หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เลือดกำเดาไหลเกิดจากอะไร หยุดเลือดอย่างไร และเมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาล

เขียนโดย preechalcpd

แค่เลือดสีแดงหยดแรกไหลออกจากจมูก บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนทันที บางคนรีบเงยหน้า บางคนเอากระดาษยัดเข้าไปในรูจมูก บางคนตกใจจนไม่รู้ว่าควรนั่งหรือนอนกันแน่ ทั้งที่เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องร้ายแรง แต่การช่วยเหลือผิดวิธีก็ทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือทำให้กลืนเลือดเข้าไปมากโดยไม่จำเป็น

ภายในจมูกมีเส้นเลือดขนาดเล็กอยู่ใกล้ผิวมาก โดยเฉพาะบริเวณผนังกั้นจมูกด้านหน้า จึงระคายเคืองและแตกได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด อากาศแห้ง การแคะจมูก การสั่งน้ำมูกแรง ไข้หวัด ภูมิแพ้ การกระแทก หรือการใช้ยาพ่นจมูกบางชนิด ล้วนเกี่ยวข้องกับอาการนี้ได้

ถ้าเลือดกำเดากำลังไหล วิธีที่ควรทำมีลำดับไม่ซับซ้อน

• นั่งตัวตรงและก้มหน้าเล็กน้อย อย่าแหงนหน้า เพราะเลือดอาจไหลลงคอ

• ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบส่วนอ่อนของจมูกทั้งสองข้าง ตรงบริเวณใต้สันจมูก ไม่ใช่บีบตรงกระดูกแข็งด้านบน

• บีบค้างต่อเนื่องประมาณ 10–15 นาที หายใจทางปาก และอย่าปล่อยมือออกมาดูทุกไม่กี่วินาที

• เมื่อเลือดหยุดแล้ว ให้นั่งพักต่อ หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก แคะจมูก ออกแรงมาก หรือก้มศีรษะต่ำในช่วงแรก

การบีบต้องมีแรงพอให้ปีกจมูกแนบกัน แต่ไม่ควรบีบจนเจ็บมาก หากมีเลือดไหลออกมาก ให้ใช้ภาชนะหรือผ้าสะอาดรองไว้แทนการก้มหน้าไปเช็ดซ้ำไปมา การประคบเย็นบริเวณสันจมูกอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการนั่งก้มหน้าและบีบส่วนอ่อนของจมูกอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่พบได้บ่อยไม่ได้มีเพียงเรื่องอากาศร้อนหรือความดันโลหิตสูงเท่านั้น อากาศแห้งจากเครื่องปรับอากาศ ฝุ่น ควัน การจามบ่อย และเยื่อบุจมูกที่อักเสบจากภูมิแพ้ ทำให้ผิวด้านในจมูกแห้งและเกิดรอยแตกเล็ก ๆ ได้ การแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรงก็ทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นฉีกได้ง่าย

เลือดกำเดาไหลเป็นครั้งคราวจึงอาจเกิดขึ้นในคนที่ไม่มีโรคประจำตัวเลย ส่วนความดันโลหิตสูงไม่ใช่สาเหตุทั่วไปของเลือดกำเดาไหลโดยตรง แต่ถ้าเลือดออกแล้วหยุดยาก หรือมีโรคและยาบางชนิดที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง อาการอาจดูรุนแรงขึ้นได้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และยาบางกลุ่มที่ใช้บรรเทาอาการปวด จึงควรถูกแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอ

สิ่งที่หลายคนทำตามความเคยชิน แต่อาจไม่ช่วยให้เลือดหยุดเร็วขึ้น

• เงยหน้าหรือเอนตัวนอนราบ เพราะเลือดอาจไหลลงคอ ทำให้ไอ คลื่นไส้ หรืออาเจียน

• ยัดกระดาษ ทิชชู หรือสำลีเข้าไปลึก ๆ เพราะเมื่อนำออกอาจดึงสะเก็ดเลือดที่กำลังก่อตัวออกมาด้วย

• ปล่อยมือจากจมูกบ่อย ๆ เพื่อเช็กว่าเลือดหยุดหรือยัง ทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังปิดแผลถูกรบกวน

• สั่งน้ำมูกแรง แคะจมูก ออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนักทันทีหลังเลือดหยุด

ถ้าจำเป็นต้องใช้กระดาษ ให้ใช้รองรับเลือดด้านนอกอย่างเบามือ ไม่ควรอุดจมูกลึกจนมองไม่เห็นว่ามีเลือดไหลต่อหรือไม่ และไม่ควรให้ผู้ที่กำลังเลือดออกนอนหงาย เพราะอาจสำลักเลือดได้

สำหรับคนที่เป็นซ้ำบ่อย การดูแลเยื่อบุจมูกให้ชุ่มชื้นช่วยลดการระคายเคืองได้ ใช้น้ำเกลือพ่นจมูกตามฉลาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และฝุ่น รวมถึงไม่เปิดเครื่องปรับอากาศให้ลมเป่าหน้าโดยตรง หากห้องแห้งมาก อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้นที่ทำความสะอาดสม่ำเสมอ

เจลเพิ่มความชุ่มชื้นหรือปิโตรเลียมเจลลี่บางชนิดอาจใช้ทาบริเวณด้านหน้าของรูจมูกได้ แต่ควรใช้เพียงเล็กน้อยและไม่แหย่ลึกเข้าไป การใช้ยาพ่นจมูกแก้คัดจมูกหรือยาพ่นภูมิแพ้ควรทำตามวิธีที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ เพราะการพ่นผิดทิศหรือใช้ถี่เกินไปอาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองและมีเลือดออกได้

สัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการเอง คือเลือดยังไหลต่อเนื่องหลังบีบจมูกอย่างถูกวิธี 10–15 นาที หรือไหลมากจนควบคุมไม่ได้ มีอาการหน้ามืด อ่อนแรง หายใจลำบาก กลืนเลือดจำนวนมากจนคลื่นไส้อาเจียน เลือดกำเดาเริ่มหลังถูกกระแทกที่ศีรษะหรือใบหน้า รวมถึงกรณีที่กำลังใช้ยาซึ่งทำให้เลือดแข็งตัวช้าหรือมีโรคเลือดอยู่เดิม

ถ้าเลือดกำเดาไหลซ้ำหลายครั้งโดยหาสาเหตุไม่ได้ หรือมีรอยช้ำง่าย เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนมากผิดปกติ หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคเลือด ควรนัดตรวจเพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากอากาศร้อนเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจตรวจภายในจมูก ทบทวนยาที่ใช้อยู่ และพิจารณาตรวจเลือดตามอาการ

จำง่าย ๆ คือ นั่งตัวตรง ก้มหน้า บีบส่วนอ่อนของจมูกต่อเนื่อง และไม่ยัดอะไรเข้าไปลึก ๆ หากเลือดไม่หยุดหรือมีอาการผิดปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการตรวจวินิจฉัยเฉพาะบุคคลได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเลือด หรือผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หากไม่แน่ใจว่าเลือดออกมากเพียงใดหรืออาการดูผิดปกติ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 46 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปุ่มเล็กกลางฝาขวดแยมไม่ได้มีไว้ให้กดเล่น แล้วทำไมขวดใหม่ถึงไม่ควรดัง “ป๊อก”?หญ้าขัด วัชพืชริมทางสารพัดประโยชน์ จากต้นหญ้าสู่ไม้กวาดคู่บ้านทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูงรัฐบาลเนปาลได้ออกแถลงการณ์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยระบุว่า "เทือกเขาหิมาลัยยังรอคุณอยู่"เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาแม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทเปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?ลูกเหม็นไล่แมลงยังไง ทำไมต้องใช้ในกล่องปิดสนิทอาการ...เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย และเมื่อไรควรไปหาหมอ6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?จังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุดในไทยคือโคราชที่มีถึง 32 อำเภอ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมลมโดนตัวแล้วรู้สึกดีทันทีทั้งที่อุณหภูมิห้องเท่าเดิมปุ่มเล็กกลางฝาขวดแยมไม่ได้มีไว้ให้กดเล่น แล้วทำไมขวดใหม่ถึงไม่ควรดัง “ป๊อก”?หญ้าขัด วัชพืชริมทางสารพัดประโยชน์ จากต้นหญ้าสู่ไม้กวาดคู่บ้าน5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศลูกเหม็นไล่แมลงยังไง ทำไมต้องใช้ในกล่องปิดสนิทอาการ...เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย และเมื่อไรควรไปหาหมอ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาการ...เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย และเมื่อไรควรไปหาหมออะมีบาไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือเรียน แต่มันมากับอาหารและน้ำได้ผลไม้ที่น้ำตาลสูงปี๊ด กินได้แต่ต้องรู้จังหวะไส้ติ่งแตกอันตรายแค่ไหนเมื่อปวดท้องขวาแล้วปล่อยไว้
ตั้งกระทู้ใหม่