ไดโอนิซุสสะท้อนเหตุผลที่มนุษย์ต้องมีพื้นที่ปลดปล่อยความเมาและสัญชาตญาณที่สังคมกดไว้
ไดโอนิซุสไม่ได้มีแค่เรื่องเหล้า
ภาพจำของ ไดโอนิซุส ในตำนานกรีกมักหนีไม่พ้นไวน์ งานเลี้ยง การเต้นรำ ความเคลิบเคลิ้ม และฝูงผู้ติดตามที่ปล่อยตัวไปตามอารมณ์ แต่ถ้ามองให้พ้นภาพเทพถือถ้วยไวน์ จะเจอประเด็นน่าสนใจกว่านั้นมาก เพราะโลกของไดโอนิซุสเหมือนพื้นที่ที่กฎปกติของสังคมถูกคลายออกชั่วคราว
คนที่ต้องควบคุมตัวเองทุกวัน ย่อมรู้สึกถึงแรงดึงดูดของช่วงเวลาที่ไม่ต้องควบคุมอะไรบ้าง
สังคมมนุษย์อยู่ได้เพราะการยับยั้งชั่งใจ ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนควรเงียบ ต้องรักษาบทบาท หน้าที่ ลำดับชั้น และกติกา ถ้าทุกคนทำตามแรงกระตุ้นทันที เมืองก็คงวุ่นวายจนอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่การควบคุมตลอดเวลาก็มีราคาของมัน ความโกรธ ความต้องการทางเพศ ความอยากร้องตะโกน ความอยากเต้น ความอยากทำอะไรไร้สาระ รวมถึงความรู้สึกที่ไม่เข้ากับบทบาทประจำวันไม่ได้หายไปเพียงเพราะถูกห้ามแสดงออก
พิธีกรรมจึงเปิดช่องให้สิ่งที่ถูกกดไว้โผล่ออกมา
การบูชาไดโอนิซุสในโลกกรีกเกี่ยวข้องกับไวน์ ดนตรี การเต้นรำ ขบวนพิธี และภาวะปลื้มปีติทางศาสนาในหลายรูปแบบ คำว่า ecstasy มีรากความหมายเกี่ยวกับการออกไปอยู่นอกสภาวะปกติของตัวเอง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ดื่มจนเมา แต่คือการเปลี่ยนสภาวะของผู้เข้าร่วมชั่วคราว จากคนที่ต้องรักษาตัวตนและตำแหน่งในชีวิตประจำวัน ไปสู่คนที่เคลื่อนไหว ร้อง เต้น และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ภาพของไดโอนิซุสเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง เทพองค์นี้เชื่อมโยงทั้งความสุขและความน่ากลัว ทั้งความอุดมสมบูรณ์และการสูญเสียการควบคุม ไวน์ในปริมาณหนึ่งทำให้งานเลี้ยงผ่อนคลาย แต่การเมาจนขาดสติสามารถนำไปสู่อันตรายได้ ตำนานจึงไม่ได้ประกาศง่ายๆ ว่า ปล่อยสัญชาตญาณแล้วชีวิตจะดี กลับเตือนว่าพลังที่มนุษย์พยายามกดเอาไว้มีอยู่จริง และถ้าประเมินมันต่ำเกินไป ผลอาจรุนแรง
สิ่งต้องห้ามไม่ได้หายไปเพราะถูกห้าม
ในโศกนาฏกรรมกรีกเรื่อง The Bacchae ของยูริพิดีส กษัตริย์เพนธีอุสพยายามต่อต้านลัทธิของไดโอนิซุสและควบคุมสิ่งที่มองว่าไร้ระเบียบ เรื่องกลับพัฒนาไปสู่หายนะ นี่ทำให้ไดโอนิซุสกลายเป็นสัญลักษณ์ที่อ่านได้หลายชั้นมาก พลังแห่งความไร้ระเบียบไม่ได้อยู่แค่ข้างนอกกำแพงเมือง แต่อยู่ในมนุษย์ที่สร้างกำแพงนั้นด้วย
แล้วทำไมต้องมีความเมา ดนตรี และการเต้น?
เพราะสามอย่างนี้สามารถเปลี่ยนวิธีรับรู้ตัวเองและคนรอบข้างได้จริง ดนตรีที่มีจังหวะสม่ำเสมอช่วยให้คนจำนวนมากเคลื่อนไหวพร้อมกัน การร้องหรือเต้นเป็นกลุ่มสร้างประสบการณ์ร่วม ส่วนแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและลดการยับยั้งพฤติกรรม แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่า การลดความยับยั้งไม่เท่ากับการรักษาสุขภาพจิต และการดื่มหนักมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ความรุนแรง การติดสุรา และปัญหาสุขภาพหลายชนิด
มนุษย์เองก็ไม่ได้จำเป็นต้องพึ่งแอลกอฮอล์เพื่อเข้าถึงประสบการณ์แบบไดโอนิซุสเสียด้วยซ้ำ คอนเสิร์ต การเต้น เทศกาล กีฬา การร้องเพลงร่วมกัน งานคาร์นิวัล หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนหลุดจากบทบาทประจำวันชั่วคราว ล้วนมีองค์ประกอบบางอย่างคล้ายกัน คือมีกติกาพิเศษ มีเวลาเริ่มและจบ และยอมให้พฤติกรรมบางชนิดที่ปกติคงดูประหลาดกลายเป็นเรื่องธรรมดา
• ชีวิตประจำวัน ต้องรักษาบทบาทและควบคุมพฤติกรรม
• พื้นที่พิธีกรรมหรืองานเฉลิมฉลอง อนุญาตให้ลดการควบคุมบางส่วน
• เมื่อกิจกรรมจบ ทุกคนกลับเข้าสู่กติกาปกติอีกครั้ง
จุดที่น่าสนใจจึงอยู่ตรงคำว่า พื้นที่ เพราะการปลดปล่อยที่สังคมยอมรับมักไม่ได้หมายถึงไร้ขอบเขตจริงๆ งานเทศกาลมีสถานที่ คอนเสิร์ตมีเวลา สนามกีฬามีกฎ แม้แต่ปาร์ตี้ก็ยังมีเส้นเรื่องความยินยอม ความปลอดภัย และสิทธิของคนอื่น กล่าวอีกแบบคือมนุษย์สามารถสร้างพื้นที่ให้ความไร้ระเบียบโดยวางกรอบล้อมมันไว้อีกชั้นหนึ่ง
นี่อาจเป็นส่วนที่ทำให้ไดโอนิซุสยังดูร่วมสมัยมาก เพราะชีวิตสมัยใหม่ไม่ได้ทำให้ความต้องการปลดปล่อยหายไป คนยังตะโกนสุดเสียงในคอนเสิร์ต เต้นจนหมดแรงในเทศกาล แต่งตัวผิดจากชีวิตประจำวันในงานเฉพาะกิจ หรือรวมตัวกับคนแปลกหน้าแล้วร้องเพลงเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการกลับไปสู่ความป่าเถื่อน แต่สามารถเป็นช่วงเวลาที่ตัวตนแบบปกติถูกพักไว้
และตรงนี้ต้องระวังคำว่า กามราคะ ด้วย ไดโอนิซุสเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ ความกำหนัด และสัญลักษณ์ทางเพศในพิธีบางประเภทจริง แต่การตีความเทพองค์นี้ว่าเป็นเพียงเทพแห่งเซ็กซ์กับความเมาจะทำให้รายละเอียดสำคัญหายไป โลกแบบไดโอนิซุสครอบคลุมการเปลี่ยนสภาวะ ความคลั่งทางพิธีกรรม โรงละคร หน้ากาก การสลายเส้นแบ่งของตัวตน และความตึงเครียดระหว่างระเบียบกับสิ่งที่ระเบียบควบคุมไม่ได้
มนุษย์สร้างระเบียบ แต่ก็สร้างเทศกาลเพื่อหนีจากระเบียบนั้นเป็นพักๆ
ถ้าตัดเหล้าและเรื่องทางเพศออกจากภาพ ไดโอนิซุสก็ยังเหลือคำถามที่ค่อนข้างแทงใจอยู่ดีว่า คนหนึ่งคนสามารถใช้ชีวิตด้วยการควบคุมตัวเองตลอดเวลาได้จริงหรือ และถ้าสังคมไม่เหลือช่องทางปลอดภัยให้หัวเราะเสียงดัง เต้น ร้อง เล่น เปลี่ยนบทบาท หรือทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์เชิงงานเลย ความต้องการเหล่านั้นจะหายไป หรือแค่รอวันโผล่ออกมาในรูปแบบที่ควบคุมยากกว่าเดิม
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมอาหารจานเพื่อนถึงอร่อยกว่าจานตัวเองทั้งที่เป็นเมนูเดียวกัน
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
อนุทินเดินหน้าคุมปืนเข้ม ระงับออกใบอนุญาตซื้อปืน-ทบทวนใบอนุญาตเดิม
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมเวลาเผลอเหยียบเท้าหมาหรือแมวถึงต้องรีบพูดขอโทษด้วยเสียงสอง
น้ำอัดลมศูนย์น้ำตาลช่วยลดน้ำตาลได้จริงแต่ไม่ควรตีความว่าเป็นน้ำเปล่า
ผงซักฟอกยี่ห้อแรกในไทย อาจไม่ใช่ 'แฟ้บอย่างที่หลายคนเข้าใจ”
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
ทำไมจังหวะก้าวเท้าถึงเผลอเดินให้ตรงกับบีทเพลงตอนใส่หูฟัง
หาก "โนบิตะ" ตัวละครเอกจากโดราเอมอน ถูกส่งไปอยู่ในโลกของซีรีส์ "มัธยมซอมบี้" (All of Us Are Dead) ในโรงเรียนมัธยมฮโยซัน
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก


