หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ยุคทอง ของเมืองนครศรีธรรมราช

เขียนโดย peetong

ย้อนรอย 3 ยุคทอง “เศรษฐกิจนครศรีธรรมราช” หลังปี 2530: จากตระกูลเงินกุ้ง ตราจตุคามฯ ถึงราคายางร้อยแปด

 

หากกางแผนที่เศรษฐกิจของภาคใต้ และเจาะลึกมายัง จังหวัดนครศรีธรรมราช นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา หัวเมืองใหญ่แห่งนี้ผ่านความเปลี่ยนแปลง บทเรียน และคลื่นเศรษฐกิจมาหลายระลอก แต่หากถามถึง “ยุคที่เศรษฐกิจคึกคัก เงินสะพัด และผู้คนลืมตาอ้าปากได้มากที่สุด” ภาพความทรงจำของชาวนครฯ มักจะสะท้อนผ่าน 3 ช่วงเวลาสำคัญที่เปรียบเสมือนยุคทองในแต่ละมิติ

 

1. ยุค “ตระกูลเงินกุ้งกุลาดำ” (ช่วงปี พ.ศ. 2532 – 2538)

 

ย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 2530 พื้นที่ชายฝั่งทะเลของนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็น อ.ปากพนัง, อ.หัวไทร, อ.เชียรใหญ่ และ อ.ท่าศาลา ถูกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรม **"เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ"** อย่างเต็มรูปแบบ

 

ในยุคนั้น กุ้งกุลาดำกลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เนรมิตเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน สภาพเศรษฐกิจฐานรากขยายตัวรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ วงการค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง โชว์รูมรถยนต์ และธุรกิจบริการในเมืองนครฯ เติบโตอย่างหวือหวา เม็ดเงินจากการขายกุ้งหมุนเวียนในท้องถิ่นวันละหลายสิบล้านบาท แม้ภายหลังอุตสาหกรรมกุ้งจะประสบปัญหาสภาพแวดล้อมและโรคระบาดจนซบเซาลง แต่ยุคกุ้งกุลาดำก็ถือเป็นคลื่นลูกแรกที่สร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาลหลังปี 2530

 

2. ยุคกระแส “จตุคามรามเทพฟีเวอร์” (ช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2550)

 

หากวัดด้วย “ความสะพัดของเงินในระดับมหภาคและการเดินทางเข้ามาของคนนอกพื้นที่” ไม่มีช่วงเวลาใดจะเปรี้ยงปังไปกว่ายุควัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ

 

ในช่วงปี 2548–2550 นครศรีธรรมราชกลายเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของคนทั้งประเทศและชาวต่างชาติ ประเมินกันว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่จังหวัดนับหมื่นล้านบาท กระแสนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในวงการพระเครื่อง แต่ส่งผลอิมแพกต์แบบโดมิโนไปยังทุกภาคธุรกิจ:

 

การเดินทางและท่องเที่ยว: เที่ยวบินบินลงสนามบินนครศรีธรรมราชเต็มทุกเที่ยว รถไฟ รถทัวร์ รถเช่าถูกจองข้ามเดือน

 

โรงแรมและบริการ: ห้องพักในตัวเมืองและอำเภอใกล้เคียงเต็มแน่นตลอดปี ร้านอาหาร ร้านของฝาก และร้านขนมจีนเมืองนครฯ ขายดีจนผลิตไม่ทัน

 

เศรษฐกิจชุมชน: เกิดการจ้างงานในห่วงโซ่การผลิตอย่างมหาศาล ทั้งงานช่างทอง ช่างเลี่ยมพระ โรงพิมพ์ ตลับสแตนเลส และอุตสาหกรรมขนส่งพัสดุ

 

กระแสจตุคามฯ ในยุคนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเชื่อ แต่คือปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ (Economic Phenomenon) ที่พลิกโฉมการท่องเที่ยวและบริการของนครศรีธรรมราชอย่างสิ้นเชิง

 

3. ยุคทอง “ราคายางพาราสถิติโลก” (ช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2554)

 

ถัดจากกระแสความศรัทธา นครศรีธรรมราชเข้าสู่ยุคทองทางเกษตรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง เมื่อราคายางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของคนในจังหวัด พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 

ในปี พ.ศ. 2553–2554 ราคายางแผ่นดิบและน้ำยางสดพุ่งสูงทะลุ 120 ถึง 170 บาทต่อกิโลกรัม (บางช่วงเวลาแตะระดับเฉลี่ยเกือบ 180 บาท/กก.) เนื่องจากนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ รายได้มหาศาลจึงกระจายลงสู่เกษตรกรฐานรากอย่างแท้จริง

 

- เกษตรกรมีกำลังซื้อสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

- ยอดขายรถยนต์ ยอดการสร้างบ้าน และอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่นขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

- ตลาดนัด ร้านค้าปลีก และธุรกิจในระดับอำเภอมีความคึกคักอย่างทั่วถึง เพราะ “เงินอยู่ในมือของคนส่วนใหญ่”

 

ยุคไหนคือ “ที่สุด”?

 

หากถกเถียงกันว่า ยุคไหนเศรษฐกิจดีที่สุด คงต้องแบ่งตามโครงสร้างเศรษฐกิจ:

 

- หากมองในมุม “เม็ดเงินหวือหวา ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเติบโตสุดขีด” ยุค จตุคามรามเทพฟีเวอร์ (2548–2550) คือที่สุดของปรากฏการณ์เงินสะพัด

- หากมองในมุม “ความเข้มแข็งของคนส่วนใหญ่ รายได้กระจายตัวสู่ฐานรากอย่างทั่วถึงที่สุด” ยุค ราคายางพาราพุ่งสูง (2553–2554) ถือเป็นยุคกินดีอยู่ดีที่สุดของชาวนครฯ

 

แม้ในปัจจุบัน (หลังปี 2562 เป็นต้นมา) เศรษฐกิจของนครศรีธรรมราชจะถูกขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างใหม่ๆ เช่น พืชผลราคาดีอย่างทุเรียนเศรษฐกิจ การเข้ามาของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ และการท่องเที่ยวสายมูยุคใหม่ (เช่น วัดเจดีย์ไอ้ไข่) แต่เมื่อย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจหลังปี 2530 ทั้ง 3 ยุคนี้คือหลักกิโลเมตรสำคัญที่บันทึกความเติบโตอันมั่งคั่งของเมืองนครศรีธรรมราชได้อย่างชัดเจนที่สุด

เนื้อหาโดย: peetong
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
peetong's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย peetong
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: peetong
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไขปริศนาถ้ำผีแมน: มรดกโบราณ 2,000 ปีกับการขนย้ายท่อนซุงยักษ์สู่หน้าผาสูงชันโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อF1 2026 เปลี่ยนอะไรบ้าง? ทำไม Active Aero ทำให้รถแข่งไม่เหมือนเดิมเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!หวยลาววันนี้ 18 ก.ย. 69 เปิดสถิติวันศุกร์ย้อนหลัง เลขไหนออกซ้ำดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาทเมื่อ “คนไข้” มาเคาะประตูเอง : นกกระทุงผู้รู้ว่าควรไปขอความช่วยเหลือที่ไหนมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนักReid Flying Submarine RFS-1 : ครั้งหนึ่งเมื่อเครื่องบินพยายามกลายเป็นเรือดำน้ำเลขเด็ด "เสือตกถัง (ปกฟ้า)" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569..เลขเด่น 8 มาแรง!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หวยลาววันนี้ 18 ก.ย. 69 เปิดสถิติวันศุกร์ย้อนหลัง เลขไหนออกซ้ำไขปริศนาถ้ำผีแมน: มรดกโบราณ 2,000 ปีกับการขนย้ายท่อนซุงยักษ์สู่หน้าผาสูงชัน😃 ชวนเข้ามาดูเหล่าคนที่มีบางส่วนของร่างกายที่ไม่เหมือนใครที่เราเห็นแล้วจะประหลาดใจสุด ๆ 😯จากทะเลเทธีส์สู่เมืองฮิตไทต์: ปริศนาฟอสซิลอายุ 66 ล้านปีแห่ง Külhöyükเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูแก้ซิงค์ล้างจานตันได้แค่ไหนเปิดตำนาน 'ราชวงศ์ปัลลวะ' ผู้สร้างมรดกโลกและรากเหง้าอักษรไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เล่าให้ฟัง
LGBTQ+ ควรรู้!วิธีดูแลสุขภาพทางเพศอย่างปลอดภัยจีวร มีทั้งหมดกี่สีทำไมผีต้องตากผ้าอ้อมว่ากันเรื่อง ข้าวแช่เย็นแล้วนำมาอุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่