หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม 1 สัปดาห์ต้องมี 7 วัน?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งแล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมเราจึงไม่เคยตั้งคำถามกับเรื่องใกล้ตัวอย่าง “หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน” ทั้งที่หากมองกันตามหลักตัวเลข 5 วันหรือ 10 วันก็ดูจะแบ่งง่ายและจำง่ายไม่แพ้กัน


วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ครบ 7 วันก็เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ วนเวียนเช่นนี้มาตั้งแต่จำความได้ จนคนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์จริง ๆ กลับพบว่า 7 วันไม่ได้เป็นกฎที่ธรรมชาติกำหนดเอาไว้ และมนุษย์ก็ไม่ได้ใช้ระบบนี้มาตั้งแต่แรก


เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปไกลกว่าสองพันปี และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนโบราณมองขึ้นไปบนท้องฟ้า


จุดเริ่มต้นอาจอยู่ที่ดวงจันทร์
อารยธรรมโบราณในดินแดนเมโสโปเตเมีย โดยเฉพาะชาวบาบิโลน ให้ความสำคัญกับการสังเกตดวงดาวและดวงจันทร์เป็นอย่างมาก เพราะท้องฟ้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวยงามสำหรับพวกเขา แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดฤดูกาล พิธีกรรม และการดำเนินชีวิต


ดวงจันทร์ใช้เวลาประมาณ 29.5 วันในการครบหนึ่งรอบของข้างขึ้นข้างแรม เมื่อนำช่วงเวลาดังกล่าวมาแบ่งออกเป็นประมาณ 4 ช่วง จึงได้ช่วงละประมาณ 7 วันเศษ


ตัวเลข 7 จึงมีความใกล้เคียงกับวงจรดวงจันทร์อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ได้ลงตัวทางคณิตศาสตร์ก็ตาม
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คนโบราณยังมองเห็น วัตถุท้องฟ้าที่เคลื่อนที่แตกต่างจากดาวฤกษ์อยู่ 7 ดวง ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์


สำหรับมนุษย์ในยุคนั้น วัตถุทั้ง 7 มีความสำคัญอย่างยิ่ง และถูกเชื่อมโยงเข้ากับเทพเจ้า ความเชื่อ และการแบ่งช่วงเวลา


ร่องรอยของแนวคิดนี้ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือคำว่า Sunday ซึ่งสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ Monday กับดวงจันทร์ และ Saturday กับดาวเสาร์


พูดง่าย ๆ คือ ปฏิทินที่เราใช้กันทุกวันนี้ ยังมีร่องรอยความเชื่อของคนโบราณซ่อนอยู่ในชื่อวันแต่ละวัน
แต่เรื่องไม่ได้จบแค่บาบิโลน
ระบบ 7 วันค่อย ๆ แพร่ผ่านโลกโบราณและได้รับการปรับใช้ในวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะชาวยิว กรีก และโรมัน


ในศาสนายิว สัปดาห์ 7 วันมีความสำคัญอย่างมาก โดยวันที่ 7 เป็นวันสะบาโต ซึ่งเป็นวันหยุดพักและประกอบพิธีทางศาสนา แนวคิดเรื่องการทำงาน 6 วันและพักวันที่ 7 ยิ่งทำให้เลข 7 ฝังรากลึกในวัฒนธรรมตะวันตก
ต่อมาระบบดังกล่าวก็แพร่เข้าสู่โลกกรีกและโรมัน


และตรงนี้เองที่มีเรื่องน่าสนใจ เพราะ ชาวโรมันไม่ได้ใช้สัปดาห์ 7 วันมาตั้งแต่แรก


ก่อนหน้านั้นชาวโรมันมีรอบเวลา 8 วัน หรือที่เรียกว่า Nundinal Cycle ซึ่งเกี่ยวข้องกับวันตลาดและกิจกรรมทางสังคม


แปลว่าในอดีตมนุษย์เคยใช้ระบบที่แตกต่างจาก 7 วันจริง ๆ


ดังนั้น หากใครคิดว่า “หนึ่งสัปดาห์มี 7 วันเพราะธรรมชาติกำหนดมาแบบนั้น” คำตอบก็คือไม่ใช่เสียทีเดียว
แล้วทำไม 7 วันถึงชนะ?


ผู้เขียนมองว่านี่เป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องทั้งหมด

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครสามารถชี้ได้ว่า วันหนึ่งมนุษย์ทั้งโลกพร้อมใจกันประชุมแล้วลงมติว่า สัปดาห์ต้องมี 7 วัน


แต่มันเกิดจากการสะสมของหลายสิ่ง ทั้งดาราศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม อำนาจทางการเมือง และความเคยชิน
เมื่อระบบ 7 วันได้รับการยอมรับในโลกของจักรวรรดิโรมัน ระบบนี้ก็ยิ่งแพร่กระจายออกไป และเมื่อศาสนาคริสต์มีอิทธิพลมากขึ้น ความสำคัญของวันอาทิตย์ก็ยิ่งช่วยทำให้โครงสร้าง 7 วันนี้แข็งแรงขึ้น


กระทั่งในปี ค.ศ. 321 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 ยังออกคำสั่งให้วันอาทิตย์เป็นวันพักสำหรับกิจกรรมบางประเภทในจักรวรรดิ


จากสิ่งที่เริ่มต้นด้วยการสังเกตท้องฟ้า จึงค่อย ๆ กลายเป็นธรรมเนียมทางสังคมและศาสนาที่คนหลายยุคหลายสมัยยอมรับต่อกันมา


และมนุษย์เคยพยายามเปลี่ยนเป็น 10 วันมาแล้ว


เรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อย้อนกลับไปในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
ในเวลานั้นมีการทดลองใช้ปฏิทินรูปแบบใหม่ที่พยายามจัดระบบเวลาให้สอดคล้องกับแนวคิดฐานสิบ โดยเปลี่ยนจากสัปดาห์ 7 วันมาเป็นรอบ 10 วัน ซึ่งเรียกว่า “เดเคด”


ฟังดูแล้วอาจเป็นระบบที่มีเหตุผลไม่น้อย เพราะเลข 10 สามารถแบ่งได้ง่ายและสอดคล้องกับระบบเลขฐานสิบที่มนุษย์ใช้กันทั่วไป
แต่เมื่อเข้าสู่ชีวิตจริงกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด


รอบ 10 วันทำให้ผู้คนต้องทำงานติดต่อกันยาวนานขึ้นกว่าจะถึงวันพัก อีกทั้งยังขัดกับความเคยชินทางศาสนาและสังคมที่สะสมมานานหลายร้อยปี


สุดท้ายระบบดังกล่าวก็ไม่ได้อยู่ต่ออย่างถาวร


ตรงนี้ทำให้ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า บางครั้งสิ่งที่มนุษย์ใช้กันมานาน ไม่ได้อยู่รอดเพราะมันสมบูรณ์แบบที่สุด แต่อยู่รอดเพราะผู้คนจำนวนมหาศาลคุ้นเคยกับมันแล้ว


หากโลกในอดีตเลือก 10 วัน วันนี้เราอาจไม่รู้สึกว่ามันแปลก


ลองจินตนาการเล่น ๆ หากระบบ 10 วันของฝรั่งเศสได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย และสามารถยืนหยัดต่อมาได้จนถึงยุคปัจจุบัน
วันนี้เราอาจกำลังพูดกันว่า
“อีกสองวันก็ได้หยุดแล้ว อดทนหน่อย”
แทนที่จะพูดว่า “อีกสองวันก็วันเสาร์แล้ว”


ความรู้สึกของเราคงไม่ต่างกัน เพราะมนุษย์สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบเวลาแบบใดแบบหนึ่งได้ เมื่อสังคมส่วนใหญ่ใช้เหมือนกัน


นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่อง “สัปดาห์ 7 วัน” จึงน่าสนใจกว่าที่คิด
เพราะ วันและปีมีรากฐานจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างชัดเจน แต่สัปดาห์กลับเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและสืบทอดต่อกันมา


วันนี้ 7 วันกลายเป็นมาตรฐานของโลก
ปัจจุบันระบบ 7 วันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน ตั้งแต่การทำงาน โรงเรียน วันหยุด การเดินทาง ไปจนถึงการวางแผนชีวิต
มาตรฐาน ISO 8601 กำหนดให้หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน และกำหนดวันจันทร์เป็นวันแรกของสัปดาห์ในระบบมาตรฐานดังกล่าว ขณะที่บางประเทศและบางวัฒนธรรมยังคงถือวันอาทิตย์เป็นวันแรกของสัปดาห์


กล่าวได้ว่า มนุษย์ทั่วโลกเห็นตรงกันว่าสัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเห็นตรงกันว่าวันใดคือวันแรก

ในมุมมองของผู้เขียน เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า หลายสิ่งที่เราคิดว่าเป็น “กฎธรรมชาติ” แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียง ข้อตกลงที่มนุษย์สะสมและยอมรับร่วมกันมานานจนกลายเป็นความเคยชิน


ลองคิดดูว่า เราตื่นเช้ามาเห็นวันจันทร์ก็รู้ว่าต้องเริ่มต้นทำงาน พอถึงวันเสาร์ก็รู้ว่าใกล้วันหยุด ทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาจนแทบไม่เคยถามว่า ใครเป็นคนกำหนดว่าต้องเป็นแบบนี้
แต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ กลับพบว่าเบื้องหลังวันทั้ง 7 มีทั้งดวง

จันทร์ ดวงดาว เทพเจ้า ศาสนา จักรวรรดิ และความเชื่อของผู้คนหลายยุคหลายสมัยปะปนกันอยู่
ที่สำคัญกว่านั้นคือ มนุษย์เคยทดลองใช้ระบบอื่นจริง ๆ


ทั้ง 5 วัน 8 วัน หรือ 10 วัน ล้วนเคยปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ เพียงแต่ระบบ 7 วันสามารถยืนหยัดผ่านกาลเวลาและถูกส่งต่อจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่งได้สำเร็จ


จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เราจะรู้สึกว่า “7 วัน” เป็นเรื่องธรรมชาติ ทั้งที่ในความเป็นจริง มันคือหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งต่อกันมานานนับพันปี


และถ้าประวัติศาสตร์ในอดีตเดินไปอีกทางหนึ่งจริง ๆ ก็ไม่มีใครรู้ว่า วันนี้เราจะกำลังนั่งบ่นกันอยู่หรือไม่ว่า
“เมื่อไรจะถึงวันที่ 10 สักที ทำไมสัปดาห์นี้ยาวเหลือเกิน!”


เรื่องใกล้ตัวบางเรื่อง เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ กลับมีเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิดจริง ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : SOHA

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำความรู้จัก"ญิน"อาถรรพ์บาตรแตกเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 กันยายน 69 สายพญานาค อย่าพลาด4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดเหรียญราคา 5 บาท รุ่นที่ถูกผลิตน้อยและหาได้ยากที่สุดระดับตำนานสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันกรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาทหนุ่มสกลนคร ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 24 ล้านระทึกกลางเวทีออกรางวัล! ตัวเลขหลักที่ 4 ไม่โชว์ คอหวยผวาซ้ำรอยปมเก่า งวด 16 ส.ค. จะโมฆะไหม? แบบนี้ประชาชนฟ้องรับเงินฟรีได้ไหม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
นิยายชวนฝัน :: ใต้ปีกของผีเสื้อ 🦋ถ้าได้เล่นคู่กันเป็นเรื่องที่สอง มันจะไม่ปัง🔥ไม่ฟินเหรอ??มุมมองความรัก ฉางหลิงเฮ่อยกให้เป็นที่สุดแห่งปี 🏆 ฉายานี้มอบให้พระเอก
ตั้งกระทู้ใหม่