หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขุนพันธ์ มือปราบดาบแดง กับเส้นทางที่ไสยเวทย์ต้องเดินคู่กฎหมาย

เขียนโดย evileyes

ชื่อของ “ขุนพันธ์” ไม่ได้เดินทางมาถึงคนรุ่นหลังด้วยภาพของนายตำรวจธรรมดา แต่ติดมาพร้อมดาบที่หุ้มถุงผ้าสีแดง เรื่องเล่าคาถาอาคม และรายชื่อโจรที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้คนทั้งเมืองหวาดระแวง ในยุคข่าวสารเดินทางช้า การที่ชื่อตำรวจคนหนึ่งถูกพูดถึงข้ามจังหวัด ย่อมมีทั้งผลงานจริงและเรื่องเล่าที่ถูกเติมสีสันระหว่างทาง ชีวิตของพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชจึงอยู่ตรงรอยต่อระหว่างประวัติศาสตร์ราชการกับตำนานพื้นบ้าน

เดิมท่านชื่อ “บุตร พันธรักษ์” เกิดในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเติบโตในภาคใต้ที่ยังมีชุมชนชนบท เส้นทางคมนาคมลำบาก และอำนาจรัฐซึ่งเข้าไม่ถึงทุกพื้นที่ เอกสารจากแหล่งการศึกษาบางแห่งระบุปีเกิดต่างกัน คือ พ.ศ. ๒๔๔๖ และ ๒๔๔๗ แต่ตรงกันว่าเป็นคนเมืองนครฯ และมีพื้นฐานการฝึกฝนทางกายที่โดดเด่น ทั้งมวยไทย ยูโด และยิมนาสติก ก่อนเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจห้วยจระเข้ใน พ.ศ. ๒๔๖๘ และสำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. ๒๔๗๒

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นก่อนเข้ารับราชการ มีเรื่องเล่าว่าที่พักของท่านในกรุงเทพฯ ถูกโจรงัดและขโมยทรัพย์สินไป เหตุการณ์นั้นทำให้ความตั้งใจที่จะเรียนสายแพทย์เปลี่ยนเป็นการเลือกเส้นทางตำรวจ ฟังดูเหมือนเหตุบังเอิญเล็ก ๆ แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมท่านจึงสนใจการปราบโจรอย่างจริงจัง เพราะเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง

หลังจบการศึกษา ท่านเริ่มงานตำรวจในภาคใต้ ก่อนย้ายไปเป็นผู้บังคับหมวดที่จังหวัดพัทลุงใน พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่นี่เองชื่อของบุตร พันธรักษ์ เริ่มถูกพูดถึงจากการปราบ “เสือสัง” หรือ “เสือพุ่ม” ผู้ร้ายที่มีชื่อเสียงและมีผู้คนเกรงกลัว การปฏิบัติการครั้งนั้นมีตำรวจผู้ร่วมงานและคนในพื้นที่ช่วยนำทาง จึงไม่ควรเล่าแบบฮีโร่เดี่ยว เพราะเบื้องหลังความสำเร็จมีการสืบข่าว ความไว้ใจของชาวบ้าน และการทำงานเป็นทีม

ต่อมา ท่านมีผลงานปราบผู้ร้ายหลายพื้นที่ ตั้งแต่ภาคใต้ไปจนถึงภาคกลาง รายชื่อที่ปรากฏในประวัติ ได้แก่ เสือกลับ เสือเมือง เสือทอง เสือย้อย เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสือดำ และเสือมเหศวร รวมถึง “อะแวสะดอ ตาเละ” บริเวณเทือกเขาบูโด นราธิวาส เหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ทำให้ชาวไทยมุสลิมเรียกท่านว่า “รายอกะจิ” ความหมายทำนองว่าอัศวินพริกขี้หนู ชื่อเสียงจึงขยายไปถึงผู้คนต่างศาสนาและต่างภูมิภาค

แล้วคำว่า “จอมขมังเวทย์” เข้ามาอยู่คู่กับชื่อขุนพันธ์ได้อย่างไร ส่วนนี้ต้องแยกความจริงออกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือภาพจำทางสังคม ผู้คนในยุคนั้นให้คุณค่ากับพระเครื่อง คาถา การลงอักขระ และวิชาอาคม นายตำรวจที่ออกปราบโจรซึ่งถูกเล่าว่ามีของดี จึงถูกมองว่าต้องมีวิชาไว้ป้องกันตัว อีกชั้นคือเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาเกี่ยวกับการศึกษาวิชาจากครูบาอาจารย์และพระเกจิ สิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อและคำบอกเล่า ไม่ใช่หลักฐานว่าเวทมนตร์ทำให้กระสุนยิงไม่เข้า หรือทำให้โจรยอมแพ้โดยอัตโนมัติ

สิ่งที่อธิบายความสำเร็จได้จับต้องกว่าคือทักษะของตำรวจภาคสนาม ขุนพันธ์มีพื้นฐานการต่อสู้ รู้จักภูมิประเทศ เข้าใจนิสัยคน และใช้เครือข่ายข่าวสารในท้องถิ่น การตามจับโจรที่หลบอยู่ตามป่าเขาหรือมีผู้คุ้มครอง ต้องรู้ว่าใครเป็นญาติ ใครส่งเสบียง เส้นทางไหนใช้หลบหนี และเวลาใดที่เป้าหมายเผลอ ความน่าเกรงขามจากชื่อเสียงก็มีผลทางจิตวิทยา เพราะฝ่ายตรงข้ามอาจรู้สึกว่ากำลังจะเจอกับคนที่มีทั้งฝีมือและอำนาจลึกลับ

ดาบแดงจึงมีความหมายมากกว่าอาวุธประจำตัว เอกสารท้องถิ่นระบุว่าดาบมีฝักหุ้มถุงผ้าสีแดง และมีความเชื่อว่าเป็นดาบที่สืบทอดจากพระยาพิชัยดาบหัก แต่เรื่องสายการสืบทอดควรวางไว้ในฐานะ “ความเชื่อ” มากกว่าข้อเท็จจริงที่รับรองได้ทั้งหมด ถึงอย่างนั้น ดาบเล่มนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจน สีแดงทำให้คนจำได้ และภาพนายตำรวจถือดาบทำให้เรื่องราวมีเอกลักษณ์ เมื่อถูกเล่าซ้ำ สัญลักษณ์ก็ยิ่งแข็งแรงกว่ารายละเอียดทางราชการ

การมองขุนพันธ์ในวันนี้จึงควรระวังไม่ให้เหลือเพียงภาพ “ตำรวจหนังเหนียวจับเสือมือเปล่า” เพราะการปราบปรามในอดีตมีความรุนแรง มีการปะทะ และมีผู้เสียชีวิตจริง ตำนานมักเลือกจำฉากที่กล้าหาญ แต่ไม่ค่อยเล่าความเสี่ยง ความผิดพลาด หรือชีวิตชาวบ้านที่อยู่ท่ามกลางอิทธิพลของโจรกับเจ้าหน้าที่รัฐ การยกย่องบุคคลหนึ่งไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกเรื่องเหนือธรรมชาติ การแยก “ผลงานที่มีหลักฐาน” ออกจาก “สีสันของเรื่องเล่า” ทำให้ภาพของขุนพันธ์น่าเชื่อถือขึ้น

หลังรับราชการมายาวนาน ขุนพันธ์เกษียณจากตำรวจใน พ.ศ. ๒๕๐๗ และยังเป็นบุคคลที่สังคมภาคใต้ให้ความเคารพ ท่านถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คนหลายรุ่นได้พบ ได้ฟังคำบอกเล่า และนำเรื่องของท่านไปสร้างเป็นหนัง หนังสือ รายการโทรทัศน์ รวมถึงวัตถุมงคล ภาพจำจึงไม่ได้หยุดอยู่ในแฟ้มราชการ แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนไทย

เหตุผลที่ชื่อ “ขุนพันธ์” ยังไม่หายไป ไม่ได้มีแค่เรื่องไสยเวทย์หรือดาบแดง หากอยู่ที่การเป็นตัวแทนของยุคที่กฎหมายต้องเดินทางเข้าไปหาความกลัวด้วยกำลังคนไม่กี่คน ท่านมีทั้งตัวตนจริง ผลงานจริง ความเชื่อของสังคม และการเล่าขานที่เพิ่มพลังให้กันไปมา เมื่ออ่านอย่างมีสติ จะเห็นนายตำรวจผู้ฝึกฝนตนเอง เห็นบ้านเมืองที่ยังต้องพึ่งคนภาคสนาม และเห็นวิธีที่สังคมสร้างวีรบุรุษขึ้นจากความต้องการให้ความยุติธรรมมีรูปร่างจับต้องได้

ดังนั้น “ไสยเวทย์สยบโจร” อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของเรื่องขุนพันธ์ แต่เป็นประตูสู่ประวัติศาสตร์อีกยุค คาถาอาคมทำให้ตำนานน่าจดจำ ดาบแดงทำให้ภาพชัดเจน ส่วนการสืบข่าว ความกล้า วินัย และการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ต่างหากที่ทำให้ชื่อของท่านยืนอยู่ได้นาน เมื่อแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน ขุนพันธ์จึงกลายเป็นมนุษย์จริงที่น่าสนใจกว่าตัวละครเหนือจริง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ก.ย. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านสะพานที่ชื่ออ่านยากที่สุดในกรุงเทพฯ4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญทำไม 1 สัปดาห์ต้องมี 7 วัน?สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน"Dameisha" ชายหาดที่คนแน่นที่สุดในโลก จนแทบไม่เห็นผืนทราย!108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงเปิดตำนาน "สีเสื้อมงคล" มาจากไหน? มูตามตารางได้ แต่กาลเทศะสำคัญกว่า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
16 สิงหาคม วันสันติภาพไทย วันที่ประเทศไทยกลับคืนสู่สันติจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พระพุทธรูปไม่ได้เป็นภาพเหมือน แล้วหน้าตาพระพุทธเจ้ามาจากไหนกันแน่ จากตำนาน พระไตรปิฎก และศิลปะโบราณคุกเปลี่ยนคนได้จริงหรือ เมื่อการลงโทษอาจกลายเป็นโรงเรียนของอาชญากรรมทำไมคนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่าฯ เองได้ แต่ 13 จังหวัดต้องรอมหาดไทยเคาะชื่อให้?จักรวรรดิอเมริกาเริ่มต้นตรงไหน จากการขยายแผ่นดินสู่มหาอำนาจระดับโลก
ตั้งกระทู้ใหม่