หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รูปเดียวที่โพสต์ อาจบอกที่อยู่ของเราได้มากกว่าที่คิด

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าเราไปนั่งร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ถ่ายรูปเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว แล้วโพสต์ลงโซเชียลโดยไม่ได้เขียนชื่อร้าน ไม่บอกจังหวัด และไม่ได้เช็ก Location อะไรเลย

ดูเหมือนไม่มีข้อมูลสำคัญใช่ไหม?

แต่จริงๆ แล้ว รูปหนึ่งใบอาจทิ้งร่องรอยเกี่ยวกับสถานที่ไว้มากกว่าที่เจ้าของภาพตั้งใจบอก ทั้งข้อมูลที่ฝังอยู่ในไฟล์ และรายละเอียดเล็กๆ ที่มองเห็นอยู่ในภาพ

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าใครก็ตามจะเปิดรูปแล้วเห็นบ้านเลขที่ของเราได้ทันที แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้ โดยเฉพาะคนที่โพสต์รูปจากบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน หรือสถานที่ที่ไปเป็นประจำ

รูปถ่ายอาจมี “Location” ซ่อนอยู่ในไฟล์

สิ่งแรกที่ควรรู้จักคือ Metadata หรือข้อมูลประกอบของไฟล์ภาพ

โทรศัพท์บางรุ่นสามารถบันทึกตำแหน่งที่ถ่ายภาพลงไปพร้อมกับไฟล์ได้ หากกล้องได้รับอนุญาตให้เข้าถึง Location Services

Apple ระบุว่า เมื่อเปิด Location Services ให้แอปกล้อง ระบบสามารถใช้ข้อมูลจากเครือข่ายมือถือ Wi-Fi GPS และ Bluetooth เพื่อระบุพิกัดขณะถ่ายภาพ และพิกัดดังกล่าวสามารถถูกฝังไว้ในรูปภาพหรือวิดีโอได้

พูดง่ายๆ คือ ภาพที่เราเห็นอาจมีข้อมูลอีกชั้นหนึ่งที่ไม่ได้แสดงอยู่บนหน้าจอทันที

บน iPhone ผู้ใช้สามารถเปิดดูข้อมูลของภาพเพื่อดูรายละเอียดต่างๆ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ถ่าย วันที่ เวลา และตำแหน่งที่ถ่ายได้

Google Photos ก็มีระบบจัดการ Location ของภาพเช่นกัน โดยระบุว่าตำแหน่งอาจมาจากกล้องของอุปกรณ์ หรือเกิดจากการเพิ่มข้อมูลเอง และ Google Photos ยังสามารถประเมินตำแหน่งจากสถานที่สำคัญหรือข้อมูลจากรูปอื่นๆ ได้ในบางกรณี

ดังนั้นคำว่า “รูปไม่มีที่อยู่เขียนอยู่” จึงไม่ได้แปลว่า รูปนั้นไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่

แต่ต่อให้ไม่มี GPS รูปก็อาจบอกสถานที่ได้

นี่เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจมาก

สมมติว่าเราปิด Location ของกล้องเรียบร้อยแล้ว แต่ในภาพยังมี ป้ายถนน ชื่อร้าน เลขที่บ้าน อาคารเด่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ หรือสถานที่สำคัญ อยู่

คนที่รู้จักพื้นที่ก็อาจใช้ข้อมูลเหล่านี้ระบุสถานที่ได้

Google เองก็ระบุไว้ชัดเจนว่า แม้จะซ่อน Location ของรูปจากคนอื่นแล้ว คนอื่นยังสามารถคาดเดาสถานที่จากแลนด์มาร์กที่ปรากฏอยู่ในภาพได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการปกป้องความเป็นส่วนตัวของรูปจึงไม่ได้จบแค่การปิด GPS

บางครั้งสิ่งที่บอกสถานที่ได้ดีที่สุดกลับเป็นสิ่งที่เราเห็นจนชินตา

บ้านของเราอาจถูกบอกผ่าน “ฉากหลัง”

ลองคิดถึงรูปถ่ายหน้าบ้านหนึ่งใบ

เราอาจสนใจแค่คนที่ยืนอยู่หน้ากล้อง แต่ด้านหลังอาจมีเลขที่บ้าน ป้ายชื่อหมู่บ้าน ร้านค้าใกล้เคียง ถนน หรือสถานที่ที่ระบุตำแหน่งได้

แม้แต่รายละเอียดอย่าง วิวจากระเบียง อาคารฝั่งตรงข้าม หรือป้ายสถานที่ ก็อาจช่วยจำกัดพื้นที่ให้แคบลงได้ หากมีคนตั้งใจนำข้อมูลหลายชิ้นมาประกอบกัน

ไม่ได้หมายความว่าทุกภาพจะสามารถระบุบ้านได้ และไม่ควรสรุปว่าคนแปลกหน้าจะสามารถค้นหาตำแหน่งได้จากรูปทุกใบ

แต่ประเด็นสำคัญคือ ข้อมูลหลายอย่างเมื่อเอามารวมกัน อาจมีความหมายมากกว่าที่เห็นแยกกัน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมรูปที่ดูธรรมดาในสายตาของเจ้าของภาพ อาจมีข้อมูลมากกว่าที่คิด

แล้วการโพสต์รูปลงโซเชียลทำให้ Location ติดไปด้วยหรือไม่?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และวิธีการแชร์

Apple ระบุว่าการแชร์รูปภาพอาจรวม Metadata เช่น วันที่ เวลา ตำแหน่ง อุปกรณ์ และคำบรรยายของภาพไปด้วย และผู้ใช้สามารถเลือกปิด Location ก่อนแชร์ได้

ส่วน Google Photos ก็มีการตั้งค่าการแชร์ Location ของรูป โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามวิธีแชร์ เช่น อัลบั้ม ลิงก์ หรือการแชร์กับบุคคลอื่น

เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรใช้กฎง่ายๆ ว่า “โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตแล้ว Location หายแน่นอน” หรือ “ทุกแพลตฟอร์มส่งพิกัดไปด้วยแน่นอน”

วิธีแชร์และการตั้งค่าของแต่ละบริการมีผล

เช็ก 3 อย่างก่อนโพสต์รูป

วิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุด ไม่ใช่การเลิกโพสต์รูป แต่คือ หยุดดูภาพสักไม่กี่วินาทีก่อนกดเผยแพร่

อย่างแรก ดูว่ารูปมี ตำแหน่ง Location ติดอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์

อย่างที่สอง ซูมดูฉากหลังว่าเห็น เลขที่บ้าน ป้ายถนน ชื่อสถานที่ หรือข้อมูลที่บอกพิกัด หรือไม่

อย่างที่สาม คิดถึง “เวลา” ด้วย

ภาพที่บอกว่าเราอยู่บ้านทุกวันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจทำให้คนอื่นเห็นรูปแบบการใช้ชีวิตได้ แม้ภาพแต่ละใบจะไม่ได้บอกที่อยู่โดยตรง

ถ้าใช้ iPhone ปิด Location ของรูปได้อย่างไร?

Apple ระบุว่าสามารถป้องกันไม่ให้รูปที่จะแชร์ส่ง Location ไปด้วยได้ โดยเปิดรูป กด Share จากนั้นเข้า Options และปิด Location ก่อนแชร์

หากต้องการหยุดไม่ให้กล้องเก็บ Location ในรูปใหม่ สามารถเข้าไปที่

Settings > Privacy & Security > Location Services > Camera > Never

ทั้งนี้เมนูอาจแตกต่างตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ

แล้ว Android ล่ะ?

Android แต่ละยี่ห้ออาจมีเมนูไม่เหมือนกัน แต่ Google ระบุว่าสามารถเข้าไปที่ การตั้งค่าของแอปกล้อง แล้วเปิดหรือปิดการบันทึก Location ได้ โดยตำแหน่งเมนูขึ้นอยู่กับผู้ผลิตอุปกรณ์

Google Photos ยังมีตัวเลือกสำหรับจัดการ Location ของรูป และควบคุมการแชร์ตำแหน่งในอัลบั้มที่แชร์ได้ด้วย

สิ่งที่ควรจำคือ การปิดการประมาณตำแหน่งใน Google Photos ไม่ได้หมายความว่าข้อมูล Location เดิมจากกล้องจะถูกลบออกทั้งหมด เพราะข้อมูลที่กล้องบันทึกไว้กับไฟล์อาจต้องจัดการแยกต่างหาก

รูปหนึ่งใบไม่ได้อันตราย แต่ “ข้อมูลที่รวมกัน” ต่างหากที่ควรระวัง

การโพสต์รูปบนโซเชียลไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เห็นรูปจะสามารถติดตามเราได้

แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่รู้ตัว

รูปหนึ่งใบอาจมี Location จากกล้อง
ฉากหลังอาจมีชื่อสถานที่
แคปชันอาจบอกว่าเราอยู่ที่ไหน
และเวลาที่โพสต์อาจบอกว่าเราอยู่ตรงนั้นเมื่อไร

แต่ละอย่างอาจดูเล็กน้อย

เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็นข้อมูลที่ละเอียดขึ้นมาก

ดังนั้นก่อนโพสต์รูปครั้งต่อไป ลองมองภาพอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ว่า “สวยไหม?” แต่ถามตัวเองเพิ่มอีกหนึ่งคำถามว่า

“รูปนี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับเรา โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจบอกหรือเปล่า?”

แค่คำถามเดียว อาจช่วยให้เราแชร์เรื่องราวบนโลกออนไลน์ได้อย่างสบายใจขึ้น โดยไม่ต้องเปิดเผยชีวิตส่วนตัวมากเกินความจำเป็น

Apple Support — จัดการเมตาดาต้าตำแหน่งที่ตั้งในรูปภาพ — ใช้อ้างอิงเรื่อง Location Metadata, การปิด Location และการลบข้อมูลตำแหน่ง
Apple Support — Share photos and videos on iPhone — ใช้อ้างอิงเรื่อง Metadata ที่อาจถูกแชร์ไปพร้อมรูป
Google Photos Help — ทำความเข้าใจ ค้นหา และแก้ไขตำแหน่งของรูปภาพ — ใช้อ้างอิงเรื่อง Location จากกล้อง การประมาณสถานที่ และการแชร์
Google Photos Help — จัดการตำแหน่งรูปภาพบน Android — ใช้อ้างอิงการตั้งค่า Location ในกล้อง Android
Postjung — ข้อมูลส่วนตัวของเราหลุดไปอยู่ที่ไหน? — ใช้ตรวจสอบว่ามีเนื้อหาบน Postjung ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ และ Location อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่หัวข้อเดียวกัน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันผิวแห้งทำให้ริ้วรอยดูชัดขึ้นแต่ไม่ได้แก่เร็วกว่าเสมอไปราคาน้ำมันลดลงหลังคาดการณ์ความต้องการโลกอ่อนตัว10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!5 เรื่องการเงินที่ไม่มีใครสอนตอนเรียน7-Eleven ไทยมีอะไรต่าง? ทำไมนักท่องเที่ยวมาไทยแล้วต้องแวะประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?หนี้ 62% ของคนไทยแล้วหนี้ของเรามาจากอะไรกันจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด“ชายหาดไวท์เฮเวน” สวรรค์แห่งทะเลออสเตรเลีย กับหาดทรายขาวราวหิมะและผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ราคาน้ำมันลดลงหลังคาดการณ์ความต้องการโลกอ่อนตัวผิวแห้งทำให้ริ้วรอยดูชัดขึ้นแต่ไม่ได้แก่เร็วกว่าเสมอไป
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สระไทยมี 21 รูป 32 เสียงแม่สีทางวัตถุธาตุประกอบด้วยสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงินลายสือไทยเกิดขึ้นในสมัยอาณาจักรสุโขทัยปีอธิกสุรทินมีทั้งหมด 366 วัน
ตั้งกระทู้ใหม่