเอง

แล้วถ้าเป็นรถ EV ล่ะ

รถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะมีระบบไฟฟ้าแรงดันสูง

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยแนะนำว่า หากรถ EV จมน้ำ หลังเหตุการณ์ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ 12 โวลต์และห้ามสตาร์ท ควรเคลื่อนย้ายด้วยรถสไลด์และให้ช่างที่มีความรู้ตรวจสอบระบบ โดยเฉพาะกรณีรถจมน้ำหรือได้รับความเสียหายจากน้ำสูง

ผู้ใช้รถไม่ควรเข้าไปถอดหรือซ่อมระบบไฟแรงสูงด้วยตัวเอง เพราะการทำงานกับระบบดังกล่าวต้องใช้ความรู้และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม

สรุป

รถหลังน้ำท่วมควรตรวจอย่างน้อย 10 จุดหลัก ตั้งแต่ระดับน้ำ แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า กรองอากาศ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เบรก ช่วงล่าง ห้องโดยสาร ไปจนถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์และการทดสอบรถก่อนกลับมาใช้งาน

สิ่งที่ไม่ควรทำคือรีบสตาร์ทเพื่อดูว่า “ยังติดไหม”

เพราะรถที่เครื่องยังติด ไม่ได้หมายความว่าระบบอื่นปลอดภัย และรถที่ดูแห้งจากภายนอกก็ไม่ได้หมายความว่าความชื้นหรือน้ำจะไม่ค้างอยู่ในระบบสำคัญ

หากรถของคุณเพิ่งผ่านน้ำท่วม สิ่งแรกที่ควรรู้คือ น้ำขึ้นถึงระดับไหน และมีโอกาสเข้าไปถึงระบบใดบ้าง จากนั้นจึงให้ช่างประเมินความเสียหายเป็นจุด ๆ ก่อนนำกลับมาใช้

กรมประชาสัมพันธ์ / สำนักงานตำรวจแห่งชาติ — แนวทางตรวจบ้านและรถหลังน้ำลด โดยระบุไม่ควรสตาร์ทรถที่จมน้ำทันที
Toyota — คู่มือซ่อมรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม — ข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำ กรองอากาศ น้ำมันเครื่อง ATF ระบบไฟฟ้า และการถอดทำความสะอาดภายใน
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) — แนวทางรับมือรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเกิดน้ำท่วม รวมถึงการไม่สตาร์ทรถ EV ที่จมน้ำ
กรมการขนส่งทางบก — ระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถและเกณฑ์การวินิจฉัยผลการตรวจสภาพรถ
Toyota Sure — ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความเสียหายและชิ้นส่วนที่ต้องตรวจหลังรถถูกน้ำท่วม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — ข้อมูลและคำแนะนำด้านการรับมืออุทกภัยและการฟื้นฟูหลังน้ำลด
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทยเทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพยไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้างนอนน้ำลายไหลไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ไม่ได้แปลว่าหลับลึก — จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร?เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปีAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69ปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เลข 56-08-69 เปิดอีกชั้น 95 จากวันออกรางวัลกรุงเทพฯ เคยน้ำท่วมนาน 4 เดือน! ย้อนรอยมหาอุทกภัยปี 2526โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิมไขความลับยีราฟ: ทำไมลิ้นต้องยาวครึ่งเมตรและมีสีน้ำเงินเข้ม?รางวัลที่ 1 เลขไหนที่ไม่ค่อยโผล่มา? ดูสถิติ 478 งวดแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่ถูกสักที
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รถยนต์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมกรุงเทพฯ ท่วมทั้งที่เจ้าพระยายังไม่ล้น? เปิดเส้นทางน้ำตั้งแต่ฝนตกจนถึงท่อระบายจาก 3 เป็น 50 เขต กทม.ยกระดับพื้นที่ประสบสาธารณภัย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องศีลานุสสติ ๒๖๐๐: วิถีแห่งความปกติในโลกที่ผันผวน (สร้างกับ เอไอ)เจ็บแต่จริง! ความรักเปลี่ยนความจริงไม่ได้ หยุดเอาหัวใจไปเสี่ยงกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ตั้งกระทู้ใหม่