หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ที่มาของการโยนช่อดอกไม้ในงานแต่ง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ทำไมเจ้าสาวต้องหันหลังแล้วโยนช่อดอกไม้ให้คนโสดแย่งกันรับ?



ภาพนี้เห็นบ่อยจนดูเหมือนเป็นกฎของงานแต่ง ทั้งที่จริงแล้ว การโยนช่อดอกไม้ไม่ใช่พิธีจำเป็น และไม่ได้มีความหมายทางศาสนาโดยตรง ต้นตออยู่ในธรรมเนียมการแต่งงานของยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบมาตลอดหลายร้อยปี ส่วนเรื่องเล่าว่าใครเป็นคนเริ่มโยนเป็นคนแรกนั้นไม่มีหลักฐานชัดพอจะฟันธงได้

ก่อนจะโยนดอกไม้ คนเคยแย่งของจากตัวเจ้าสาว

ในอดีตมีความเชื่อแพร่หลายในบางพื้นที่ของยุโรปว่า เจ้าสาวในวันแต่งงานเป็นตัวแทนของโชคดี โดยเฉพาะเรื่องความรักและการได้แต่งงานต่อไป ผู้ร่วมงานบางคนจึงอยากสัมผัสเจ้าสาว หรือเก็บของบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าสาวไว้เป็นเครื่องนำโชค

แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประวัติธรรมเนียมแต่งงานหลายแห่งเล่าว่า ความเชื่อนี้เคยไปไกลถึงขั้นมีคนพยายามดึงริบบิ้น เครื่องประดับ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนจากชุดแต่งงาน เพราะคิดว่าการได้ของติดมือกลับไปจะนำโชคด้านคู่ครองมาให้

ช่อดอกไม้จึงกลายเป็นของที่โยนออกไปแทนการเข้ามารุมเจ้าสาว

แทนที่คนจะเข้ามาแย่งของจากตัวเจ้าสาว เจ้าสาวก็โยนของชิ้นหนึ่งออกไปให้กลุ่มผู้ร่วมงานรับเสียเลย ธรรมเนียมนี้ค่อยๆ พัฒนาเป็นภาพที่คุ้นตาในปัจจุบัน คือเจ้าสาวหันหลังให้กลุ่มคนโสดแล้วโยนช่อดอกไม้ข้ามไหล่

ทำไมต้องเป็นช่อดอกไม้

ดอกไม้ผูกกับพิธีแต่งงานมานานมาก ก่อนการโยนช่อเสียอีก ในโลกกรีกและโรมันโบราณ เจ้าสาวใช้ดอกไม้และสมุนไพรหอมในพิธี โดยแต่ละยุคให้ความหมายต่างกัน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ความซื่อสัตย์ และการปกป้องจากสิ่งไม่ดี

เมื่อการถือช่อดอกไม้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพเจ้าสาวในยุโรปยุคหลัง ช่อดอกไม้จึงเหมาะมากที่จะกลายเป็นวัตถุสำหรับส่งต่อโชค เพราะถืออยู่ในมืออยู่แล้ว มองเห็นชัด และไม่ต้องแตะต้องชุดหรือร่างกายของเจ้าสาว

แล้วทำไมคนรับได้ถึงเชื่อว่าจะได้แต่งงานคนต่อไป

นี่คือส่วนที่ทำให้กิจกรรมมีความสนุกแบบเกม คนโสดมายืนรวมกัน แล้วให้โชคเป็นคนเลือก ใครรับช่อได้ก็ได้รับคำทำนายเชิงสัญลักษณ์ว่าอาจเป็นคนต่อไปที่ได้แต่งงาน

แน่นอนว่าไม่ได้มีหลักฐานว่าการรับช่อดอกไม้เพิ่มโอกาสแต่งงานจริง ความหมายอยู่ที่พิธีกรรมทางสังคมมากกว่า คล้ายการเสี่ยงทายเล็กๆ ที่ทุกคนรู้ว่าไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แต่ร่วมเล่นเพราะสร้างเสียงหัวเราะและความทรงจำในงาน

เดิม ความโชคดีเชื่อมโยงกับตัวเจ้าสาวและสิ่งของของเจ้าสาว

ต่อมา ช่อดอกไม้กลายเป็นตัวแทนโชคที่ส่งต่อได้ง่ายกว่า

ภายหลัง ผู้รับช่อถูกผูกเข้ากับคำทำนายว่าจะเป็นคนต่อไปที่แต่งงาน

ปัจจุบัน หลายงานทำเพื่อความสนุกมากกว่าความเชื่อจริงจัง

 

ทุกวันนี้ไม่โยนก็ไม่ได้ผิดธรรมเนียม

งานแต่งสมัยใหม่จำนวนไม่น้อยตัดกิจกรรมนี้ออก เพราะบางคนรู้สึกว่าการเรียกเฉพาะคนโสดออกมายืนรวมกันอาจทำให้แขกบางคนอึดอัด บางคู่เปลี่ยนเป็นโยนให้ทุกคนโดยไม่สนสถานะความสัมพันธ์ บางงานมอบช่อให้คนที่แต่งงานกันมานานที่สุด หรือเก็บช่อจริงไว้แล้วใช้ช่อเล็กอีกชุดสำหรับโยน

ตรงนี้ทำให้เห็นเรื่องน่าสนใจของประเพณีได้ชัดมาก ธรรมเนียมจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมความหมายตายตัวตั้งแต่วันแรก แต่เปลี่ยนตามสังคม สิ่งที่ครั้งหนึ่งอาจเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องโชค กลายเป็นกิจกรรมสร้างบรรยากาศในอีกยุคหนึ่ง

ดังนั้นเวลามองเจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ ภาพที่เห็นไม่ใช่แค่เกมว่าใครจะรับได้ แต่เป็นร่องรอยของธรรมเนียมเก่าแก่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากการแย่งชิงเครื่องนำโชค มาเป็นพิธีเล็กๆ สำหรับส่งต่อความหมายเรื่องความรักและการเริ่มต้นชีวิตคู่แบบสนุกและปลอดภัยกว่าเดิม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 79 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหตุด่วน...เหตุร้าย หรือเพราะแค่อยากรู้?" ถอดรหัสจิตวิทยา ทำไมมนุษย์ถึงชอบหยุดดู "เรื่องดราม่า" ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเองลิ้นที่ว่องไวและทรงพลังของ “กิ้งก่าคาเมเลี่ยน” อาวุธลับที่ยิงเหยื่อได้ราวกับหนังสติ๊กทึ่งทั่วไทย : “สันหลังมังกรเผือก” เกาะลิบง จ.ตรัง มังกรสีขาวแห่งท้องทะเลอันดามันอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ“ข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง” ขนมหายากแห่งปักษ์ใต้ จากพืชกินแมลงสู่ภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?ทำไมบางคนกินผักชีแล้วรู้สึกเหมือนเคี้ยวสบู่เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?รวมเลขเด็ดรัฐบาลงวดนี้ 16/9/69 จากโซเชียล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ลิ้นที่ว่องไวและทรงพลังของ “กิ้งก่าคาเมเลี่ยน” อาวุธลับที่ยิงเหยื่อได้ราวกับหนังสติ๊กทำไมบางคนกินผักชีแล้วรู้สึกเหมือนเคี้ยวสบู่เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?รวมเลขเด็ดรัฐบาลงวดนี้ 16/9/69 จากโซเชียลตำนานจุดทศนิยมของผักโขมเกิดขึ้นจริงหรือไม่แครอทจิ๋วในถุงทำมาจากอะไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมบางคนกินผักชีแล้วรู้สึกเหมือนเคี้ยวสบู่ทึ่งทั่วไทย : “สันหลังมังกรเผือก” เกาะลิบง จ.ตรัง มังกรสีขาวแห่งท้องทะเลอันดามัน“ข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง” ขนมหายากแห่งปักษ์ใต้ จากพืชกินแมลงสู่ภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านภัยเงียบจาก “แก้วกระดาษ” เมื่อเครื่องดื่มร้อนสัมผัสพลาสติกที่ซ่อนอยู่ด้านใน
ตั้งกระทู้ใหม่