อวัยวะบางส่วนที่ร่างกายยังมีอยู่ แม้แทบไม่ได้ใช้งานแล้ว
ร่างกายมนุษย์ดูเหมือนเครื่องจักรที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต
ทุกส่วนมีหน้าที่ ตั้งแต่หัวใจที่สูบฉีดเลือด ปอดที่แลกเปลี่ยนก๊าซ ไปจนถึงดวงตาที่รับแสงและส่งข้อมูลให้สมอง
แต่เมื่อมองให้ละเอียดขึ้น จะพบว่าร่างกายยังมีอวัยวะหรือโครงสร้างบางอย่างที่ ไม่ได้มีบทบาทสำคัญเหมือนในอดีตของบรรพบุรุษ บางส่วนยังทำหน้าที่อยู่ เพียงแต่หน้าที่นั้นลดลงหรือเปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการ
เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าอวัยวะเหล่านี้ “ไม่มีประโยชน์” เสียทีเดียว แต่สะท้อนให้เห็นว่า ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ หากค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและปรับตัวผ่านวิวัฒนาการเป็นเวลายาวนาน
1. กล้ามเนื้อที่ทำให้ขนลุก
เวลาหนาว ตกใจ หรือได้ยินเพลงที่กระทบความรู้สึก อาจเกิดอาการขนลุกขึ้นมา
เบื้องหลังคือกล้ามเนื้อขนาดเล็กที่เรียกว่า arrector pili ซึ่งอยู่บริเวณโคนเส้นขน เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว เส้นขนจะตั้งขึ้น
ในสัตว์ที่มีขนหนา การทำให้ขนตั้งสามารถช่วยกักอากาศและเพิ่มฉนวนความร้อนได้ อีกทั้งยังทำให้สัตว์ดูตัวใหญ่ขึ้นเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม
แต่สำหรับมนุษย์ที่มีขนตามร่างกายน้อยลง ผลในการรักษาความอบอุ่นจึงมีไม่มากนัก
สิ่งที่เคยมีประโยชน์ต่อบรรพบุรุษจึงยังคงเหลือเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้
2. กล้ามเนื้อที่ขยับใบหู
ลองสังเกตคนที่สามารถขยับหูได้ บางคนทำได้โดยไม่ต้องใช้มือ เพราะมนุษย์มีกล้ามเนื้อรอบใบหูที่เรียกว่า auricular muscles
ในสัตว์หลายชนิด กล้ามเนื้อเหล่านี้มีบทบาทในการขยับใบหูเพื่อหันไปยังทิศทางของเสียง
มนุษย์ยังคงมีโครงสร้างดังกล่าวอยู่ แต่ความสามารถในการควบคุมและการใช้งานลดความสำคัญลงมาก เพราะเราไม่จำเป็นต้องหมุนใบหูเพื่อจับทิศทางเสียงเหมือนสัตว์หลายชนิด
บางคนจึงขยับหูได้เล็กน้อย ขณะที่บางคนแทบขยับไม่ได้เลย
3. ไส้ติ่ง
ไส้ติ่งมักถูกพูดถึงในฐานะอวัยวะที่ “ไม่มีประโยชน์” แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น
ไส้ติ่งเป็นถุงเล็ก ๆ ที่ต่อกับบริเวณต้นของลำไส้ใหญ่ และมีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองอยู่มาก งานวิจัยในปัจจุบันชี้ว่าไส้ติ่งอาจมีบทบาทเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและจุลินทรีย์ในลำไส้
อย่างไรก็ตาม ไส้ติ่งไม่ใช่อวัยวะที่มนุษย์ขาดไม่ได้ และคนจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตตามปกติหลังผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก
ดังนั้นการเรียกว่า “อวัยวะที่ไม่จำเป็น” จึงพอเข้าใจได้ในแง่การดำรงชีวิต แต่การบอกว่า ไส้ติ่งไม่มีหน้าที่เลย ถือว่าไม่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์
4. ฟันคุด
มนุษย์ยุคปัจจุบันจำนวนมากมีฟันกรามซี่ที่สาม หรือ ฟันคุด แต่บางคนไม่มีฟันชนิดนี้ขึ้นมาเลย ขณะที่บางคนมีแต่พื้นที่ในขากรรไกรไม่เพียงพอ ทำให้ฟันขึ้นผิดตำแหน่งหรือเกิดปัญหา
หนึ่งในคำอธิบายเกี่ยวกับวิวัฒนาการคือ บรรพบุรุษของมนุษย์มีขากรรไกรที่ใหญ่กว่าและรับประทานอาหารที่หยาบกว่า ฟันกรามซี่เพิ่มเติมจึงอาจมีประโยชน์ต่อการบดเคี้ยว
เมื่ออาหารและวิถีชีวิตเปลี่ยนไป รวมถึงขนาดและรูปทรงของขากรรไกรมนุษย์เปลี่ยนแปลง ฟันซี่นี้จึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนมีพื้นที่ไม่พอสำหรับการขึ้นอย่างปกติ
แต่ฟันคุดไม่ได้เป็นอวัยวะที่ “ไร้ประโยชน์” เพราะหากขึ้นตรงและมีพื้นที่เพียงพอ ก็สามารถช่วยบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันกรามซี่อื่น
5. กล้ามเนื้อฝ่าเท้าบางส่วน
มนุษย์มีโครงสร้างกล้ามเนื้อหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของเท้า และบางคนมีความแตกต่างของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบางชนิดโดยไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
ตัวอย่างหนึ่งคือ plantaris กล้ามเนื้อขนาดเล็กบริเวณด้านหลังขาส่วนล่าง ซึ่งไม่ได้มีในทุกคน และแม้ไม่มี ก็ไม่ได้ทำให้สูญเสียความสามารถในการเดินตามปกติ
กล้ามเนื้อนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงสร้างซึ่งมีความสำคัญน้อยลงเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการเดินและเคลื่อนไหว
6. กระดูกก้นกบ
กระดูกก้นกบ หรือ coccyx อยู่บริเวณปลายสุดของกระดูกสันหลัง
หลายคนอาจเคยได้ยินว่ามันคือ “หางที่หลงเหลืออยู่” ซึ่งมีส่วนจริงในแง่วิวัฒนาการ
เพราะเป็นโครงสร้างที่สอดคล้องกับส่วนปลายของกระดูกสันหลังในบรรพบุรุษที่มีหาง
แต่ในมนุษย์ปัจจุบัน กระดูกก้นกบไม่ได้ไร้หน้าที่ เพราะเป็นจุดยึดของกล้ามเนื้อและเอ็นบางส่วน รวมถึงมีบทบาทในการช่วยพยุงโครงสร้างบริเวณอุ้งเชิงกราน
จึงไม่ควรเรียกมันว่าเป็นเพียง “กระดูกที่ไม่มีประโยชน์”
7. กล้ามเนื้อฝ่ามือบางคนที่ไม่มีแล้วก็ยังใช้ชีวิตได้
มนุษย์บางคนมี palmaris longus ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเส้นเล็กบริเวณปลายแขนที่ต่อเนื่องไปยังฝ่ามือ
ที่น่าสนใจคือบางคนไม่มีโครงสร้างนี้มาตั้งแต่เกิด และยังสามารถใช้มือได้ตามปกติ เพราะกล้ามเนื้ออื่นสามารถช่วยทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้
ในทางการแพทย์ เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อนี้ยังถูกนำไปใช้เป็นวัสดุสำหรับการผ่าตัดซ่อมแซมบางประเภทในบางกรณี เพราะการนำออกไม่ได้ทำให้การทำงานของมือเสียไปอย่างมีนัยสำคัญในคนส่วนใหญ่
วิวัฒนาการไม่ได้ทำงานเหมือนนักออกแบบที่กดปุ่มลบของเก่าแล้วสร้างของใหม่ทั้งหมด
สิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างเดิมที่มีอยู่แล้ว หากโครงสร้างใดมีประโยชน์ลดลง มันอาจค่อย ๆ ลดขนาด ลดบทบาท หรือเปลี่ยนหน้าที่ไปตามกาลเวลา ขณะที่บางส่วนยังคงอยู่ แม้ไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเท่าเดิม
คำว่า “อวัยวะตกค้าง” หรือ vestigial structure จึงไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ไม่มีหน้าที่โดยสิ้นเชิง แต่หมายถึงโครงสร้างที่มีหน้าที่ลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยมีในบรรพบุรุษ
และนี่คือหนึ่งในหลักฐานที่น่าสนใจของวิวัฒนาการ เพราะร่างกายมนุษย์ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่บอกว่าเราเป็นอะไรในวันนี้ แต่ยังมีร่องรอยบางอย่างที่เล่าเรื่องว่า เราเคยเป็นอย่างไรมาก่อน
ร่างกายจึงเปรียบเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เก็บอยู่บนชั้น แต่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และบางหน้าของหนังสือเล่มนี้ยังคงอ่านได้ผ่านโครงสร้างเล็ก ๆ ที่วิวัฒนาการทิ้งเอาไว้ให้เราเห็นจนถึงปัจจุบัน
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/8/69
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
ทำไมแครกเกอร์ต้องมีรูเล็ก ๆ เต็มแผ่น? ไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่ง
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
สุริยุปราคาเต็มดวงเหนือยุโรป ผู้คนนับล้านรวมตัวชมปรากฏการณ์
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
รักแบบ “ใจนักเลง” ไม่ใช่การครอบครอง แต่คือการรู้ว่าเมื่อไรควรปล่อย
ชายไทยวัย 31 ใบหน้าบวมหนัก หลังมีปัญหาฟันผุ แพทย์ชี้ยังต้องตรวจหาสาเหตุ
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
9 สิ่งของในบ้านที่เราใช้ทุกวัน แต่เพิ่งรู้ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีไว้ทำอะไร
แนวทางเลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวด 16 สิงหาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว ไว้เพียบ!
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “พระอภัยมณี” ที่หลายคนอาจจำไม่ได้
ทำไมไรเดอร์จึงมีเรื่องเล่าเจอผีบ่อย
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/8/69
ทำไมอาร์ตทอยและกล่องสุ่มถึงกลายเป็นรางวัลใจของคนวัยทำงานจนยอมจ่ายเงินสูง
มิจฉาชีพรู้จักเราได้อย่างไร “ข้อมูลส่วนตัว” ของเราอยู่ที่ไหนบ้าง
ทำไมแครกเกอร์ต้องมีรูเล็ก ๆ เต็มแผ่น? ไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่ง



