สิบอันดับมหันตภัยภูเขาไฟระเบิดทั่วโลกที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ภูเขาไฟบางลูกดูเหมือนภูเขาสงบนิ่ง แต่ภายในอาจสะสมแรงดันและพลังงานมหาศาลเป็นเวลาหลายร้อยปี เมื่อการปะทุเริ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่ลาวาสีแดงที่ไหลลงจากยอดเขา แต่อาจมีเถ้าถ่านปกคลุมเมือง กระแสเถ้าร้อนพุ่งด้วยความเร็วสูง โคลนภูเขาไฟไหลตามลำน้ำ สึนามิจากการถล่มของภูเขา และความอดอยากที่ลากยาวไปอีกหลายปี
คำว่า “รุนแรง” ในบทความนี้ใช้จำนวนผู้เสียชีวิตเป็นเกณฑ์หลัก เพราะสะท้อนผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง ไม่ได้จัดอันดับจากค่า VEI หรือปริมาณเถ้าถ่านเพียงอย่างเดียว ตัวเลขหลายเหตุการณ์เป็นค่าประมาณ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 18 และก่อนหน้านั้น ซึ่งไม่มีระบบสำรวจประชากรและการบันทึกผู้เสียชีวิตที่ละเอียด
เหตุการณ์โบราณอย่างซามาลาสในปี 1257 และการปะทุของซานโตรินีในยุคสำริดมีขนาดใหญ่มาก แต่ยังไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ตรวจสอบได้เพียงพอ จึงไม่นำมาจัดอันดับร่วมกับเหตุการณ์ที่มีข้อมูลชัดเจนกว่า
อันดับ 1 ภูเขาไฟแทมโบรา อินโดนีเซีย ค.ศ. 1815 — ประมาณ 60,000–92,000 คน
การปะทุของแทมโบราถูกจัดอยู่ในระดับ VEI 7 และมักถูกยกให้เป็นการปะทุครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกอย่างเป็นระบบ แรงระเบิดทำลายพื้นที่บนเกาะซุมบาวา กระแสเถ้าร้อนและเศษหินภูเขาไฟไหลลงถึงชายฝั่ง ผู้คนจำนวนหนึ่งเสียชีวิตทันที ส่วนอีกจำนวนมากเสียชีวิตภายหลังจากความอดอยาก โรคระบาด และการขาดแคลนน้ำกับอาหาร
เถ้าภูเขาไฟและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ลอยขึ้นสู่บรรยากาศยังทำให้อุณหภูมิโลกลดลง ปี ค.ศ. 1816 จึงถูกจดจำในชื่อ “ปีที่ไม่มีฤดูร้อน” ผลกระทบต่อการเกษตรในหลายภูมิภาคทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นไกลเกินกว่าพื้นที่รอบภูเขาไฟ
อันดับ 2 คราคาเตา อินโดนีเซีย ค.ศ. 1883 — มากกว่า 36,000 คน
การระเบิดครั้งใหญ่ของคราคาเตาในช่องแคบซุนดาทำให้เกาะบางส่วนพังถล่มลงทะเล และก่อให้เกิดคลื่นสึนามิหลายระลอกพุ่งเข้าหาชายฝั่งชวาและสุมาตรา รายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 36,000 คน โดยมากกว่า 34,000 คนเสียชีวิตจากสึนามิ ไม่ใช่จากลาวาหรือเถ้าร้อนโดยตรง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟที่อยู่ใกล้ทะเลสามารถกลายเป็นภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งแรงระเบิด การถล่มของเกาะ คลื่นทะเล และเถ้าถ่านที่กระจายไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร
อันดับ 3 ภูเขาไฟเปอเล มาร์ตีนีก ค.ศ. 1902 — ประมาณ 28,000–30,000 คน
วันที่ 8 พฤษภาคม 1902 กระแสเถ้าร้อนและก๊าซจากภูเขาไฟเปอเลพุ่งลงจากลาดเขาเข้าสู่เมืองแซ็งปีแยร์ เมืองท่าสำคัญของมาร์ตีนีก กระแสนี้เคลื่อนที่เร็วและมีอุณหภูมิสูงจนแทบไม่มีเวลาสำหรับการหลบหนี ผู้คนเกือบทั้งเมืองเสียชีวิตภายในเวลาไม่นาน
การปะทุระลอกใหญ่ในวันที่ 30 สิงหาคมยังคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มอีกราว 1,500 คน ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตระหนักถึงอันตรายของกระแสเถ้าร้อนจากภูเขาไฟทรงโดม ซึ่งสามารถกวาดทำลายพื้นที่กว้างได้โดยไม่จำเป็นต้องมีลาวาไหลผ่านเมือง
อันดับ 4 เนวาโดเดลรุยซ์ โคลอมเบีย ค.ศ. 1985 — มากกว่า 25,000 คน
การปะทุของเนวาโดเดลรุยซ์ไม่ได้มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อวัดจากปริมาณแมกมา แต่กลับสร้างความสูญเสียมหาศาล เพราะความร้อนจากการปะทุทำให้หิมะและน้ำแข็งบนยอดเขาละลายอย่างรวดเร็ว น้ำปนเถ้าและเศษหินกลายเป็นโคลนภูเขาไฟ หรือ ลาฮาร์ ไหลลงตามหุบเขาเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร
เมืองอาร์เมโรถูกลาฮาร์กลืนกินในช่วงกลางคืน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ใกล้ปล่องภูเขาไฟ แต่พักอาศัยอยู่ตามพื้นที่ลุ่มและเส้นทางน้ำ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเตือนภัยต้องครอบคลุมพื้นที่ปลายน้ำ ไม่ใช่เฉพาะบริเวณรอบยอดเขา
อันดับ 5 อุนเซ็น ญี่ปุ่น ค.ศ. 1792 — ประมาณ 15,000 คน
การปะทุของภูเขาไฟอุนเซ็นบนเกาะคิวชูทำให้เกิดแผ่นดินไหวและการพังถล่มของไหล่เขามาเยดาเกะ มวลหินขนาดใหญ่พุ่งลงสู่อ่าวชิมาบาระและผลักน้ำทะเลจนเกิดสึนามิ คลื่นซัดเข้าชายฝั่งและคร่าชีวิตผู้คนประมาณ 15,000 คน
เหตุการณ์นี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในภัยพิบัติภูเขาไฟที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของญี่ปุ่น จุดน่ากลัวคือผู้คนจำนวนมากไม่ได้ถูกลาวาหรือเถ้าร้อนโดยตรง แต่เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว ดินถล่ม และคลื่นทะเลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
อันดับ 6 ภูเขาไฟเกอลุด อินโดนีเซีย ค.ศ. 1586 — ประมาณ 10,000 คน
เกอลุดมีทะเลสาบอยู่ภายในปล่องภูเขาไฟ เมื่อน้ำในปล่องถูกรบกวนจากการปะทุอย่างรุนแรง มวลน้ำ เถ้าถ่าน และเศษหินสามารถเปลี่ยนเป็นลาฮาร์ที่ไหลลงตามหุบเขาอย่างรวดเร็ว การปะทุในปี 1586 คาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 10,000 คน
ภัยของเกอลุดจึงไม่ได้อยู่ที่เปลวไฟบนยอดเขาเท่านั้น แต่รวมถึงน้ำจำนวนมหาศาลที่พร้อมเปลี่ยนเป็นโคลนเดือดและกวาดชุมชนที่ตั้งอยู่ตามทางน้ำ ความเสี่ยงลักษณะนี้ยังเป็นเหตุผลที่ต้องควบคุมระดับน้ำในทะเลสาบปล่องภูเขาไฟในการปะทุยุคหลัง
อันดับ 7 ลากี ไอซ์แลนด์ ค.ศ. 1783–1784 — เสียชีวิตจากความอดอยากประมาณ 8,000 คน
ลากีไม่ใช่การระเบิดจากยอดภูเขาไฟเพียงจุดเดียว แต่เป็นแนวรอยแยกยาวที่พ่นลาวาและก๊าซพิษต่อเนื่องนานประมาณแปดเดือน เถ้ากับสารฟลูออรีนปนเปื้อนทุ่งหญ้า ปศุสัตว์จำนวนมากล้มตาย และผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
งานวิจัยด้านประชากรศาสตร์พบว่าประชากรไอซ์แลนด์ลดลงอย่างมาก และมีผู้เสียชีวิตส่วนเกินราว 8,000 คนในช่วงหลังการปะทุ สาเหตุหลักเชื่อมโยงกับความหิวโหยและโรคระบาด มากกว่าการถูกลาวาเผาโดยตรง ลากีจึงเป็นตัวอย่างของภูเขาไฟที่คร่าชีวิตผ่านห่วงโซ่อาหารและเศรษฐกิจของสังคม
อันดับ 8 ซานตามาริอา กัวเตมาลา ค.ศ. 1902 — ประมาณ 5,000–6,000 คน
ซานตามาริอาปะทุอย่างรุนแรงในวันที่ 24–25 ตุลาคม 1902 หลังสงบนิ่งมานานหลายศตวรรษ เถ้าถ่านพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายสิบกิโลเมตร และทำให้พื้นที่โดยรอบมืดมิดราวกับกลางคืน เถ้าตกทับบ้านเรือน พื้นที่เพาะปลูก และชุมชนในหุบเขา
อันดับ 9 ภูเขาไฟเกอลุด อินโดนีเซีย ค.ศ. 1919 — ประมาณ 5,110 คน
การปะทุในปี 1919 ทำให้เกิดกระแสเถ้าร้อนและลาฮาร์จากทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ โคลนภูเขาไฟไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนและทำลายหมู่บ้านมากกว่า 100 แห่ง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,110 คน
ความสูญเสียครั้งนี้นำไปสู่การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพื่อลดระดับทะเลสาบในปล่องภูเขาไฟ มาตรการดังกล่าวช่วยลดความรุนแรงของลาฮาร์ในการปะทุครั้งต่อมา เกอลุดจึงเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่าความรู้ทางวิศวกรรมสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยภูเขาไฟได้
อันดับ 10 ลามิงตัน ปาปัวนิวกินี ค.ศ. 1951 — เกือบ 3,000 คน
ก่อนปี 1951 ผู้คนจำนวนมากยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลามิงตันเป็นภูเขาไฟ เพราะภูเขาถูกปกคลุมด้วยป่าทึบและไม่มีประวัติการปะทุในความทรงจำท้องถิ่น การระเบิดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 มกราคมจึงสร้างความประหลาดใจอย่างมาก กระแสเถ้าร้อนและคลื่นเถ้าถ่านพุ่งออกจากปล่อง กวาดผ่านป่าและชุมชนไกลออกไปถึงประมาณ 12 กิโลเมตร
มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน เหตุการณ์นี้สะท้อนอันตรายของภูเขาไฟที่ยังไม่เคยถูกระบุว่าเป็นภูเขาไฟมาก่อน เพราะการไม่มีประวัติการปะทุไม่ได้หมายความว่าพื้นที่นั้นปลอดภัย
ตัวเลขผู้เสียชีวิตของภัยพิบัติภูเขาไฟแต่ละครั้งไม่ได้สะท้อนขนาดการระเบิดเพียงอย่างเดียว ภูเขาไฟที่มีค่า VEI สูงอาจอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ภูเขาไฟขนาดเล็กกว่าซึ่งอยู่ใกล้เมือง ชายฝั่ง แม่น้ำ หรือพื้นที่เกษตรกรรม อาจสร้างความสูญเสียมากกว่า
บทเรียนจากทั้งสิบเหตุการณ์มีจุดร่วมสำคัญ คือภัยที่คร่าชีวิตผู้คนมักเกิดจากสิ่งที่ตามมาหลังการปะทุ ทั้งเถ้าถ่านที่ทำลายอาหาร ลาฮาร์ที่ไหลไปไกลกว่าปล่อง สึนามิจากการถล่ม และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเฝ้าระวัง การทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง และการอพยพให้ทันเวลาจึงมีความสำคัญไม่แพ้การวัดขนาดของการระเบิด
https://blogs.egu.eu/divisions/gmpv/2022/12/08/tambora-1815-from-eruptive-dynamics-to-the-global-impact-of-the-eruption-with-jessica-kandlbauer/
https://www.usgs.gov/publications/krakatau-1883
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=360120
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=351020
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=282100
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=263280
https://nhess.copernicus.org/articles/24/2971/2024/
https://volcano.oregonstate.edu/laki-iceland-1783
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=342030
https://volcano.oregonstate.edu/faq/what-largest-eruption-ever
https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=253010
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
10 อาหารและส่วนผสมที่คนกินเจต้องรู้ว่าเป็นสิ่งต้องห้าม
5 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยหรูหราและโด่งดัง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/8/69
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ทำไม เวลา โมโห จึง เผลอ พูดคำหยาบ กลไก สมอง ความสะใจ และ ผลต่ออารมณ์
โค้งสุดท้าย ปฏิทินหลวงปู่ศิลา งวด 16 สิงหาคม 2569
สิบอันดับสินค้าที่ไทยนำเข้าสูงสุด อัปเดตปี 2568 พร้อมมูลค่าและความหมายต่อเศรษฐกิจ
เลขเด่นงวด 16 ส.ค. 69 รวม 3 สำนัก เทียบชัดๆเลขไหนชนกัน
หญิงคนหนึ่งตกใจเมื่อพบว่าไข่ใบหนึ่งมีหางงอกออกมา
8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง
7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ
10 อาหารและส่วนผสมที่คนกินเจต้องรู้ว่าเป็นสิ่งต้องห้าม
สิบอันดับสินค้าที่ไทยนำเข้าสูงสุด อัปเดตปี 2568 พร้อมมูลค่าและความหมายต่อเศรษฐกิจ
6 เหตุผลสำคัญที่การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน
ทำไม เวลา โมโห จึง เผลอ พูดคำหยาบ กลไก สมอง ความสะใจ และ ผลต่ออารมณ์
ทำไมความผิดของตัวเองจึงดูเล็ก แต่ความผิดของคนอื่นกลับใหญ่เท่าภูเขา













