ตำนานสวนลอยบาบิโลน สวนมหัศจรรย์ในตำนานอันเลื่องชื่อ
ตำนานสวนลอยบาบิโลน สวนมหัศจรรย์ในตำนานอันเลื่องชื่อ
ท่ามกลางทะเลทรายและผืนดินแห้งแล้งของเมโสโปเตเมียโบราณ มีเรื่องเล่าถึงสวนแห่งหนึ่งที่งดงามราวกับภูเขาสีเขียวถูกสร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ ต้นไม้สูงใหญ่ทอดกิ่งออกมาจากระเบียงที่ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป น้ำใสไหลผ่านชั้นต่าง ๆ และพืชพรรณนานาชนิดเติบโตอยู่เหนือพื้นดินราวกับสวนที่ลอยอยู่กลางอากาศ สถานที่แห่งนี้คือ สวนลอยบาบิโลน (Hanging Gardens of Babylon) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
แต่แตกต่างจากสิ่งมหัศจรรย์อีกหลายแห่ง ตรงที่สวนลอยบาบิโลนยังคงทิ้งคำถามสำคัญเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ว่า มันเคยมีอยู่จริงหรือไม่ และถ้ามี มันตั้งอยู่ที่ใดกันแน่?
เรื่องราวของสวนแห่งนี้ปรากฏอยู่ในงานเขียนของนักประวัติศาสตร์กรีกและโรมันหลายคนในเวลาต่อมา โดยพวกเขาบรรยายถึงสวนขนาดมหึมาที่สร้างเป็นระเบียงซ้อนกันขึ้นไป คล้ายภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง บนแต่ละชั้นมีการปลูกต้นไม้และพืชพรรณนานาชนิด จนทำให้พื้นที่ซึ่งรายล้อมด้วยภูมิประเทศแห้งแล้งกลายเป็นโอเอซิสสีเขียวที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ตามคำบอกเล่าที่แพร่หลายที่สุด สวนลอยถูกสร้างขึ้นในสมัยของ พระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 (Nebuchadnezzar II) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิบาบิโลเนียใหม่ ซึ่งครองราชย์ประมาณ 605–562 ปีก่อนคริสตกาล เรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อกันมาระบุว่า พระองค์ทรงสร้างสวนแห่งนี้เพื่อ พระมเหสีอะมีทิส (Amytis) ผู้มาจากดินแดนมีเดียและคิดถึงภูเขา ป่าไม้ และภูมิประเทศสีเขียวของบ้านเกิด
ตำนานจึงมักเล่าว่า พระองค์ต้องการสร้างภูมิประเทศที่คล้ายบ้านเกิดของพระมเหสีขึ้นกลางบาบิโลน เมืองซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบของเมโสโปเตเมีย ด้วยการสร้างสวนเป็นชั้นสูง ๆ และปลูกต้นไม้จำนวนมากให้ดูราวกับภูเขาเขียวขจี
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของอะมีทิสและสวนที่สร้างขึ้นเพื่อพระนางนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้จากเอกสารร่วมสมัยของบาบิโลน และนักวิชาการจึงมองว่าเรื่องนี้ควรถือเป็นตำนานหรือคำบอกเล่าที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลภายหลัง มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์อย่างเด็ดขาด
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือตัวเมืองบาบิโลนเองมีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมหาศาล ทั้งพระราชวัง กำแพง ประตูเมือง และจารึกจากรัชสมัยของเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 แต่กลับยังไม่มีโครงสร้างใดที่นักโบราณคดีสามารถระบุได้อย่างมั่นใจว่าเป็น “สวนลอย” ตามคำบรรยายของนักเขียนโบราณ งานวิจัยจาก Cambridge ระบุว่าแม้มีการขุดค้นเมืองบาบิโลนอย่างกว้างขวางและมีเอกสารร่วมสมัยจำนวนมาก ก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนของสวนแห่งนี้
นี่จึงทำให้สวนลอยบาบิโลนกลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่โด่งดังที่สุดของโลกโบราณ
คำบรรยายของสวนจากนักเขียนโบราณนั้นชวนให้จินตนาการถึงสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ ระเบียงจำนวนหลายชั้นถูกสร้างให้สูงขึ้นทีละระดับ มีเสาและโครงสร้างรับน้ำหนักอยู่ด้านล่าง ขณะที่ด้านบนปูด้วยวัสดุหลายชั้นเพื่อรองรับดินและรากของต้นไม้ หากสิ่งก่อสร้างนี้มีอยู่จริง การสร้างสวนที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่บนโครงสร้างสูงเช่นนี้ย่อมเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมอย่างมหาศาล
นักเขียนอย่าง Diodorus Siculus บรรยายว่าสวนมีลักษณะเป็นระเบียงที่ไล่ระดับสูงขึ้นคล้ายภูเขาหรือโรงละคร โดยชั้นบนสุดสูงประมาณ 50 ศอก หรือราว 20 เมตรกว่า ๆ ขณะที่แหล่งข้อมูลอื่นให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำแพงและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่แตกต่างกันไป ดังนั้นตัวเลขเรื่องความสูงและขนาดของสวนที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ จึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นค่าที่แน่นอน เพราะข้อมูลเหล่านี้มาจากคำบอกเล่าหลายยุคและมีความแตกต่างกันอยู่มาก
และแน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้สวนลอยถูกยกให้เป็น “สิ่งมหัศจรรย์” ไม่ได้มีเพียงต้นไม้จำนวนมหาศาล แต่คือคำถามสำคัญว่า คนในโลกโบราณนำน้ำขึ้นไปยังสวนที่อยู่สูงได้อย่างไร?
บาบิโลนตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแม่น้ำยูเฟรติสไหลผ่าน แม่น้ำสายนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย แต่การนำน้ำจากระดับพื้นดินขึ้นไปสู่สวนที่สร้างบนระเบียงสูงหลายชั้นย่อมเป็นงานที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
นักเขียนโบราณอย่าง Strabo กล่าวถึงระบบที่ใช้เครื่องจักรสำหรับยกน้ำขึ้นไปยังสวน ขณะที่คำบรรยายอื่น ๆ ก็พูดถึงกลไกที่ทำให้น้ำสามารถถูกส่งขึ้นสู่ระดับสูงแล้วไหลลงมาตามชั้นต่าง ๆ แนวคิดนี้ทำให้เกิดการสันนิษฐานมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่อาจถูกใช้ ตั้งแต่ระบบถังน้ำที่ทำงานต่อเนื่อง ไปจนถึงเครื่องยกน้ำแบบกลไก
อย่างไรก็ตาม การกล่าวว่าสวนแห่งนี้ใช้ “สกรูของอาร์คิมิดีส” โดยตรงควรระมัดระวัง เพราะอาร์คิมิดีสมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ขณะที่สวนตามตำนานมักถูกเชื่อมโยงกับเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ซึ่งอยู่ก่อนหน้านั้นหลายศตวรรษ จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าเครื่องมือดังกล่าวถูกใช้ในสวนลอยบาบิโลนจริง
ความเป็นไปได้ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งกลับนำเราออกจากบาบิโลนไปยัง เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) เมืองหลวงของจักรวรรดิอัสซีเรียซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองโมซุลในอิรักปัจจุบัน
นี่คือจุดที่เรื่องราวของสวนลอยเริ่มซับซ้อนขึ้น
นักวิชาการบางคนเสนอว่า สิ่งที่ชาวกรีกและโรมันเรียกว่า “สวนลอยบาบิโลน” อาจไม่ได้อยู่ที่บาบิโลนเลย แต่อาจเป็นสวนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในนีนะเวห์โดย กษัตริย์เซนนาเคอริบ (Sennacherib) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล
ทฤษฎีนี้ได้รับความสนใจจากหลักฐานหลายประเภท ทั้งจารึกอัสซีเรีย ระบบชลประทานขนาดใหญ่ และภาพสลักโบราณที่แสดงสวนอันเขียวชอุ่มอยู่บนโครงสร้างยกระดับ นักวิชาการ Stephanie Dalley เสนอว่าความสับสนระหว่างบาบิโลนกับนีนะเวห์อาจเกิดขึ้นในกระบวนการถ่ายทอดเรื่องราวจากแหล่งข้อมูลเมโสโปเตเมียเข้าสู่โลกกรีกและโรมัน
ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข้อมูลด้านโบราณคดีของฝรั่งเศสระบุว่า เมืองนีนะเวห์มีสวนจำนวนมากและมีระบบคลองที่ซับซ้อนสำหรับนำน้ำจากพื้นที่โดยรอบเข้ามาหล่อเลี้ยงสวน หลักฐานเหล่านี้ทำให้เกิดข้อเสนอว่าสวนของนีนะเวห์อาจเป็นต้นกำเนิดของเรื่องเล่าที่ภายหลังถูกเรียกว่า “สวนลอยบาบิโลน”
แต่ถึงอย่างนั้น ทฤษฎีนีนะเวห์ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ทุกคนยอมรับ
นักวิชาการอีกกลุ่มยังคงมองว่าเราไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่สวนลอยเคยมีอยู่จริงในบาบิโลน เพียงแต่หลักฐานของมันอาจสูญหายไป หรือยังคงถูกฝังอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถขุดค้นได้อย่างสมบูรณ์ ที่ตั้งของแม่น้ำยูเฟรติสเองก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทำให้การค้นหาร่องรอยโบราณบางส่วนเป็นเรื่องยาก
นั่นหมายความว่า สวนลอยบาบิโลนมีความเป็นไปได้อยู่หลายทาง ทั้งอาจเป็นสิ่งก่อสร้างจริงในบาบิโลน อาจเป็นสวนที่นีนะเวห์ซึ่งถูกเล่าต่อมาผิดสถานที่ หรืออาจเป็นเรื่องเล่าที่ถูกขยายและผสมผสานจากสวนหลวงหลายแห่งจนกลายเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
แม้จะยังไม่สามารถตอบได้อย่างแน่ชัดว่าสวนลอยเคยตั้งอยู่ตรงไหน หรือมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ แนวคิดเรื่องสวนลอยได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทะเยอทะยานทางสถาปัตยกรรมของโลกโบราณ
ลองคิดดูว่า ในยุคที่ยังไม่มีปั๊มน้ำไฟฟ้า ไม่มีเครนขนาดใหญ่ และไม่มีเครื่องจักรสมัยใหม่ ผู้คนสามารถจินตนาการถึงการนำดิน ต้นไม้ และน้ำขึ้นไปสร้างภูเขาสีเขียวเหนือพื้นดินได้อย่างไร แนวคิดเพียงเท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรู้และจินตนาการของผู้คนในอารยธรรมเมโสโปเตเมียได้อย่างน่าทึ่ง
บางทีสิ่งที่ทำให้สวนลอยบาบิโลนกลายเป็น “สิ่งมหัศจรรย์” อาจไม่ใช่เพียงความยิ่งใหญ่ของสวนที่เคยมีอยู่จริง แต่อาจเป็นความลึกลับที่ยังไม่มีใครสามารถไขได้อย่างสมบูรณ์
ผ่านมากว่าสองพันปีแล้ว เมืองบาบิโลนเหลือเพียงซากกำแพงและโบราณสถาน ขณะที่เรื่องราวของสวนสีเขียวบนระเบียงสูงยังคงถูกเล่าซ้ำจากรุ่นสู่รุ่น และยิ่งนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานใหม่มากเท่าไร คำถามเกี่ยวกับสวนแห่งนี้กลับยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
สวนลอยบาบิโลนจึงอาจเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าจดจำที่สุด ไม่ใช่เพราะเรารู้แน่ชัดว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เพราะ จนถึงวันนี้ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเคยมีอยู่จริงหรือไม่
และบางที… ความลึกลับที่ยังไม่มีคำตอบนี่เอง อาจเป็นสิ่งที่ทำให้สวนลอยบาบิโลนยังคง “ผลิบาน” อยู่ในจินตนาการของมนุษย์ แม้ตัวสวนจะหายไปจากโลกเมื่อหลายพันปีก่อนแล้วก็ตาม
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ "น้ำปลาไทย" จากเครื่องปรุงชนชั้นล่างสู่ครัวโลก
8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
"ไม้จิ้มฟัน" เคยเป็นเครื่องประดับราคาแพงของขุนนางยุคกลาง
ท่ามกลางเสียงระเบิดมีเสียงดนตรี เปิดภาพ "มหานครลอนดอน" ในคืนที่มืดมิดที่สุดของสงครามโลก
เปิด "เมนูกินเล่น" ที่โรงหนังเฉลิมกรุงเคยขาย ก่อนที่ป๊อปคอร์นจะกลายเป็นที่นิยม
"คนเก็บขี้หมายุควิกตอเรีย" อาชีพจริง ที่ทำเงินได้จริง
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/8/69
แข่ง "กินแสบ" ชิงเหรียญทอง เปิดตำนานแชมป์กิน "เนตเทิล" สองปีซ้อน ที่โลกต้องจารึก
ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบสิ่งของภายในบ้านสุดเฟลที่ดูไม่ค่อยเป็นไปตามแผนสักเท่าไหร่นะ
ทุนจีนลงระยองเต็มระบบ?
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด





