แมลงที่ร้องเสียงดังที่สุดในโลก ไม่ใช่ตัวใหญ่ แต่เสียงทะลุ 100 เดซิเบล
ถ้าเดินผ่านต้นไม้ในวันที่อากาศร้อนแล้วได้ยินเสียง “จี๊ดดดดดดดด” ดังต่อเนื่องจนแทบกลบเสียงรอบตัว หลายคนคงนึกถึง จั๊กจั่น เป็นอันดับแรก
แต่เคยสงสัยไหมว่า ในบรรดาแมลงนับล้านชนิดบนโลก ตัวไหนกันแน่ที่ทำเสียงได้ดังที่สุด?
คำตอบที่มีหลักฐานการวัดรองรับคือ Brevisana brevis หรือจั๊กจั่นแอฟริกาชนิดหนึ่ง ซึ่งมีการบันทึกเสียงเรียกเฉลี่ยได้ถึง 106.7 เดซิเบล เมื่อวัดที่ระยะ 50 เซนติเมตร และถูกจัดให้เป็นแมลงที่มีเสียงดังที่สุดที่มีการบันทึกไว้ใน Guinness World Records
ตัวเลขนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ได้มาจากการเอาไมโครโฟนไปจ่อใกล้ตัวแมลง แต่เป็นค่าที่มีการกำหนดระยะวัดเอาไว้ชัดเจน
แชมป์เสียงดังจากแอฟริกา
ชื่อของมันคือ Brevisana brevis จั๊กจั่นที่พบในทวีปแอฟริกา และในงานของ John M. Petti จาก University of Florida ซึ่งศึกษาข้อมูลเสียงของแมลงหลายกลุ่ม พบว่าจั๊กจั่นชนิดนี้มีระดับเสียงเฉลี่ย 106.7 dB ที่ระยะ 50 เซนติเมตร
เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเต็งอื่นๆ ในการศึกษาชุดเดียวกัน จั๊กจั่นหลายชนิดก็ทำเสียงได้ใกล้เคียงกันมาก แต่ Brevisana brevis มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในกลุ่มที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ จึงได้รับการระบุว่า น่าจะเป็นแมลงที่มีเสียงดังที่สุดที่มีการบันทึกไว้
ตรงนี้มีรายละเอียดเล็กๆ ที่สำคัญมาก เพราะการพูดว่า “ดัง 106.7 เดซิเบล” โดยไม่บอกระยะวัด อาจทำให้เข้าใจผิดได้
เสียง 100 dB ที่วัดจากระยะหนึ่ง ไม่สามารถนำไปเทียบตรงๆ กับตัวเลข 100 dB ที่วัดจากอีกระยะหนึ่งได้
ดังนั้นตัวเลข 106.7 dB ที่ 50 เซนติเมตร จึงเป็นข้อมูลที่ควรใช้มากกว่าตัวเลขมหาศาลที่บางครั้งถูกแชร์ต่อกันโดยไม่ระบุวิธีวัด
แล้วจั๊กจั่นร้องด้วยอะไร
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าความดัง คือจั๊กจั่นไม่ได้มี “กล่องเสียง” แบบมนุษย์
ตัวผู้มีอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า tymbal อยู่บริเวณด้านข้างของส่วนท้อง ลักษณะคล้ายแผ่นเยื่อที่มีโครงสร้างเป็นซี่แข็งๆ
เมื่อกล้ามเนื้อดึงโครงสร้างนี้เข้าและปล่อยกลับ มันจะเกิดการดีดตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเสียงที่เราคุ้นเคยจากจั๊กจั่น
พูดง่ายๆ คือ จั๊กจั่นไม่ได้ “ตะโกน” ด้วยปาก
มันใช้ กล้ามเนื้อ + แผ่น tymbal + โครงสร้างภายในลำตัว ทำหน้าที่คล้ายเครื่องสร้างเสียงขนาดจิ๋ว
และร่างกายของมันยังช่วยขยายเสียงอีกด้วย โดยช่องอากาศภายในลำตัวทำหน้าที่คล้ายห้องสะท้อนเสียง ช่วยให้เสียงที่เกิดจาก tymbal ดังขึ้น
ที่ร้องดังขนาดนี้ เพราะต้องการหาแฟน
เหตุผลหลักไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด
จั๊กจั่นตัวผู้ร้องเพื่อดึงดูดตัวเมีย
เสียงของจั๊กจั่นแต่ละชนิดมีรูปแบบเฉพาะ และตัวเมียสามารถใช้เสียงเหล่านั้นช่วยแยกแยะตัวผู้ของชนิดเดียวกันได้
นี่ทำให้เสียงไม่ได้เป็นเพียง “เสียงรบกวนจากต้นไม้”
สำหรับจั๊กจั่น มันคือ ภาษาสำหรับการสืบพันธุ์
ตัวผู้ที่อยู่รวมกันจำนวนมากยังสามารถร้องเป็นกลุ่ม หรือเกิดเป็น chorus จนเสียงโดยรวมดังขึ้นอีกมาก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางพื้นที่ในช่วงที่จั๊กจั่นออกมาพร้อมกันจึงรู้สึกเหมือนทั้งป่ากำลังส่งเสียงอยู่พร้อมกัน
ไม่ใช่จั๊กจั่นทุกตัวจะร้อง
อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้คือ จั๊กจั่นที่เราได้ยินร้องส่วนใหญ่เป็นตัวผู้
ในจั๊กจั่นส่วนใหญ่ ตัวผู้มี tymbal สำหรับสร้างเสียง ขณะที่ตัวเมียโดยทั่วไปไม่มีอวัยวะชนิดนี้และมักไม่ร้องแบบเดียวกับตัวผู้ แม้ตัวเมียบางชนิดจะสามารถสร้างเสียงเบาๆ ด้วยการขยับปีกได้
เพราะฉะนั้นเวลานั่งฟังเสียงจั๊กจั่นดังจากต้นไม้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจพูดแบบง่ายๆ ได้ว่า
ตัวผู้กำลังประกาศว่า “ฉันอยู่ตรงนี้”
และหวังว่าตัวเมียที่อยู่ใกล้ๆ จะได้ยิน
แล้วทำไมต้องดังเกิน 100 เดซิเบล
คำตอบหนึ่งคือการแข่งขันทางธรรมชาติ
ในโลกของจั๊กจั่น ตัวผู้จำนวนมากต้องส่งเสียงแข่งกันเพื่อให้ตัวเมียสนใจ เสียงที่ดังและมีรูปแบบตรงกับชนิดของตัวเองจึงมีประโยชน์ในการสื่อสาร
นอกจากเพลงเรียกคู่แล้ว จั๊กจั่นตัวผู้บางชนิดยังสามารถสร้างเสียงในสถานการณ์ที่ถูกรบกวนหรือถูกผู้ล่าจับ เพื่อทำให้ผู้ล่าตกใจและมีโอกาสหลบหนีได้
ดังนั้นเสียงดังของจั๊กจั่นจึงไม่ได้มีหน้าที่เดียว
มันเป็นทั้งเครื่องมือสื่อสารและส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เอาตัวรอด
แล้วตัวเลข 120 หรือ 200 เดซิเบลที่เคยเห็นล่ะ?
ประเด็นนี้ควรระวังเป็นพิเศษ
มีข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบางแห่งระบุว่าจั๊กจั่นสามารถดังได้ถึง 120 หรือแม้แต่ 200 เดซิเบล แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมาใช้โดยไม่มีรายละเอียดว่ามาจากการวัดที่ระยะเท่าไร ใช้อุปกรณ์อะไร และเป็นค่าเฉลี่ยหรือค่าสูงสุด
ข้อมูลการศึกษาที่ตรวจสอบได้และถูกนำมาใช้เป็นหลักสำหรับสถิติ “แมลงที่ดังที่สุด” คือ 106.7 dB ที่ระยะ 50 เซนติเมตรสำหรับ Brevisana brevis
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าเวลาเจอตัวเลขน่าทึ่งบนอินเทอร์เน็ต เราไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข แต่ต้องดูด้วยว่า เขาวัดอย่างไร
ไม่ใช่แค่จั๊กจั่นที่สร้างเสียงเก่ง
โลกของแมลงมีนักสร้างเสียงอีกหลายกลุ่ม ทั้งจิ้งหรีด ตั๊กแตน และแมลงกระชอน
แมลงกระชอนบางชนิดมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ได้ใช้ร่างกายสร้างเสียงอย่างเดียว แต่สร้างโพรงใต้ดินที่ช่วยทำหน้าที่เหมือนเครื่องขยายเสียงตามธรรมชาติ
Guinness World Records ระบุว่า European mole cricket (Gryllotalpa vineae) สามารถสร้างเสียงได้สูงถึง 115 dB ที่ปากโพรง ซึ่งเป็นสถิติด้าน “เครื่องขยายเสียงที่สัตว์สร้างขึ้นเอง” แต่เมื่อวัดเสียงจากตัวแมลงโดยไม่มีเครื่องขยายเสียง สถิติของ Brevisana brevis ที่ 106.7 dB ยังคงเป็นข้อมูลสำคัญของแชมป์กลุ่มนี้
ตรงนี้จึงต้องแยกคำว่า “เสียงดังที่สุดของตัวแมลง” ออกจาก “เสียงที่ถูกขยายด้วยโครงสร้างที่มันสร้างขึ้น”
จากเสียงน่ารำคาญ กลายเป็นเรื่องน่าทึ่ง
ครั้งต่อไปที่ได้ยินเสียงจั๊กจั่นดังอยู่บนต้นไม้ ลองฟังมันในมุมใหม่
เสียงนั้นไม่ใช่แค่เสียงแมลงที่กำลังรบกวนความเงียบ แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างร่างกายที่วิวัฒน์มาอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ตัวผู้สามารถส่งสัญญาณไปถึงตัวเมีย
และในบรรดาเจ้าของเสียงเหล่านั้น มีจั๊กจั่นจากแอฟริกาชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างเสียงเฉลี่ย 106.7 เดซิเบลที่ระยะ 50 เซนติเมตร
แมลงตัวเล็กๆ จึงสามารถสร้างเสียงในระดับที่คนฟังต้องหันกลับไปมองว่า
“เสียงนี้มาจากตัวอะไร?”
คำตอบอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกาะอยู่บนต้นไม้เหนือศีรษะเราเพียงไม่กี่เมตรนี่เอง
Guinness World Records — Loudest insect ระบุ Brevisana brevis และค่าเฉลี่ย 106.7 dB ที่ระยะ 50 ซม.
University of Florida, Department of Entomology & Nematology — Book of Insect Records, Chapter 24: Loudest งานของ John M. Petti ที่เปรียบเทียบระดับเสียงของแมลงหลายชนิด
UF/IFAS — Cicadas of Florida ข้อมูลกลไก tymbal และหน้าที่ของเสียงจั๊กจั่น
Smithsonian Science Education Center — Love Is In The Air For Cicadas ข้อมูลการสร้างเสียงและบทบาทของเสียงในการดึงดูดคู่
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
Black Swallower ปลานักกลืนกินแห่งโลกมืดใต้มหาสมุทร กับความสามารถในการเขมือบเหยื่อใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
เด็กการโรงแรมอยากฝึกงานที่ไหน ทำไม Marriott ถึงถูกพูดถึงบ่อย
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
สรุปเลขเด็ดคำชะโนด งวด 16 ก.ย. 2569
เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
ส่องเลขเด็ด "แมงปอ" งวด 16 ก.ย. 69 แอบเห็นตัวเน้นๆ ชัดเจนไม่มีกั๊ก
เลขเด็ด เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 ก.ย. 69
ลิ้นที่ว่องไวและทรงพลังของ “กิ้งก่าคาเมเลี่ยน” อาวุธลับที่ยิงเหยื่อได้ราวกับหนังสติ๊ก
ทึ่งทั่วไทย : “สันหลังมังกรเผือก” เกาะลิบง จ.ตรัง มังกรสีขาวแห่งท้องทะเลอันดามัน
Black Swallower ปลานักกลืนกินแห่งโลกมืดใต้มหาสมุทร กับความสามารถในการเขมือบเหยื่อใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า
ส่องเลขเด็ด "แมงปอ" งวด 16 ก.ย. 69 แอบเห็นตัวเน้นๆ ชัดเจนไม่มีกั๊ก
เด็กการโรงแรมอยากฝึกงานที่ไหน ทำไม Marriott ถึงถูกพูดถึงบ่อย
เลขเด็ด เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 ก.ย. 69
ภัยเงียบจาก “แก้วกระดาษ” เมื่อเครื่องดื่มร้อนสัมผัสพลาสติกที่ซ่อนอยู่ด้านใน
ทำไมบางคนกินผักชีแล้วรู้สึกเหมือนเคี้ยวสบู่
บทหนึ่งของผม 4,628 Views แต่บทล่าสุดส่วนใหญ่หลักสิบ — ทำไมผมยังไม่กล้าลอกสูตรบทที่ดังที่สุด
ทำไมยิ่งสั่งตัวเองว่า 'อย่าเข้าเว็บชอปปิง' สมองกลับยิ่งจินตนาการถึงของชิ้นนั้นชัดขึ้นเรื่อยๆ?
Black Swallower ปลานักกลืนกินแห่งโลกมืดใต้มหาสมุทร กับความสามารถในการเขมือบเหยื่อใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า
ทำไมคนที่ชอบทำตัวเป็นมิตรกับทุกคน ลึกๆ แล้วอาจเป็นคนที่น่ากลัวและเข้าถึงยากที่สุด?



