ภาพเอไอ หน้าดาราโลก ในโฆษณาสินค้า ใช้ขายของ ได้แค่ไหน และเสี่ยงคดีลิขสิทธิ์ จนติดคุก จริงหรือ
เอาหน้าดาราไปให้เอไอสร้างใหม่ แล้วเอาไปขายของ ปลอดภัยจริงหรือ?
กระแสโฆษณาครีมกันแดดที่มีภาพบุคคลดังระดับโลกหน้าตาคล้ายของจริงมาก ทำให้ประเด็นนี้กลับมาร้อนทันที เพราะหลายคนเข้าใจว่า ถ้าไม่ได้ก๊อปรูปต้นฉบับตรงๆ แต่สั่งเอไอสร้างใหม่ทั้งหมด ก็ไม่น่าติดลิขสิทธิ์ ตรงนี้ต้องแยกเป็นคนละเรื่องเลย
เรื่องแรกคือ “ลิขสิทธิ์ของภาพ” เรื่องที่สองคือ “สิทธิและผลประโยชน์ของคนที่ถูกทำให้เหมือน” ต่อให้ภาพใหม่ไม่ใช่ไฟล์ภาพถ่ายเดิม ก็ไม่ได้แปลว่านำใบหน้า ชื่อ บุคลิก หรือภาพลักษณ์ของบุคคลจริงไปสร้างความรู้สึกว่าเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าได้แบบไม่มีความเสี่ยง
ถ้าเอารูปดาราจริงไปป้อน แล้วดัดแปลงต่อ แบบนี้เสี่ยงชัดขึ้น
ภาพถ่ายดาราตามเว็บไซต์ ข่าว อินสตาแกรม หรือแฟนเพจ ไม่ได้กลายเป็นของสาธารณะเพียงเพราะกดบันทึกได้ เจ้าของลิขสิทธิ์ของภาพอาจเป็นช่างภาพ สำนักข่าว บริษัทต้นสังกัด หรือผู้รับโอนสิทธิ ถ้านำภาพนั้นมาทำซ้ำ ดัดแปลง ตัดต่อ หรือใช้เป็นส่วนสำคัญของงานใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจเข้าสู่ประเด็นละเมิดลิขสิทธิ์ได้
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย การละเมิดงานโดยตรงบางประเภทมีโทษปรับ และถ้ากระทำเพื่อการค้า มาตรา 69 กำหนดโทษไว้ถึง จำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ต้องเน้นว่าตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า “ใช้หน้าดาราด้วยเอไอ = ติดคุก 4 ปีทันที” ต้องพิสูจน์ก่อนว่ามีงานลิขสิทธิ์ใดถูกละเมิด ใครเป็นเจ้าของสิทธิ และการกระทำเข้าองค์ประกอบมาตราไหน
ถ้าสร้างหน้าใหม่หมด แต่จงใจให้เหมือนคนดังล่ะ?
จุดนี้ซับซ้อนกว่า เพราะ “ตัวตนของบุคคล” ไม่ใช่ลิขสิทธิ์แบบเดียวกับภาพถ่ายหนึ่งใบ การสร้างหน้าที่คล้ายบุคคลดังจากศูนย์จึงไม่ได้ทำให้คดีลิขสิทธิ์สำเร็จอัตโนมัติ หากพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะชิ้น
แต่พอเอาไปติดบนโฆษณาสินค้า ความเสี่ยงอีกชุดจะโผล่มาแทน โดยเฉพาะถ้าคนทั่วไปมองแล้วเข้าใจว่าเจ้าตัวรับรอง ใช้จริง เป็นพรีเซนเตอร์ หรือมีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ทั้งที่ไม่เคยอนุญาต นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคการสร้างภาพแล้ว แต่แตะถึงการแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียง การทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ความเสียหายต่อเจ้าตัว และในบางกรณีอาจโยงถึงข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
• หน้าคล้ายเฉยๆ แต่ไม่ชวนให้คิดว่าเป็นใคร ความเสี่ยงย่อมน้อยกว่า
• เหมือนจนคนระบุตัวได้ พร้อมสินค้าและข้อความเชียร์ขาย ความเสี่ยงเพิ่มทันที
• ใส่ชื่อจริง เสื้อทีม โลโก้ หรือองค์ประกอบเฉพาะตัว ยิ่งเพิ่มประเด็นเครื่องหมายการค้าและสิทธิอื่น
• ทำคลิปให้พูดเหมือนเจ้าตัวรับรองสินค้า ประเด็นโฆษณาหลอกลวงและดีปเฟกยิ่งชัด
คำว่า “ภาพสร้างด้วยเอไอ” ไม่ใช่ใบอนุญาต
ปี 2569 แนวทางกำกับโฆษณาในไทยเข้มกับภาพหรือวิดีโอที่สร้างหรือแก้ไขด้วยเอไอมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ทำให้สินค้า บริการ คุณภาพ ปริมาณ หรือสภาพจริงต่างจากที่ผู้บริโภคเห็น และมีแนวทางให้แสดงข้อความเปิดเผยว่าเป็นภาพหรือวิดีโอที่สร้างหรือแก้ไขด้วยเอไอในกรณีที่เข้าเงื่อนไข
แต่ติดป้ายว่า “ภาพสร้างด้วยเอไอ” ก็ไม่ได้ล้างปัญหาสิทธิของบุคคลในภาพนะ ป้ายนี้ช่วยเรื่องความโปร่งใสต่อผู้บริโภค ไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าของหน้า ช่างภาพ สโมสร ต้นสังกัด หรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าแล้ว
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคยังห้ามโฆษณาที่เป็นเท็จ เกินจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้าและบริการ เพราะฉะนั้นถ้าภาพทำให้คนซื้อเชื่อว่าดาราดังรับรองครีม ทั้งที่ไม่จริง ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่ที่คำถามว่าไฟล์ภาพมีลิขสิทธิ์หรือไม่
ทำงานพาณิชย์ให้ปลอดภัย คิดเป็น 4 ชั้น
ชั้นที่หนึ่ง มีสิทธิใช้ภาพต้นทางหรือยัง ถ้าใช้ภาพถ่ายจริงเป็นภาพอ้างอิงหลัก ต้องรู้ว่าใครถือสิทธิและใบอนุญาตครอบคลุมงานโฆษณาหรือไม่
ชั้นที่สอง บุคคลที่ถูกทำให้เหมือนอนุญาตให้ใช้ชื่อ เสียง ใบหน้า หรือภาพลักษณ์เชิงพาณิชย์หรือยัง โดยเฉพาะงานพรีเซนเตอร์ควรมีข้อตกลงชัดเจน
ชั้นที่สาม โฆษณาทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดไหม ถ้าคนดูมีเหตุผลที่จะคิดว่าเจ้าตัวเกี่ยวข้องกับสินค้า ทั้งที่ไม่เกี่ยว นั่นคือสัญญาณแดง
ชั้นที่สี่ มีโลโก้ ชุดแข่ง ชื่อทีม ฉากแบรนด์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นติดมาด้วยหรือเปล่า ภาพเดียวอาจมีสิทธิซ้อนกันหลายชั้นมาก
สิ่งที่น่ากลัวของงานเอไอไม่ใช่การสร้างภาพเร็ว แต่คือมันทำให้ขั้นตอน “ขออนุญาต” ดูเหมือนไม่จำเป็น ทั้งที่งานโฆษณาเป็นพื้นที่ซึ่งทุกองค์ประกอบมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หน้าดาราหนึ่งหน้าอาจมีค่าตัวพรีเซนเตอร์สูงกว่าค่าผลิตโฆษณาทั้งชิ้นเสียอีก การสร้างหน้าคล้ายขึ้นมาเองจึงไม่ได้ทำให้มูลค่านั้นหายไป
ถ้าจะใช้กับธุรกิจจริง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือสร้างตัวละครสมมติที่ไม่ระบุตัวบุคคลได้ ใช้ผู้แสดงที่มีเอกสารยินยอม หรือซื้อสิทธิจากผู้ถือสิทธิให้ตรงประเภทการใช้งาน ส่วนงานที่ตั้งใจให้เหมือนบุคคลดังเพื่อช่วยปิดการขาย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายตรวจสิทธิเป็นรายกรณีก่อนเผยแพร่ เพราะคำว่า “เอไอทำ” ไม่ใช่เกราะกันคดี และคำว่า “แฟนอาร์ต” ก็ช่วยไม่ได้มากเมื่อภาพถูกใช้หาเงินโดยตรง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ไม่ได้คิดไปเอง? Google ลดผลการค้นหา ผู้ใช้เคือง ทำหุ้นร่วงมากกว่า 10%
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
รวมเลขเด็ดจากสำนักดังล่าสุด อัปเดตช่วง 29-30 ต.ค. 69
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
3 อบต.ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุดในประเทศไทย
ดวงการงานพฤศจิกายน 2569 ครบ 12 ราศี พร้อมโอกาสและข้อควรระวัง
ยุค AI ข่าวปลอมแนบเนียนจนแยกแทบไม่ออก! ไทยพีบีเอสจับมืออบรมครู สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยรู้ทันข่าวลวง
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
เปิดประวัติชายผู้สะสมวุฒิการศึกษากว่า 138 รายการ เรียนอะไรบ้าง ทำไมถึงไม่หยุดเรียน ?
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
ยุค AI ข่าวปลอมแนบเนียนจนแยกแทบไม่ออก! ไทยพีบีเอสจับมืออบรมครู สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยรู้ทันข่าวลวง
รวมเลขเด็ดจากสำนักดังล่าสุด อัปเดตช่วง 29-30 ต.ค. 69
เปิดประวัติชายผู้สะสมวุฒิการศึกษากว่า 138 รายการ เรียนอะไรบ้าง ทำไมถึงไม่หยุดเรียน ?
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
3 อบต.ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุดในประเทศไทย
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
ไมยราบ (Sensitive Plant) พืชขี้อายที่หุบใบได้เมื่อถูกสัมผัส กับกลไกการเคลื่อนไหวอันน่าทึ่ง
เปิดประวัติชายผู้สะสมวุฒิการศึกษากว่า 138 รายการ เรียนอะไรบ้าง ทำไมถึงไม่หยุดเรียน ?
เปิดเบื้องหลังนักเขียน Postjung! หนึ่งกระทู้กว่าจะเผยแพร่ ต้องผ่านด่านอะไรบ้าง?
จังหวัดไหนที่มีมรดกโลก มากที่สุดอันดับ 1 ในประเทศไทย