หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เหตุด่วน...เหตุร้าย หรือเพราะแค่อยากรู้?" ถอดรหัสจิตวิทยา ทำไมมนุษย์ถึงชอบหยุดดู "เรื่องดราม่า" ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเอง

เขียนโดย เนเปิ้ล

"เหตุด่วน...เหตุร้าย หรือเพราะแค่อยากรู้?" ถอดรหัสจิตวิทยา ทำไมมนุษย์ถึงชอบหยุดดู "เรื่องดราม่า" ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเอง

 

เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมเวลาเดินผ่านจุดที่มีคนกำลังเถียงกัน หรือเวลาเห็นฟีดในโซเชียลมีเดียมีประเด็น "ดราม่า" ร้อนแรง นิ้วของเราถึงพร้อมใจกันชะงัก แล้วสไลด์หน้าจอเข้าไปอ่านต่อทันที ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับชีวิตเราแม้แต่น้อย?

นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Slow-Motion Car Crash Effect" หรือความรู้สึกที่ไม่สามารถละสายตาจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายหรือวิกฤตได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของ "ความเผือก" เพียงอย่างเดียว แต่มีกลไกทางสมองและวิวัฒนาการซ่อนอยู่ 3 ประการ:

1. สมองถูกออกแบบมาให้มองหา "ความเสี่ยง" (Negativity Bias)

ตั้งแต่ยุคหิน สมองมนุษย์ถูกฝึกให้ไวต่อสัญญาณอันตรายมากกว่าเรื่องสัจธรรมความสุข เพราะการรู้ว่า "ตรงไหนมีภัย" ช่วยให้รอดชีวิต ในยุคปัจจุบัน เรื่องดราม่าหรือความขัดแย้งของผู้อื่น ถูกสมองตีความว่าเป็น "ข้อมูลความเสี่ยง" ชนิดหนึ่ง สมองจึงสั่งให้เราเก็บข้อมูลไว้ก่อนเพื่อเปรียบเทียบและปกป้องตัวเอง

2. การประเมินสถานะทางสังคม (Social Comparison Theory)

ทฤษฎีจิตวิทยาของ Leon Festinger อธิบายว่า มนุษย์เราประเมินคุณค่าและความปลอดภัยของตัวเองผ่านการเปรียบเทียบกับผู้อื่นเสมอ การได้รับรู้ว่ามีคนอื่นกำลังทำผิดพลาด เจอวิกฤต หรือมีดราม่า ทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยชั่วคราวว่า "อย่างน้อยชีวิตเราก็ยังจัดการได้ดีกว่านั้น"

3. สารโดพามีน (Dopamine) จากความคาดหวังผลลัพธ์

ความอยากรู้ว่า "เรื่องนี้จะจบอย่างไร" Trigger การหลั่งของสารโดพามีนในสมอง เช่นเดียวกับการลุ้นซีรีส์หรือเกมกีฬา สมองต้องการความสมบูรณ์ของข้อมูล (Information Closure) หากเรื่องยังไม่จบ เราจะรู้สึกค้างคาใจจนต้องเฝ้าติดตามต่อ

สรุปแล้ว เราควรทำอย่างไร

การสนใจเรื่องราวด้านลบของผู้อื่นเป็นสัญชาตญาณปกติของมนุษย์ แต่การเสพข้อมูลเหล่านี้มากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะ Doomscrolling หรือการจมอยู่กับข่าวร้ายจนเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว

ครั้งต่อไปที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจมอยู่กับดราม่า ลองตั้งคำถามกับตัวเองสั้นๆ ว่า "ข้อมูลนี้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นอย่างไร?" หากคำตอบคือ "ไม่" การดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดต่อสุขภาพจิตของคุณ

เนื้อหาโดย: เนเปิ้ล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เนเปิ้ล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย เนเปิ้ล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยพริกขี้หนูที่กินบ่อยเกี่ยวข้องกับอายุขัยหรือไม่มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?สนามบินที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศไทยเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟น้ำเซเลอรี่คั้นสดช่วยลดความดันได้จริงแค่ไหนล้อมรีสอร์ตล็อกตัว “เน็ต” เจอยาบ้า 213 เม็ด พร้อมถุงแบ่ง 117 ใบกว่าจะเป็น 1 กระทู้บน Postjung ผมทำอะไรบ้าง? หลังบ้านตั้งแต่หาเรื่องจนตามผลหลังโพสต์เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1ลูกเกดช่วยป้องกันฟันผุได้จริงหรือไม่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สนามบินที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศไทยเปิดรายได้ครู ตชด. พื้นที่ห่างไกล เงินเดือนเท่าไร ได้เงินเพิ่มอะไรบ้าง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สายลมแสงแดดกับ 3 พิกัดลับฉบับคนอยากพักกายพักใจ”ไขปริศนา DNA ดำรงอยู่ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: "เดนิโซวัน" มนุษย์ลึกลับผู้เคยครองโลกโบราณทำไมการลืมชื่อคนที่เพิ่งแนะนำตัวไปเมื่อสามวินาทีก่อน ถึงไม่ใช่เพราะเราสมองเสื่อม?ทำไมคนที่ชอบทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ลึกๆ แล้วอาจเป็นคนที่กลัวการโดนจับได้ว่าตัวเองไม่ได้รู้จริง?
ตั้งกระทู้ใหม่