ถูกรางวัลที่ 1 มีอะไรต้องจ่ายบ้าง? จาก 6 ล้าน เหลือเท่าไหร่ และอะไรที่ไม่ต้องเสีย
ลองนึกภาพวันที่ตรวจสลากแล้วตัวเลขตรงกับรางวัลที่ 1 ความรู้สึกแรกคงไม่พ้นคำว่า “6 ล้านบาท!” แต่พอเริ่มตั้งสติ คำถามต่อมาที่หลายคนอยากรู้ก็คือ แล้วเงินก้อนนี้ต้องเสียภาษีหรือถูกหักอะไรบ้าง?
คำตอบที่น่าสนใจคือ เงินรางวัลจาก สลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ได้ถูกนำไปคำนวณเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบรายได้ทั่วไป แต่ผู้รับรางวัลยังมี อากรแสตมป์ ที่ต้องจ่ายก่อนรับเงินจริง
และยังมีค่าใช้จ่ายอีกบางประเภทที่อาจเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกรับเงินผ่านช่องทางไหน
เงินรางวัลที่ 1 ต้องเสียอะไรแน่?
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่า ผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องชำระ อากรแสตมป์ 1 บาทต่อเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท คิดเป็นประมาณ 0.5% ของเงินรางวัล
ถ้ารางวัลที่ 1 มีมูลค่า 6,000,000 บาท การคำนวณจึงเป็น
6,000,000 × 0.5% = 30,000 บาท
ดังนั้น หากมีสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ เงินรางวัล 6 ล้านบาท จะถูกหักอากรแสตมป์ 30,000 บาท และเหลือประมาณ 5,970,000 บาท
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุชัดว่าเงินรางวัลจะถูกจ่ายหลังหักค่าอากรแสตมป์หรือภาษีที่เกี่ยวข้องแล้ว ผู้รับจึงไม่ต้องนำเงินก้อนนี้ไปจ่ายอากรแสตมป์ซ้ำภายหลัง
แล้วภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาล่ะ?
จุดนี้คนมักสับสนระหว่างคำว่า “ภาษี” กับ “อากรแสตมป์”
สำหรับ สลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ถูกรางวัลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ยังต้องเสียอากรแสตมป์ตามอัตราที่กำหนด ดังนั้นจึงไม่ใช่การนำเงินรางวัล 6 ล้านบาทไปคำนวณรวมกับเงินเดือนหรือรายได้อื่นแล้วเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามฐานภาษีสูงสุด
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุเรื่องนี้ไว้โดยตรงในข้อมูลการรับเงินรางวัล
พูดง่ายๆ คือ 6 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกก้อนหนึ่ง แต่มีอากรแสตมป์ที่ถูกหักตั้งแต่ตอนรับเงิน
ถ้าขึ้นเงินผ่านธนาคาร มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
มีความเป็นไปได้ เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่า หากผู้ถูกรางวัลเลือกรับเงินผ่านธนาคารหรือหน่วยงานอื่นที่มีข้อตกลงกับสำนักงานฯ อาจมี ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
ตัวอย่างเช่น ธนาคารออมสินประกาศอัตราค่าบริการขึ้นรางวัลไว้ที่ 1% ของเงินรางวัล แต่บริการของธนาคารออมสินรับเฉพาะงวดปัจจุบันและ ไม่รับรางวัลที่ 1 โดยรางวัลที่ 1 ต้องติดต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ดังนั้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ควรนำไปเหมารวมว่า “คนถูกรางวัลที่ 1 ต้องเสียเพิ่มอีก 1%” เพราะ ช่องทางและเงื่อนไขการรับรางวัลแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน
สำหรับรางวัลที่ 1 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีขั้นตอนรับเงินโดยตรง และสามารถจ่ายเป็นเช็คธนาคารกรุงไทยหรือโอนเข้าบัญชีตามเงื่อนไขที่กำหนด
สิ่งที่ต้องจ่าย กับสิ่งที่ไม่ต้องจ่าย ต่างกันอย่างไร?
ถ้าแยกให้ชัด จะเห็นภาพประมาณนี้
ประเด็นสุดท้ายนี่แหละที่น่าสนใจ เพราะเรื่องภาษีไม่ได้จบลงทันทีที่รับเงิน
รับเงินแล้ว ถ้าเอาไปลงทุนหรือฝากธนาคารล่ะ?
เงินรางวัลที่ได้รับไม่ใช่เรื่องเดียวกับ รายได้ที่เงินก้อนนั้นสร้างขึ้นภายหลัง
ตัวอย่างเช่น หากนำเงินไปฝากธนาคารแล้วได้รับดอกเบี้ย หรือมีการนำไปลงทุนจนเกิดรายได้ ก็ต้องพิจารณาภาษีตามประเภทของรายได้นั้นๆ และหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้กับรายได้ประเภทดังกล่าว
กรมสรรพากรอธิบายว่า เงินได้ที่เกิดขึ้นระหว่างปีภาษีอาจมีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการและคำนวณภาษีตามกฎหมาย ดังนั้น สิทธิยกเว้นของเงินรางวัล ไม่ได้หมายความว่ารายได้ทุกชนิดที่เกิดขึ้นจากเงินก้อนนั้นจะได้รับยกเว้นตามไปด้วย
อีกเรื่องที่ควรระวังคือ หากผู้ถูกรางวัลนำเงินจำนวนมากไปมอบให้คนอื่น การให้เงินอาจมีประเด็นเรื่อง ภาษีการรับให้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และจำนวนเงิน โดยกรมสรรพากรมีเกณฑ์ยกเว้นแตกต่างกัน เช่น เงินที่ได้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส มีเกณฑ์ยกเว้นส่วนหนึ่งไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี ส่วนการให้ในกรณีอื่นมีเกณฑ์ 10 ล้านบาทต่อปีตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ตรงนี้จึงไม่ควรคิดว่า “ได้เงินมาแล้ว จะโอนให้ใครเท่าไหร่ก็ไม่มีเรื่องภาษี”
อีกเรื่องที่สำคัญกว่าเงินที่ถูกหัก
แม้อากรแสตมป์ของรางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาทจะอยู่ที่ 30,000 บาท แต่สิ่งที่คนถูกรางวัลควรระวังจริงๆ คือ การจัดการเงินหลังจากนั้น
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าผู้ถูกรางวัลมีสิทธิขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปีนับแต่วันออกรางวัล และเมื่อไปรับเงินต้องเตรียมสลากที่ถูกรางวัลพร้อมลงชื่อด้านหลังและเอกสารยืนยันตัวตนตามขั้นตอน
ดังนั้น เมื่อรู้ว่าถูกรางวัล สิ่งแรกอาจไม่ใช่การรีบคิดว่าจะซื้ออะไร แต่ควรตรวจสอบสลาก เก็บต้นฉบับให้ปลอดภัย และเช็กขั้นตอนรับเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยตรง
เพราะเงิน 6 ล้านบาทอาจหายไป 30,000 บาทจากอากรแสตมป์ แต่เงินที่หายไปจากการตัดสินใจผิดหลังรับรางวัล อาจมากกว่านั้นหลายเท่า
จำง่ายๆ ก่อนรับเงินรางวัล
รางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาท → อากรแสตมป์ 30,000 บาท → เงินสุทธิประมาณ 5,970,000 บาท
ส่วน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับยกเว้น แต่ถ้านำเงินไปสร้างรายได้ในภายหลัง หรือมอบเงินจำนวนมากให้ผู้อื่น อาจเกิดภาษีหรือหน้าที่ทางภาษีตามกรณีนั้นๆ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำถามว่า “ถูกหวยเสียภาษีไหม?” ถึงตอบสั้นๆ แค่คำว่า “ไม่เสีย” ไม่ได้ เพราะความจริงมีรายละเอียดอยู่หลังคำว่า ไม่เสียภาษีเงินได้ แต่ยังมีอากรแสตมป์ และเรื่องเงินก้อนนั้นหลังจากรับมาแล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล — คำถามที่พบบ่อยเรื่องการขึ้นเงินรางวัล
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล — ช่องทางการจ่ายรางวัล
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล — ขั้นตอนการจ่ายรางวัลที่ 1
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล — คู่มือประชาชน กระบวนการจ่ายรางวัล
กรมสรรพากร — ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
กรมสรรพากร — ภาษีการรับให้ (Gift Tax)
ธนาคารออมสิน — การขึ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ทำไมฝาขวดน้ำอัดลมต้องมีเสียงดัง "แป๊ะ" ตอนเปิด? เสียงเล็ก ๆ ที่บอกมากกว่าความซ่า
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
หรือฉากใน Chiikawa จะคล้ายที่นี่? “立神岩” แห่งเกาะโยนาคุนิ
มิจฉาชีพรู้จักเราได้อย่างไร “ข้อมูลส่วนตัว” ของเราอยู่ที่ไหนบ้าง
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
โต้งสุดท้ายเลขเด่น 0 อ.มงคลมาแรงจริงหรือ
มีปืนถูกกฎหมายต้องรู้ ป.3 ป.4 ป.12 ต่างกันอย่างไร มาตรการล่าสุดคุมอะไรบ้าง
ทำไมฝาขวดน้ำอัดลมต้องมีเสียงดัง "แป๊ะ" ตอนเปิด? เสียงเล็ก ๆ ที่บอกมากกว่าความซ่า
มิจฉาชีพรู้จักเราได้อย่างไร “ข้อมูลส่วนตัว” ของเราอยู่ที่ไหนบ้าง
สับปะรดหนึ่งลูกใช้เวลาปลูกนานแค่ไหนกว่าจะได้กิน
ผงซักฟอกยี่ห้อแรกในไทย อาจไม่ใช่ 'แฟ้บอย่างที่หลายคนเข้าใจ”
"ซาร์ดีน" กับ "แม็คเคอเรล" แบบไหนดีกว่ากันแน่?
ธรรมะประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ทำไมฝาขวดน้ำอัดลมต้องมีเสียงดัง "แป๊ะ" ตอนเปิด? เสียงเล็ก ๆ ที่บอกมากกว่าความซ่า
มิจฉาชีพรู้จักเราได้อย่างไร “ข้อมูลส่วนตัว” ของเราอยู่ที่ไหนบ้าง
หรือฉากใน Chiikawa จะคล้ายที่นี่? “立神岩” แห่งเกาะโยนาคุนิ
ย้อนเวลาไปดูความสวยสง่า! เมื่อชุดว่ายน้ำยุค 50s ไม่ได้เป็นแค่ชุดไปทะเล แต่คือ “งานศิลปะ” บนเรือนร่าง


