หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“พระอาทิตย์เที่ยงคืน” แห่งสฟาลบาร์ด มหัศจรรย์แห่งแสงที่ทำให้กลางคืนหายไปเกือบ 4 เดือน

เขียนโดย dukedick

“พระอาทิตย์เที่ยงคืน” แห่งสฟาลบาร์ด มหัศจรรย์แห่งแสงที่ทำให้กลางคืนหายไปเกือบ 4 เดือน

ลองจินตนาการดูว่า หากนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน แต่เมื่อเปิดประตูออกไปข้างนอกกลับพบว่าท้องฟ้ายังสว่าง มองเห็นภูเขา ธารน้ำแข็ง และผืนน้ำในฟยอร์ดได้ชัดเจนราวกับเป็นช่วงเย็น พระอาทิตย์ยังคงลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า และไม่ว่าจะรออีกหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง หรือจนเข้าสู่เช้าวันใหม่ ความมืดก็ไม่เคยมาเยือนเลย

นี่ไม่ใช่ฉากจากโลกแฟนตาซี แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทุกฤดูร้อน ณ หมู่เกาะสฟาลบาร์ด (Svalbard) ดินแดนอาร์กติกของประเทศนอร์เวย์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สามารถสัมผัสปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” หรือ Midnight Sun ได้อย่างเต็มอิ่มที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สฟาลบาร์ดตั้งอยู่ไกลขึ้นไปในมหาสมุทรอาร์กติก ระหว่างแผ่นดินใหญ่ของนอร์เวย์กับขั้วโลกเหนือ ตัวหมู่เกาะทอดตัวอยู่ประมาณละติจูด 74–81 องศาเหนือ จึงอยู่เหนือเส้น Arctic Circle ขึ้นไปมาก ตำแหน่งอันสุดขั้วนี้ทำให้จังหวะกลางวันกลางคืนแตกต่างจากสิ่งที่ผู้คนในเขตอบอุ่นหรือเขตร้อนอย่างประเทศไทยคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง

ที่เมือง Longyearbyen ชุมชนหลักของสฟาลบาร์ด ดวงอาทิตย์จะอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่ประมาณ 19–20 เมษายน จนถึง 23 สิงหาคม หมายความว่าผู้คนที่นี่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางแสงสว่างต่อเนื่องประมาณสี่เดือนโดยแทบไม่มี “กลางคืน” ในความหมายที่เราคุ้นเคยเลย

ปรากฏการณ์ประหลาดนี้ไม่ได้เกิดจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นเพราะ แกนหมุนของโลกเอียงประมาณ 23.5 องศา เมื่อโลกโคจรมาถึงช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ขั้วโลกเหนือจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ที่อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลได้รับแสงอาทิตย์ต่อเนื่อง แม้โลกจะหมุนผ่านช่วงเวลาที่เราเรียกว่า “กลางคืน” ไปแล้วก็ตาม

ยิ่งเดินทางเข้าใกล้ขั้วโลกเหนือมากเท่าใด ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ไม่ตกดินก็ยิ่งยาวนานขึ้นเท่านั้น ที่ขั้วโลกเหนือจริงๆ พระอาทิตย์สามารถอยู่เหนือขอบฟ้าต่อเนื่องได้ประมาณครึ่งปี ขณะที่สฟาลบาร์ดซึ่งอยู่ต่ำลงมาเล็กน้อยมีช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืนประมาณสี่เดือน สถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ระบุว่าในบริเวณ Isfjorden ของสฟาลบาร์ดสามารถมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนประมาณ 127 วัน เลยทีเดียว

แต่สิ่งที่ทำให้ Midnight Sun ของสฟาลบาร์ดงดงาม ไม่ได้มีเพียงข้อเท็จจริงที่ว่า “พระอาทิตย์ไม่ตก”

เพราะแสงของมันเองก็เปลี่ยนบุคลิกไปตลอดฤดูกาล

ในบางช่วง พระอาทิตย์เที่ยงคืนอาจปรากฏเป็นแสงสีทองอ่อนๆ ลอยต่ำเหนือภูเขา ลำแสงตกกระทบยอดเขาหิมะและหน้าผาจนเกิดเงายาวทอดไปบนพื้น ขณะที่ผิวน้ำในฟยอร์ดสะท้อนสีเหลือง ส้ม หรือชมพูอ่อน ดูคล้ายกับช่วงพระอาทิตย์ตกที่ยืดยาวออกไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุด

Visit Svalbard อธิบายว่าแสงในช่วงฤดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากแสงที่ใสและค่อนข้างเย็นในช่วงต้นฤดู ไปสู่แสงสีทองอบอุ่นมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ปลายฤดูร้อน นั่นทำให้สฟาลบาร์ดกลายเป็นสถานที่ในฝันของช่างภาพภูมิทัศน์และคนรักธรรมชาติ เพราะแม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืน ก็ยังสามารถออกไปถ่ายภาพทิวทัศน์ด้วยแสงธรรมชาติได้

ลองเยียร์เบียนจึงมีบรรยากาศในฤดูร้อนที่แปลกอย่างยิ่ง บ้านหลากสีเรียงรายอยู่เชิงเขา ขณะที่ด้านหลังยังมีหิมะหลงเหลืออยู่ตามยอดเขา หากเดินออกจากที่พักตอนเที่ยงคืน เราอาจเห็นเมืองทั้งเมืองอาบอยู่ใต้แสงสีทองราวกับเป็นเวลาหกโมงเย็น ทั้งที่ในอีกหลายประเทศ ผู้คนกำลังนอนหลับอยู่ท่ามกลางความมืด

ความพิเศษนี้ยังขยายออกไปถึงธรรมชาติรอบตัว

ฤดูร้อนคือช่วงเวลาที่สิ่งมีชีวิตในอาร์กติกต้องรีบใช้ประโยชน์จากฤดูกาลอันสั้น นกอพยพจำนวนมากเดินทางขึ้นมาทำรังและเลี้ยงลูกในสฟาลบาร์ด ขณะที่กวางเรนเดียร์สฟาลบาร์ดออกหากินตามพื้นที่ทุนดราที่เริ่มเปิดหลังหิมะละลาย และตามชายฝั่งหรือฟยอร์ดก็อาจพบวาฬ แมวน้ำ และสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้

แสงที่ต่อเนื่องตลอดวันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของเขตอาร์กติก เพราะฤดูที่พืชสามารถเติบโตและสัตว์จำนวนมากสามารถหาอาหารได้อย่างเต็มที่นั้นสั้นมาก ธรรมชาติจึงต้องใช้ช่วงเวลาแห่งแสงสว่างนี้อย่างคุ้มค่า สถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ระบุว่าแสงฤดูร้อนที่ยาวนานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในภูมิภาคอาร์กติก

และเมื่อไม่มีความมืดมากำหนดว่า “ถึงเวลากลับบ้านแล้ว” ประสบการณ์ท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไปด้วย

นักเดินทางสามารถออกล่องเรือชมฟยอร์ด ชมธารน้ำแข็ง เดินป่า หรือถ่ายภาพธรรมชาติในช่วงเวลาที่ปกติเราจะเรียกว่ากลางคืนได้ ส่วนในช่วงต้นฤดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่พื้นดินยังมีหิมะมากพอ กิจกรรมอย่างการเดินทางด้วย snowmobile ใต้แสงพระอาทิตย์เที่ยงคืน ก็เป็นหนึ่งในประสบการณ์เด่นของสฟาลบาร์ดเช่นกัน

ลองนึกภาพการขี่สโนว์โมบิลผ่านทุ่งหิมะตอนเกือบเที่ยงคืน โดยมีพระอาทิตย์ลอยอยู่เหนือแนวภูเขา หรือการล่องเรือผ่านหน้าผาธารน้ำแข็งในเวลาที่ตามนาฬิกาควรจะมืดสนิท แต่กลับยังมีแสงสว่างมากพอให้มองเห็นภูมิประเทศอาร์กติกได้ไกลสุดสายตา

นั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้คนจำนวนมากบอกว่า เมื่ออยู่ที่สฟาลบาร์ดในฤดูร้อน “เวลา” ดูเหมือนสูญเสียความหมายบางอย่างไป

เพราะสัญญาณตามธรรมชาติที่มนุษย์ใช้แบ่งกลางวันออกจากกลางคืนหายไป

บางคนอาจนั่งพูดคุยกันจนตีหนึ่งโดยไม่รู้สึกว่าดึกแล้ว ขณะที่บางคนออกไปเดินเล่นและเพิ่งนึกขึ้นได้ในภายหลังว่านาฬิกากำลังจะเข้าสู่วันใหม่ สิ่งนี้สร้างเสน่ห์ให้กับการเดินทาง แต่ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นเดียวกัน เพราะร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เพิกเฉยต่อแสงได้ง่ายๆ

แสงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมนาฬิกาชีวภาพของมนุษย์ ดังนั้นการได้รับแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมงสามารถทำให้บางคนรู้สึกว่าเข้านอนได้ยากกว่าปกติ Visit Svalbard ถึงกับเล่าอย่างติดตลกว่า ชาวเมืองบางคนต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้เตือนตัวเองในตอนเย็นว่า ถึงเวลาเข้านอนแล้ว และสามารถพบเห็นหน้าต่างห้องนอนบางแห่งที่ปิดกั้นแสงอย่างจริงจังเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศมืดสำหรับการพักผ่อน

ความน่าทึ่งของสฟาลบาร์ดยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเรารู้ว่า อีกไม่กี่เดือนต่อมา โลกที่นี่จะเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้ามเกือบทั้งหมด

หลังจากพระอาทิตย์เที่ยงคืนสิ้นสุดลงในปลายเดือนสิงหาคม ช่วงกลางคืนจะค่อยๆ กลับมาและยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ฤดู Polar Night ซึ่งมีช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ไม่โผล่พ้นขอบฟ้าเลย บริเวณลองเยียร์เบียนจะเข้าสู่ช่วงมืดที่สุดของปีประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมกราคม

นั่นหมายความว่า ในดินแดนเดียวกันแห่งนี้ ธรรมชาติสามารถเปลี่ยนจากโลกที่ “พระอาทิตย์ไม่เคยตก” ไปสู่โลกที่ “พระอาทิตย์ไม่เคยขึ้น” ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

นี่เองคือเสน่ห์ของสฟาลบาร์ด

ดินแดนที่ไม่ได้วัดฤดูกาลเพียงด้วยคำว่า ร้อน หนาว ฝน หรือหิมะ แต่ยังวัดด้วยการมาถึงและจากไปของ แสง

ในช่วงฤดูร้อน พระอาทิตย์จะหมุนวนอยู่บนท้องฟ้าราวกับไม่ยอมหลับใหล ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง ฟยอร์ด และผืนทุนดราถูกอาบด้วยแสงต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่มนุษย์และสัตว์ต่างใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ของฤดูอาร์กติกอย่างเต็มที่ ก่อนที่ความมืดและความหนาวจะกลับเข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้อีกครั้ง

ดังนั้น “พระอาทิตย์เที่ยงคืนแห่งสฟาลบาร์ด” จึงไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่อธิบายได้ด้วยการเอียงของแกนโลกเท่านั้น แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เห็นว่า สิ่งธรรมดาที่สุดอย่าง “กลางวันและกลางคืน” ซึ่งเราเคยคิดว่าจะต้องสลับกันไปตลอดนั้น แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้

และหากวันหนึ่งมีโอกาสได้ยืนอยู่ริมฟยอร์ดของสฟาลบาร์ดตอน เที่ยงคืน มองพระอาทิตย์สีทองลอยอยู่เหนือภูเขา ขณะที่ผืนน้ำยังสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับช่วงเย็น บางทีเราอาจเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดผู้คนจำนวนมากจึงเดินทางไกลถึงเขตอาร์กติก เพียงเพื่อมองเห็น “คืนที่ไม่เคยมืด” ด้วยตาของตัวเองสักครั้งในชีวิตครับ.

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 39 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันปูตินเหยียบเกาะพิพาทคูริลครั้งแรก ญี่ปุ่นย้ำสิทธิ์เหนือดินแดน“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับ 1,000 ลิตรจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดเนื้อร้องเพลงชาติไทยประพันธ์โดยหลวงสารานุประพันธ์หินที่เกิดจากแมกมาเย็นตัวเรียกว่าหินอัคนีประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดคำที่ใช้สระใอมีทั้งหมด 20 คำ"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับ 1,000 ลิตรเนื้อร้องเพลงชาติไทยประพันธ์โดยหลวงสารานุประพันธ์ชาวบ้านร้องตรวจพื้นที่ริมถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ หลังพบขยะและถุงยางจำนวนมากเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนหินที่เกิดจากแมกมาเย็นตัวเรียกว่าหินอัคนีปูตินเหยียบเกาะพิพาทคูริลครั้งแรก ญี่ปุ่นย้ำสิทธิ์เหนือดินแดน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับ 1,000 ลิตรเนื้อร้องเพลงชาติไทยประพันธ์โดยหลวงสารานุประพันธ์เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน
ตั้งกระทู้ใหม่